ผญา คติสอนใจประจำวันที่ 19 เมษายน 2557:: อ่านผญา 
เชื้อชาติช้างหางยาวสนุกแกว่ง เชื้อไก่กุ้มหางก้อมแกว่งบ่คือ แปลว่า เกิดเป็นช้าง หางยาว แกว่งแล้วดูดี เกิดเป็นไก่หางด้วน แกว่งไปก็ตลก หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่าง มีความดี ความงาม ความเหมาะสมของตน


  ค้นหากระทู้ ปลาร้านอกไห  

หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39  
  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่228)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 



อภิธานบท   ประกอบ ตอน "งมแมงดา"

ภาพจาก กูเกิล

อันนี้ "หญ้า งวงซ้าง"  
เกิดนำไฮ่นา  หรือ เดิ่นนา ยามน้ำท่วม มันกะพ้นเหนือน้ำ แมงดามักไข่ใส่

 
 
สาธุการบทความนี้ : 101 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 101 ครั้ง
 
 
  11 พ.ค. 2553 เวลา 15:14:43  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่229)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 


ภาพจาก กูเกิล
อภิธานบท   ประกอบ ตอน "งมแมงดา"

อันนี้ "เขิง"   เอาไว้ ส่อน ฮวก  หรือ ส่อน กุ้ง หอย ปู ปลา

 
 
สาธุการบทความนี้ : 79 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 79 ครั้ง
 
 
  11 พ.ค. 2553 เวลา 15:18:02  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่231)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 


ภาพจาก กูเกิล

อภิธานบท   ประกอบ ตอน "งมแมงดา"
แมงอันนี้ " ตั๊กแตนโม"
จับนำคันนา  เวลาคนย่างกาย  บินเซิ่นเวิ่น
จี่กินได้

 
 
สาธุการบทความนี้ : 83 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 83 ครั้ง
 
 
  11 พ.ค. 2553 เวลา 15:28:32  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่232)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 


ภาพจาก กูเกิล

อภิธานบท   ประกอบ ตอน "งมแมงดา"

อันนี้  ตั๊กแตน ง้าว
จีแซบกว่าหมู่    กินดิบ บ่ได้  มันสิเป็นขี้กะตืก

 
 
สาธุการบทความนี้ : 73 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 73 ครั้ง
 
 
  11 พ.ค. 2553 เวลา 15:30:33  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่237)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 
คุณสาวส่า เมืองยโส:
โฮ ม่วนขนาด อ่านไปนำอมยิ้มไปนำ
มีอภิธานบทประกอบให้ ตามคำขอพ้อม จั่งซี่แน่แหมะ จั่งเห็นภาพ
สมกับเป็นอ้าย ปิ่นลม พรหมจรรย์(หรือเปล่า) อีหลี
ขำสาวจันแรม แล้วคิดฮอดเจ้าของ
จันแรมในตอนนี้คือสาวส่าตอนน้อย ๆ ฮ้าย  

ไล่ตั๊กแตน เล่นน้ำฮองไถ งมหอยโข่ง เปิดเขียด
โอ๊ย สารพัดเนาะตามวิถีชีวิตลูกชาวนาของแท้
(เพราะบางคนลูกชาวนาก็จริงแต่ไม่เคยทำอะไรแบบนี้ ชีวิตสุขสบายนั่นหนา)


แต่ว่าน้องบ่เข้าใกล้ต้นฮวงช้างอีหยังนั่นเด้อ ดอกมันคือหนอน เหอะๆ
หนึ่งสาธุการให้กับรูปไข่แมงดา หาเบิ่งยากแท้ๆ  
บ่เอาแบบตอนมันกะลังเปิดฝาไข่
เฮ็ดตาแมบ ๆ มานำแน่เนาะ
    


ได้อันนี้  เอาอันนั้น  ได้อันนั้น เอาอันนี้
ปวดหัวตาย ผู้ข่า
สมซื่อ สาว "ฝ่า"  อีหลี  "เข้าฝ่า"  เบิดแน แม้.. หน้านั่น..

ปล.พรหมจรรย์ อีหลี  ( บ่เคยผ่านมือหญิงใด..นอกจากแม่..)

 
 
สาธุการบทความนี้ : 59 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 59 ครั้ง
 
 
  11 พ.ค. 2553 เวลา 16:09:54  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่239)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 
คุณป้าหน่อย:
เคยเด็ดเอามาเบิ๊ดยอดหญ้า พร้อมไข่แมงดา
ใส่เป๋าเสื้อยาม ดำนา กลับมาเฮือนลืมคราว
เสื้อเปียกๆถอดใส่กะคุไว้ ตื่นยามเช้ามาว่าสิซักเสื้อ
จับเสื้อขึ้นมา เห็นแมงดาโตน้อยๆ ขูโคบๆ มันเบาะเมิ๊ดแมะ


โห้...เห็นภาพเลย ป้าหน่อย ตอนถอดเสื้อใส่ คุ
              ขี้ตม ซงติดเสื้อหลายเนาะ จั่งถอดใส่คุ ดอก หวา
              เสียดายเนาะ บ่ได้ จี่ไข่ แมงดา  บ่ายคำข้าว

 
 
สาธุการบทความนี้ : 71 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 71 ครั้ง
 
 
  11 พ.ค. 2553 เวลา 16:15:06  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่240)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 
คุณรุทธิ์  (อีเกียแดง):
ต้นฮวงซ้างทางบ้านกะมีหลายอยู่ มันสิออกกลิ่นขิวๆบ่ฮึ๊บ่าวปิ่น

แต่เห็นรูปกะเพิ่มอรรถรสดี



ดินบ่ดี ต้นอันนี้ มันบ่เกิด เด้อครับ อ้ายรุทธิ์  เป็นดัชนี ชี้บอกความอุดม เด้หละ
กลิ่นมันกะ สี ขิวๆ หละครับ แต่ กะเป็น ยาแก้โรคหลายชิด
ตั้งแต่กี้  ข้างเถียงนา กับ เดิ่นหัวเถียงบ่าวปิ่น มีหลายๆ  หญ้าอันนี่
เห็นยามได๋  คิดฮออดบ้านโลด

 
 
สาธุการบทความนี้ : 81 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 81 ครั้ง
 
 
  11 พ.ค. 2553 เวลา 16:22:13  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่244)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 
แสดงว่าเฮือน ป้าหน่อย แต่กี้ มีซาน  เนาะ
มีซานเฮือน กว้างๆ ด้านหน้า มีพนักอ้อมไว้  ภาษาไทย เพิ่นว่า "ชานแดด "
แต่ก่อน ผม บ่เข้าใจ คำว่า " เฮือนซานลานแป้น "  ปานได๋

พอคิดภาพเฮือนของปู่เลา ก็คิดออก ครับ เพราะเฮือนปู่เลา
เป็นเฮือน อีสานโบราณ   มุงด้วยแป้นตอก ( คล้ายกระเบื้องหลังคาโบสถ์
แต่ว่าทำจากแผ่นกระดาน ไม่ใช่กระเบื้อง )
มีซานยื่นออกมา กว้างอยู่   มีพนักไม้ ล้อมรอบ กันลูกหลานตกเฮือน
ประตูเป็นไม้กระดานใหญ่สองบาน  มีกลอนทำด้วยไม้ทั้งหมด
ทางเฮือนครัวที่ติดกับตัวบ้านหลังใหญ่ สิมีซานน้ำ โต่งน้ำฝนใส่โอ่งมังกร
สุมื้อนี้ บ่มีแล้วครับ หายาก

 
 
สาธุการบทความนี้ : 68 ครั้ง
จากสมาชิก : 1 ครั้ง
จากขาจร : 67 ครั้ง
 
 
  12 พ.ค. 2553 เวลา 10:49:52  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่245) ตอน " ตึกสะดุ้ง"      [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 



น้ำแก่ง ( น้ำหลาก )  ล้นท่งนาทาม ลามมาท่วมท่งนาตีนบ้าน เกิดเป็นวังน้ำขนาดใหญ่
มองไปทางไหนมีแต่น้ำ เหลือเพียงพุ่มไม้และต้นไม้ที่สูงพอพ้นระดับน้ำ  น้ำสีขุ่นแดง เพราะพัดพามาจาก
ทางโคก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นดินแดง ดินลูกรัง   ตรงไหนเป็นห้วย ตรงไหนเป็นลำน้ำ ตรงไหนเป็นที่ราบ
แทบจำแนกไม่ออก เพราะน้ำท่วมเหมือนกันหมด  ประดุจว่า สายวารี คือมารดาแห่งมวลสิ่งมีชีวิต
โอบอุ้มทุกสรรพสิ่งในอ้อมกอดอันเย็นชื้น
เมื่อแม่น้ำลำห้วยทุกสายเชื่อมต่อกัน เป็นโอกาสเหมาะสำหรับสัตว์น้ำทุกชนิด ที่จะขยายพันธุ์
หรือย้ายถิ่น ทวนน้ำขึ้นมาหาหลักแหล่งใหม่ ปลาบางชนิดจาก “ แม่น้ำยาม “  ในเขตอำเภออากาศอำนวย
จังหวัด สกลนคร “ แม่น้ำสงคราม “ จาก อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ว่ายทวนกระแสน้ำขึ้นมาวางไข่
ในแหล่งน้ำที่เล็กว่า   อาศัยน้ำแก่งในการนำพาสู่วัฏจักรวงจรชีวิต
อาวสั้น(เมียอาวสอน) กับเอื้อยอ่อน ( แม่เซียงน้อย) ชวนกันไป “ ตึกสะดุ้ง” อยู่หนองประทาย
ซึ่งอยู่ติดกับตีนบ้าน ใกล้ๆกับ “ ดอนเจ้าปู่”  ซึ่งเป็นศาลปู่ตา ประจำหมู่บ้าน  ขณะนี้น้ำแก่งขึ้นท่วม
ไหลหลากถึงระดับเอว  เอื้อยอ่อน เตรียมเอา “ สะดุ้ง “ ( เครื่องมือหาปลาชนิดหนึ่ง) กับข่องไปนำ
ส่วนอาวสอน เอา “ มอง” (ข่าย) กับสุ่มไปนำ  ทั้งสามพากันหอบหิ้วเครื่องมือหาปลาไปทางตีนบ้าน
ตั้งแต่เช้ามืด
“ หนองประทาย ยามหน้าแล้ง มีแต่ดินทรายสีขาวนวล เป็นทางน้ำผ่านจากที่สูงลงสู่ห้วย  
ที่เรียกว่า หนองประทาย เพราะเทศกาลสงกานต์ หากมีการก่อ” ประทาย” ( เจดีย์ทราย)  ชาวบ้าน
จะมาขุดเอาทรายตรงนี้ไปทำ “ ประทาย”  ถวายวัด  แต่ขณะนี้เต็มไปด้วยน้ำหลาก ไหลแรง
บางทีก็ล้นเข้ามาท่วมถึงในหมู่บ้าน ภูมิทัศน์เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ริมถนนจากหมู่บ้านออกไปทางท่งนา  มีผู้คนมากหน้าหลายตา มา “ ตึกสะดุ้ง” อยู่ก่อนแล้ว
อาวสั้นฟ้าว กางสะดุ้งออก เป็นตาข่ายสี่เหลี่ยมใหญ่ ๆ  มีด้ามจับยาวๆ  หย่อนลงไปในน้ำที่กำหลังไหลหลาก
เอา รำ ข้าว กับปลาแดก โรยตรงกลางสะดุ้ง  แล้วก็รอจังหวะ  เอื้อยอ่อน เดินหาทำเลใกล้ๆ
“ ได้หลาย บ่ แม่ใหญ่เคน “  เอื้อยอ่อน เอิ้นถาม หญิงชราวัยหกสิบผู้กำลังคร่ำเคร่ง กับการยก” สะดุ้ง”
“ โห้..พอได้อยู่อีหล่า..หลายอยู่ปีนี้ “   แกบอกพลางเอามือ “โกบ “ เอาปลาน้อย ในสะดุ้งลงข่อง
“ คนหลายคักเนาะ แม่ใหญ่ “  อาวสั้นเอิ้นทักมาอีกทาง
“  อืมม..พากันปวดจ้าวๆ กะยังว่า น้ำแก่งใหม่ “    แม่ใหญ่เคนอธิบาย
พอกะเวลาได้ที่แล้ว อาวสั้นก็ ยก “ สะดุ้งขึ้น”   เอามือดันตาข่ายให้เป็น“โถก”  ให้ปลาที่เข้าสะดุ้ง
มารวมกันตรงกลางตาข่ายสะดุ้ง
“  โห้ ปลาซิวอ้าวกะมี แมะ “  อาวสั้นท้วงทั้งดีใจ ที่ปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง อยู่ในวงศ์ตะเพียน มีรูปร่างค่อนข้างเพรียว ลำตัวค่อนข้างกลม ส่วนหัวและจะงอยปากยื่นยาว ปากกว้าง ไม่มีหนวด ตาโต เกล็ดใหญ่ ลำตัวมีสีน้ำตาล ส่วนหัวและจะงอยปากยื่นยาว ปากกว้าง ตาโต เกล็ดใหญ่ ปลาชนิดนี้ มักอาศัยเป็นฝูงเล็ก ๆ หากินใกล้ผิวน้ำ
กินปลาเล็กและแมลงเป็นอาหาร ส่วนมากพบในแม่น้ำ น้อยใหญ่ ไปจนถึงแม่น้ำโขง
ส่วนทางเอื้อยอ่อน ก็ได้ ปลาซิว ปลากัด และ ปลาสร้อย    หมู่คนมากหน้าหลายตา ต่างขะมักขะเม้น
หาอยู่หากิน บ้างได้ปลาโตใหญ่ ก็โห่ร้อง แซวกัน บรรยากาศสนุกสนาน
ทางอาวสอน ลงไปกาง “ มอง “ ( ลงข่าย)  ตรงที่น้ำลึกระดับเอว  เพื่อดักปลาที่ว่ายทวนน้ำขึ้นมา
แล้วก็คว้าสุ่ม  ไล่หาปลาตามทางน้ำไหล แกคิดในใจว่าถ้าสองผัวเมียหาได้มากพอ ก็จะเอาไปทำปลาแดก
ไว้กินยามดำนา
“  เอ๋า..อ้าย..เจ้าสิไปทางได๋  แต่ เซ้าแถะ “  
อาวสอนเอิ้นถามพ่อใหญ่ค้ำ  เพราะเห็นแกสะพายย่าม มาตามทาง เดินลุยน้ำที่สูงครึ่งแข้ง
“ เมือนา กูเข้ามาหาซื้อตะปูไปตอกไถ  ไถมันคลอน สั้นดอกบักสอน “ แกตอบพลางหยุดมอง
“ ระวังแน เด้อ.น้ำห้วยแฝก ทางไปนาเจ้า  ขึ้นสูงแล้ว ได้ยินบักเทา มันเว้าให้ฟังสั้นดอก “  อาวสอนเป็นห่วง
“ เอ้อ..กูกะข้ามมาทางฮ่องโสกม่วง มามื้อเซ้านี่หละ บ่ สูงปานได๋ พอข้ามได้ “  แกบอก แล้วก็เดินไปตามทาง
ฤดูนี้การไปมาสัญจร ของชาวบ้านลำบาก เนื่องจากน้ำหลาก เส้นทางส่วนมากตัดผ่านห้วย
มีแค่สะพานไม้เก่าๆ  ที่ใช้ข้ามลำห้วย หากน้ำหลากขึ้นสูง ก็มองไม่เห็นสะพานแล้ว ต้องกะระยะ หรือ
ความเคยชินเอง  โดยทั่วไปเดินทางด้วยเท้า หรือ ด้วยรถถีบ ด้วยเกวียน  ที่มีฐานะหน่อย ก็มีรถมอเตอร์ไซต์
แต่ทั้งหมู่บ้าน มีรถมอร์ไซต์ อยู่สามคัน คือ รถ ยามฮ่า 100  ของพ่อใหญ่หมาน เอาไว้ขี่ไปประชุม
รถ ฮอนด้า ดรีม 100  ของ ครูมาโนตย์   และสุดท้าย  ยามาฮ่า คองคอร์ด   คันบักใหญ่ ของ อ้ายต้าง(รถจก)
รถสมัยนั้นมีน้อย จนชาวบ้านต่างจำเสียงรถเครื่องได้ ว่าเป็นรถของใคร
พ่อใหญ่ค้ำ เดินทางมาถึงตรงสะพานไม้ที่ใช้ข้ามห้วยแฝก    บัดนี้น้ำท่วมหมดแล้ว  มองไม่เห็น
พื้นสะพาน แกตัดสินใจใช้ความเคยชิน ลุยน้ำไปตามแนวสะพาน  น้ำสูงถึงระดับ “ ขาโต้ย “
ที่ตรงนี่ของลำห้วย ชาวบ้านเรียกว่า “โสกม่วง”  เนื่องจากทั้งสองด้านของลำห้วย เป็น “มอ”  ทางลาดชัน
บรรจบกันตรงกลางลำห้วย ลักษณะเหมือนแอ่งกระทะ   มีต้นม่วงป่าต้นใหญ่ขนาดสี่คนโอบ อยู่ริมห้วย
พอแกเดินมาถึงตรงกลางสะพาน ตรงนั้นน้ำไหลแรง จนแถบยืนไม่อยู่ แต่ก็พอทุลักทุเล ลุยได้
เสียงรถเครื่องดังลั่นมาจากทางมอ สวนทางที่แกกำลังจะไป   พ่อใหญ่ค้ำจำเสียงได้
“ รถมอ ไซต์ บักต้าง “   แกพึมพำ ขณะที่ค่อยๆ ก้าวลุยน้ำหลากอย่างช้าๆ
เสียงซิ่งมอร์เตอร์ไซต์ ดังใกล้เข้ามาทุกขณะ ทั้งที่รู้ว่าข้างหน้าเป็น”ทางมอ”ลงห้วย ก็ไม่มีทีท่าจะผ่อนคันเร่ง
“ ซิ่งไปเลย ลูกพี่ “ เสียงร้องเชียร์มาจากคนซ้อนท้าย
“ สู้ตาย.!  แม่นเบาะ บักหวด “  เสียงอ้ายต้างรถจก ตะโกนด้วยความมันในอารมณ์
เสียงเครื่องยนต์คำรามก้อง เร่งความเร็ว  ในขณะที่ทางข้างหน้าเป็นทางชัน  ความเร็วยิ่งเพิ่มเป็นเท่าตัว
เสียงล้อรถประทะน้ำดังซ่า..จนน้ำแตกกระจายออกไปรอบข้าง หลายเมตร  ทั้งเสียงโห่ฮาคนขับปนกัน
“ เฮ้ย... “   พ่อใหญ่ค้ำ ร้องเสียงหลง
รถทะยานพุ่งมาทางพ่อใหญ่ค้ำด้วยความคึกคะนอง ทั้งน้ำกระเซ็นสายจนทำให้สายตาคนขับมองไม่เห็นทาง
รถวิ่งตรงรี่มาทางแก อย่างกระชั้นชิด
“ โครม..! “
ร่างพ่อใหญ่ค้ำผงะ ตกน้ำจากขอบทางเดินของสะพาน  จมไปกับสายน้ำที่กำลังไหลหลาก
“  เฮ้ย...รถตำคน บักต้าง ๆ รถตำคน “  เสียงคนซ้อนท้ายละล่ำละลัก
อ้ายต้างได้สติเมื่อรถพ้นสะพานน้ำท่วมมาแล้ว
“ ฮึ...ตาย บ่  หายไปใสแล้ว มึงเห็น บ่ บักหาด “  ถามเสียงลุกลี้ลุกลน หน้าซีดผืด
“  บ่ฮู้ว่าไผว่ะ  ตกน้ำไปแล้ว “  คนซ้อนท้ายบอกเพราะมองเห็นได้ชัดกว่า
“ ลงไปซ่อย ดีบ่ “   อ้ายหวด  ออกความเห็น
“  หึ...ย้านแม่นตายแล้วเนาะ พู้น ฟู อึ่งลึ่ง ไปตามน้ำ  หนีถ่อน ย้านเป็นโทษ “  
คิดได้ดังนั้นก็ บิดคันเร่งขึ้นทางมอ  เสียงรถเครื่องค่อยๆ ไกลออกไป เรื่อย ๆ จนเงียบสนิท
เหลือเพียงเสียงน้ำระลอกน้ำ ที่กำลังไหลเชี่ยวในห้วยแฝก
...................................................................................................................

 
 
สาธุการบทความนี้ : 83 ครั้ง
จากสมาชิก : 4 ครั้ง
จากขาจร : 79 ครั้ง
 
 
  12 พ.ค. 2553 เวลา 14:30:56  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่246)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 


ภาพจาก google
อภิธานบท


ปลาซิวอ้าว

 
 
สาธุการบทความนี้ : 79 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 79 ครั้ง
 
 
  12 พ.ค. 2553 เวลา 14:33:33  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่247)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 


ภาพจาก google
อภิธานบท


คนกำลังตึกสะดุ้ง  หลังจากน้ำแก่งหลาก

 
 
สาธุการบทความนี้ : 124 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 124 ครั้ง
 
 
  12 พ.ค. 2553 เวลา 15:03:59  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่248)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 


ภาพจาก google
อภิธานบท


YAMAHA 100  รถที่กล่าวถึงในเรื่อง  รถพ่อใหญ่หมาน

 
 
สาธุการบทความนี้ : 85 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 85 ครั้ง
 
 
  12 พ.ค. 2553 เวลา 15:07:16  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่249)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 


ภาพจาก google
อภิธานบท

HANDA 100  รถครูมาโนตย์ ในเรื่อง

 
 
สาธุการบทความนี้ : 73 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 73 ครั้ง
 
 
  12 พ.ค. 2553 เวลา 15:10:14  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่250)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 


ภาพจาก google
อภิธานบท

YAMAHA  คองคอร์ด   รถก่อเหตุ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 78 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 78 ครั้ง
 
 
  12 พ.ค. 2553 เวลา 15:12:08  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่257)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 
คุณมังกรเดียวดาย:
ขี่ยามาฮ่าคองคอร์ดคันเดียวกัน บ่แม่นอ้ายต้าง มาเองติหะเนี่ย


ย้านแม่นยุดอก  อ้ายต้าง เลาขี่ ปุ๋น้ำ
              น้ำเข้าเข้าหัวเทียน สตาร์ท บ่ ติด
              พ่อใหญ่หมาน เลานำหา อยู่
พ้อแล้ว บาดเทื่อนิ   อยู่นำอ้ายหน่อนี่เอง

 
 
สาธุการบทความนี้ : 66 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 66 ครั้ง
 
 
  13 พ.ค. 2553 เวลา 10:53:08  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่260) ตอน พ่อใหญ่ค้ำ      [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 



ตะวันเที่ยงคล้อย  แม่ใหญ่สอง เดินวนไปวนมา ปานไก่แม่ไข่หาฮัง   กังวลเป็นห่วงพ่อใหญ่ค้ำ
“ บอกว่าสิมาแต่เซ้า..ปานนี้ยังบ่มา เป็นหยังน้อ.”  แม่ใหญ่สองบ่นพึมพำ สีหน้าไม่ดี
ปกติแล้วนิสัยพ่อใหญ่ค้ำ เป็นคนตรงเวลา และมีความรับผิดชอบ  ไม่น่าผิดเวลาขนาดนี้ ต้องมีอะไรสักอย่าง
“  แม่  เจ้าอย่าง ฮ่วน หลาย    เห็นเจ้าย่างไปย่างมา ข่อยวินหัวนำ “ จันแรมบอกเสียงอ่อย ๆ
ดูเหมือนแม่ใหญ่ค้ำไม่สนใจคำพูดของจันแรมเท่าใด เพราะใจกังวล  ตอนนี้น้ำกำลังหลาก เส้นทางสัญญจรลำบาก กลัวสามีเป็นอะไรไป  บอกว่าจะไปซื้อตะปูมาซ่อมไถ ตั้งแต่เช้าป่านนี้ยังไม่เห็นหน้า
ตาก็คอยมองแนมทาง คอยปานไดพ่อใหญ่ค้ำจะมาสักที
“ เอื้อยจันเพ็ญ ไปบอกอ้ายแบะ พ่ออ้ายเซียงน้อยแล้ว ว่าให้ไปนำถามข่าวคราว อีพ่อ จั๊กหน่อยกะมาดอก “
จันแรมบอกแม่ให้คลายกังวลลงบ้าง  
ร่างของจันเพ็ญปรากฏออกมาจากทางเลาะโคกหัวเถียง เอิ้นบอกมาแต่ไกล
“ แม่ . แม่..  อ้ายแบะ เลาไปตามอีพ่อให้แล้ว  ข่อยไปเอิ้นบอกเลาหว่างฮั่น “  จันเพ็ญว่าพลางสาวเท้าไวๆ
“ แล้ว บักเซียงน้อยเด..ไปนำกันบ้อ. “  แม่ใหญ่สองเอิ้นถามต่อ
“ บ่  อ้ายเซียงเลาไปใส่ตุ้มปลา อยู่ห้วยแฝก “  จันเพ็ญย่างมาใกล้แล้วบอกแม่ให้หายสงสัย
“ เป็นจั่งได๋น้อ เฒ่าอันนี่ “   แกพำพึม  ใจร้อนรุ่มดังไฟสุมทรวง สามีเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่รู้
............................................................................................
น้ำในห้วยแฝกยังไหลเชี่ยว เอ่อท่วมท้องนาชาวบ้านที่อยู่ใกล้ห้วย จนมองไม่ออกว่าตรงไหนเป็นห้วย
ตรงไหนเป็นไฮ่นาตากล้า   มีเพียงทิวกอไผ่ป่า ที่เป็นแนวคดโค้งตามสันห้วย บอกเป็นลางๆ ว่า ตรงนั้น
เป็นลำห้วยเก่า  น้ำสีแดงขุ่นไหลปริ่มอยุ่ไม่ขาดสาย   บางช่วงที่ลำห้วยคดงอเกิดเป็นวังน้ำ ขนาดกว้าง
เซียงน้อยลุยน้ำลึกถึงหน้าอก ปักหลักกลางน้ำ เพื่อเตรียมใส่”ตุ้ม” ดักปลา  ปักหลักลงไปแล้ว
แต่ยังไม่แน่น ก็ดำน้ำลงไปปักให้แน่นหนา ป้องกันสายน้ำพัดพาเครื่องมือหากิน  เมื่อได้ที่ก็ว่ายกลับมา
ตรงน้ำตื้น เอารำอ่อน ปั้นผสมกับ “ ขี้เหล้าโท” ( กากเหล้าสาโท)   ใส่ไว้ใน”ตุ้ม” ปิดปากฝาให้แน่น
แล้วนำลงไปผูกใส่หลักที่ปักไว้  ตุ้มปลาที่ซียงน้อยกำลังใส่ เป็น”ตุ้มปลา” ขนาดเล็ก  สำหรับดัก ปลากด
ปลากะแยง หรือ ปลาเซือม รวมทั้งพวกปลาขาวน้อย   โดยปลาพวกนั้นจะเข้าไปกินเหยื่อข้างใน “ตุ้ม”
มันจะไม่มีทางออกติดอยู่ในนั้น ไปไหนไม่ได้ ยกเว้นปลาเข้าตุ้มมาก จนเกิดอาการ “ งาแตก “
“ งาตุ้ม” คือส่วนของรูตุ้มที่ทำเป็นวงกลมขนาดเท่ากับกำปั้นเพื่อเป็นที่เข้าไปกินเหยื่อ ของปลา งาตุ้มต้องมีความแข็งแรง เพราะเป็นส่วนที่ใช้งานมากที่สุด ดังนั้นไม้ไผ่ที่จะนำมาสานงาจะต้องมีความแข็งแรงและเหนียว นั่นคือจะต้องเลือกไม้ไผ่ลำแก่ๆ และเป็นส่วนปลายของลำต้น นอกจากนั้นยังต้องเลือกเอาเฉพาะส่วนที่เป็นผิวไม้ไผ่เท่านั้นถึงจะทนและใช้งานได้
การวางตุ้มต้องคอยดูไม่ให้ขาดระยะ ต้องดูว่าเหยื่อที่ให้หมดหรือยัง  ถ้าหมดก็ต้องเติมข้าวลงไป การใส่เหยื่อจะต้องใส่ให้พอดีถ้าใส่มากก็ไม่ได้เพราะเหยื่อจะหมักที่ก้นตุ้ม  ปลาจะไม่เข้า การใส่ตุ้มจะต้องรอเวลาและต้องอดทน  เพราะต้องใช้มือตีน้ำล่อให้ปลาเข้าตุ้มอยู่ตลอด
เซียงน้อยดำผุดดำว่าย สาละวนดักตุ้มอยู่กลางลำห้วย  ผลันก็หยุดชะงักนิ่งฟังสียงประหลาด
เสียงแว่วๆ เหมือนคนเรียก แต่ดังแผ่วเบา    เพราะเสียงน้ำไหลดังกลบไปหมด   ฤดูน้ำหลากนี้ ชาวบ้าน
เชื่อว่า มี “พรายน้ำ”  ทีมากับสายน้ำเพื่อคร่าชีวิตของผู้คนที่ไม่ระวังอยู่เสมอ  หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า
“เงือกน้ำ “  ตัวตนที่แท้จริงของมันไม่มีใครรู้อย่างแท้จริง บ้างก็ว่า คล้ายงู บ้างก็ว่าเป็นผู้หญิงสวย
ชายหนุ่มเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจอีกครั้งหนึ่ง
“ บักเซียงน้อย..ย..ย  ซอย...กู  แน.....”  เสียงแผ่วเบาแว่วมากับสายน้ำ
ครั้งนี้เสียงเด่นชัดขึ้นจนฟังได้ถนัดหู  เซียงน้อย งวก ตามเสียง เห็นร่างคนลอยคอ ผลุบๆโผล่ อยู่ทาง
เฟือยกอไผ่ป่าริมห้วย  
“  อ้าวเฮ่ย..เฮ้ยย...พ่อใหญ่ค้ำ”   เซียงน้อยฮ้องเสียงดัง รีบว่ายผ่าสายน้ำมาหา
ชายชรายังพอมีสติคว้าปลายกอไม้ไผ่ ที่โน้มลงมาตามริมห้วย ยึดเกาะไว้   ขาขวาชาจนไม่รู้สึกอะไร
ส่วนตั้งแต่สะโพกขึ้นมาปวดร้าวไปหมด ขยับตัวแทบบ่ได้เซียงน้อยว่ายไปลากพ่อใหญ่ค้ำขึ้นมาบนฝั่ง
อย่างลุลักทุเล  
“ โอย....เบาแนว่ะ บักเซียง  กูเจ็บ   สงสัย แอวหลด “  พ่อใหญ่ค้ำบ่นอุบอิบ
เซียงน้อยลากพ่อใหญ่ค้ำขึ้นมาเทิ่งฝั่ง ทั้งเต้นตื่นสงสัยบ่จางหาย
“ เจ้าไปเฮ็ดหยังมา คือ มาลอยคออยู่นี่ “  เซียงน้อยถามเสียงรัว
“ บักต้าง มันขี่รถตำกูตกห้วย   กูว่าแม่นตายแล้ว  ดีที่ยังมีสติอยู่  โอยย..”  แกอธิบายพลางครางเจ็บปวด
“ ย้อนว่าบ่ถึงคราวตาย น้อ..พ่อใหญ่  บุญหลายเด้นิ ”  เซียงน้อยแสดงอาการดีใจ
“  บ่ตาย..แต่ว่าแอวหลด.ติงแฮงกะบ่ได้ “  ชายชราชะโงกหน้ามามองสะโพกด้านขวา ด้านที่มีรอยฟกช้ำ
“ ย่างได้บ่หละ “   เซียงร้อยถามพลางพยุงร่างชายชราขึ้น
“ บ่ได้ดอก..เจ็บไปเบิ๊ดเลย “ แกตอบปฏิเสธ เพราะไม่ว่าจะขยับยังไง ก็เจ็บปวดไปทั่ว
“ คันซั้นข่อยสิแบกเจ้าไปเด้อ.”  ว่าแล้วเซียงน้อยก็อุ้มพ่อใหญ่ค้ำให้ขี่หลัง แบกร่างชายชราเดินลุยน้ำออกมา
อ้ายแบะ(พ่อเซียงน้อย) กำลังย่างลงมอห้วยแฝก ผ่านมาพบพอดี
“  อ้าวบักเซียง..พ่อใหญ่ค้ำเลาเป็นหยัง”  ถามด้วยน้ำเสียงตกใจ
“ รถตำเลาตกห้วย  แอวหลด อีพ่อ“  เซียงเอิ้นบอกเสียงดัง
อ้ายแบะกระวีกระวาดตรงรี่มาทางทั้งสองคนช่วยกันพยุงร่างพอใหญ่ค้ำ
“ เป็นได๋ พ่อใหญ่  เจ็บหม่องได๋ “  อ้ายแบะถามลุกลี้ลุกลน
“  เจ็บตั้งแต่ขา ขึ้นมาเทิงบักแอว นี่แหล่ว “ แกตอบสีหน้าบ่ดี
“ เพิ่นย่างบ่ได้ดอก  เจ็บหลาย “ เซียงน้อยกล่าวเสริม
“  เดี่ยว กูสิไปยืม รถยู้ บักฝ้าย มาเข็นเลาเมือเด้อ..ถ่าจั๊กคราว “  อ้ายแบะกล่าวแล้วก็รีบ วิ่งกลับไปทางเก่า
“ มันขี่รถตำเจ้าแล้ว  คือ บ่ซอยเจ้าแนหล่ะ  บักต้างนั่นแหม..”  เซียงน้อยโซมแขนพ่อใหญ่ค้ำนั่งลง
“  บ่จั๊กนำมันแหล่ว..บักห่าต้างรถจก”  แกสบถด่าอย่าบ่สบอารมณ์
ไม่นานอ้ายแบะก็เข็นรถยู้มาหาทั้งสองคน   แล้วก็ช่วยกันพยุงพ่อใหญ่ค้ำให้เลานอนบนรถยู้
“ ไป ไป  ฟ้าวเมือ เอาเลาไปย่าง “
อ้ายแบะบอกด้วยท่าทีร้อนรน แล้วทั้งสองก็เข็นพ่อใหญ่ค้ำขึ้นมอ บ่ายหน้าสู่โคกตาดไฮ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 87 ครั้ง
จากสมาชิก : 1 ครั้ง
จากขาจร : 86 ครั้ง
 
 
  14 พ.ค. 2553 เวลา 12:34:09  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่261)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 


อภิธานบท

อันนี้ปลากด ( บ่แม่น ปรากฏ ) เด้อ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 74 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 74 ครั้ง
 
 
  14 พ.ค. 2553 เวลา 12:46:11  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่262)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 


อภิธานบท

อันนี้ปลาเซือมเด้อ  เอ็ดหมกปลา แซบหลาย

 
 
สาธุการบทความนี้ : 73 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 73 ครั้ง
 
 
  14 พ.ค. 2553 เวลา 12:47:50  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่263)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 


อภิธานบท
อันนี้ ตุ้ม  ใส่ปลา ที่ บ่าวเซียงใส่ในห้วยแฝก

 
 
สาธุการบทความนี้ : 79 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 79 ครั้ง
 
 
  14 พ.ค. 2553 เวลา 12:49:36  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่264)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 


อภิธานบท

อันนี้ รถยู้  ( เผื่อลังคน บ่เคยเห็นดอกหวา)

 
 
สาธุการบทความนี้ : 72 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 72 ครั้ง
 
 
  14 พ.ค. 2553 เวลา 12:50:51  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่271) ตอน ย่างคน      [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 



ตาเว็นพวมบ่าย  แม่ใหญ่สองยังนั่งอยู่” หัวคันได” เถียงนา คองคอยถ่าพ่อใหญ่ค้ำ อย่างใจวี่ใจวอน
ส่วนจันเพ็ญเริ่มสีหน้าบ่ดี คิดไปต่างๆ นา  ถ้าพ่อใหญ่ค้ำเป็นอะไรไป ครอบครัวจะเป็นอย่างไร ไม่อยากคิด
จันแรมนั้นยังนั่งเล่น” หมากเก็บ” อยู่ใต้ฮ่มจิก เหลียวเบิ่งสีหน้าคือสิยากหลาย
ฟ้าครึ้มมาทางทิศตะวันตก เมฆก่อตัวเป็นรูป” แหลวใหญ่ “ ฟ้าก็ดำครื้ม ดั่งเป็นลางร้าย
“ แม่ใหญ่สอง   เตรียมตะแคร่ไว้เด้อ..เอาไว้ย่าง พ่อใหญ่ค้ำ “  เสียงเอิ้นของอ้ายแบะพ่อเซียงน้อยดังมาแก่ไกล
แม่ใหญ่สองตื่นจากภวังค์ความคิด ฟ้าวแล่นลงเถียง
“ เอ๋า..เบิ่งแมะจันเพ็ญ จันแรม  พ่อสูเป็นหยังนั้น “  น้ำเสียงสั่นเครือ
“  อีพ่อ..!   “  จันแรมฮ้องเสียงหลงน้ำตาไหลรินอาบแก้ม วิ่งไปหาพ่อใหญ่ค้ำที่นั่งบนรถยู้
จันเพ็ญหน้าซีดเผือดทั้งตกอกตกใจ รี่เข้าไปหาผู้เป็นพ่ออย่างอัตโนมัติ น้ำตาซึมเบ้า
“  เจ้าเป็นอีหยัง พ่อ.! “   ร้องเสียงสั่น พลางผวาเข้าซบพ่อใหญ่ค้ำ
พ่อใหญ่ค้ำนั่งอยู่บนรถยู้อ้าแขนกอดลูกสาวทั้งสองที่สะอึกสะอื้น ตบหลังปลอบขวัญเบา ๆ
“  พ่อบ่เป็นหยังหลายดอกหล่า..” น้ำเสียงแกยังอบอุ่นคือเก่า บ่มีแววแห่งความเจ็บปวดหลงเหลือ
“ เจ้าเป็นอีหยังเฒ่า..ไผเอ็ดอีหยังเจ้า”  แม่ใหญ่ค้ำถลาเข้ามาใกล้สำรวจทั่วร่างผู้เป็นสามี
“ รถมอร์ไซต์ ตำข่อย จนตกห้วยแฝก    แอวหลด  ขาซ้น ซือ ๆ “  แกอธิบายให้ยายสองคลายกังวล
สิ้นเสียงทั้งจันเพ็ญและจันแรมก็ปล่อยโฮ ทั้งน้ำตารินอาบหน้า  เมื่อเห็นสภาพพ่อบอบช้ำไปทั่วร่าง
“  คือเป็นแนวนี้...คือเป็นแนวนี้ “   ทั้งน้ำเสียงสั่นเครือร้องไห้กอดพ่อไว้แน่น
“  เอาหละ ๆ   อย่าสุพากันไห้  คนยังบ่ทันตาย  เซาเถาะ พ่อบ่เป็นหยัง “  พ่อใหญ่ค้ำเว้าปลอบประโลมทั้งอมยิ้ม
“  ไป ๆ บักเซียง  อีจันเพ็ญสูพากันไปยกเอาตะแคร่ ขึ้นไปย่าง พ่อใหญ่ค้ำ เทิงเถียง “ เสียงอ้ายแบะเตือนสติ
“ อีจันแรม ไปเอิ้นยายอ่อนเมียกูมานำ  มาเบิ่งซ่อยกัน “  พ่อของเซียงน้อยจัดแจงแบ่งหน้าที่
จันเพ็ญเช็ดน้ำตา แล้วก็รีบพาเซียงน้อยไปยกเอาตะแคร่ไม้ไผ่ ที่ตั้งอยู่ใต้ฮ่มไผ่ ขึ้นไปไว้บนเถียงนา
จันแรมวิ่งแจ้นทั้งน้ำหูน้ำตาไปตามเอื้อยอ่อนเมียอ้ายแบะ มาโฮมซ่อยกันเบิ่งแยง เพราะนาติดกัน
ส่วนแม่ใหญ่สองไปเก็บเอา “ ผักหนอก”  ( ใบบัวบก )  เพื่อเตรียมต้มแก้ช้ำในให้พ่อใหญ่ค้ำ
และก็ไม่ลืมเด็ดเอาใบ “ ว่านซน” ( พลับพลึง ) ติดมือมาด้วย 4 -5 ใบ
เมื่อจัดแจงเสร็จแล้วก็ปูสาด ใส่ตะแคร่ไม้ไผ่ ช่วยกันพยุงพ่อใหญ่ค้ำขึ้นไปนอนบนตะแคร่
ส่วนด้านล่างของตระแคร่ ยายสองยกเอาเตาไฟมาก่อไว้ พร้อมก้อนเส่าสองก้อน  การย่างคน ก็การเอาคน
นอนอังความร้อนของไฟ โบราณว่า ป้องกันเลือดตกใน และจับกันเป็นก้อน รักษาอาการช้ำใน อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกาย กลับคืนสู่สภาพปกติได้เร็วขึ้น  ไม่ใช่การปิ้งย่างอาหาร อย่างที่เราเข้าใจ

แม่ใหญ่สอนตำใบ” ผักหนอก” ให้ละเอียดแล้วก็เคี่ยวในหม้อ เทรินใส่ถ้วนตราไก่( ชามเปล ) ให้พ่อใหญ่ค้ำซด
ส่วนใบ “ ว่านซน “ ( พลับพลึง)  แกเอาไปอังไฟพอร้อนๆ  แล้วก็ขยี้ให้น้ำยางเยิ้มแล้วเอามาประคบ ตรงที่ฟกช้ำแก้เคล็ดขัดยอกดีนักแล
“ พ่อใหญ่ค้ำเป็นแนวได๋  “ เสียงตาวาดพ่อบักลมกับน้าบ่าวเทากำลังขึ้นบนเถียง มาดูอาการ
“ เห็นอีจันแรมฮ้องโหวกเหวก สั้นดอก  รถตำติ  เจ็บหลายบ่ “  ตาวาดเข้ามานั่งข้างเตียงตะแคร่
“ รถบักต้างมันตำหวา...เกือบแม่นตายม้วย  ย้อนว่าบักเซียงน้อยไปซ่อยทันพอดี “ คนป่วยตอบด้วยน้ำเสียงปกติ
“ เจ็บหม่องได๋ แน หละ  ไปหาหมออยู่อำเภอ บ่ “  น้าบ่าวเทา ถือเป็ดเทบ ( เป็ดเทศ) มานำถามต่อ
“ บ่ ต้องยากนำปานนั้นดอก เจ็บบ่หลายปานได๋  แอวหลด กับขาซ้น “พ่อใหญ่ค้ำตอบยิ้มๆ
“ ป๊าด..!  ตำแฮงเติบเด้อนิ..ขาโต้ย กับ บีแข้ง ซ้ำเบิ๊ด “  น้าบ่าวเทาท้วงเสียงดังเมื่อเห็นร่องรอย
“ คันสั้น  ข่อยสิฆ่าเป็ดเทบ เอาเลือดมันให้เจ้ากินแก้ซ้ำในเด้อ..”  น้าบ่าวเทาพูดแล้วก็ เดินเลยไปทางคิงไฟ
พ่อใหญ่ค้ำพลิกตัวเล็กน้อย เพราะความร้อนจากเปลวไฟด้านล่าง  ตาวาดช่วยเอา”ว่านซน” ประคบ
“ แม่นพุได๋ ตำขี่รถตำเจ้าหละ “  ตาวาดยังถามต่อพลางบีบนวดด้วยใบว่าน
“ บักต้าง..มันหนีไปแล้ว ฮอดบ่เหลียวเบิ่งกู  “ พ่อใหญ่ค้ำพูดด้วยน้ำเสียงฉุนเล็กน้อย
“ เอา มีคนไปบอกพ่อใหญ่หมาน ละบ้อ..เว้าความเอาเงินมันเปียง มันตำเจ้า “  ตาวาดกล่าวเสริม
“ ยังบ่มีไผไปบอกดอก  พากันฟ้าวหุบ มาย่างก่อน อย่างที่เห็นนี่หละ “ พ่อใหญ่ค้ำตอบ

จันแรมกับจันเพ็ญกลับมาแล้ว ก็ รุมล้อมพ่อ ทั้งบีบทั้งนวดเอาใจ
“ เจ็บหม่องได๋พ่อ” จันแรมถามขณะที่นั่งบีบขาพ่อใหญ่ค้ำอยู่ข้างเตียง
“ เจ็บสุหม่อง “ แกตอบพลางลูบหัวลูกสาวหล่า
“ เป็นตาซังอ้ายต้างเนาะ  อย่าให้ข่อยเห็นเด้อ สิเอาขี้ควาย แก่งใส่หน้า “  จันแรมทำตาเขียว
“ อืมม..อาฆาต พยาบาทคนมันบ่ดี  อย่าประพฤติ “  พ่อใหญ่ค้ำปราม
“ กะมันเป็นตาซังเนาะ แข่วเจิง ยังบ่พอ ยังไร้น้ำใจอีก “ จันแรมค่อนแคะ
ส่วนจันเพ็ญนิ่งเงียบสีหน้าเศร้าสร้อย คอยจุไฟสุมฟืนให้พ่อ ให้ไฟมีความร้อนพอดี
“ เออ.บักเทา กูว่ามึง ขี่รถไปแจ้งพ่อใหญ่หมานเด้อ   ไป เอิ้น บักสอน กับลุงคำ มาเบิ่งพ่อใหญ่ค้ำนำ”
ตาวาดออกคำสั่ง เพราะหากมีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นต้องแจ้งพ่อใหญ่บ้านให้รับทราบเรื่องราว
“  เออ ๆ   คันซั้น อีจันเพ็ญ มึงมาเฮ็ดลาบเป็ด  กูสิไปนำบักสอน กับลุงคำ ไปแจ้งพ่อใหญ่หมานนำ “
น้าบ่าวเทาเอิ้นจันเพ็ญมาเฮ็ดแนวกิน แล้วแกก็ไปลงเถียงนาไปทำตามที่ตาวาดบอก
ยายสอง เอาผ้าชุบน้ำมาหุ้ม “ ก้อนเส่า” ที่ถูกไฟอังจนร้อนฉ่า  เพื่อเอามาประคบพ่อใหญ่ค้ำ
ส่วนตาวาดชวนแกคุยถามไถ่เรื่องราว เซียงน้อยนั่งผิงไผอยู่ใต้ตาล่างเถียง   ส่วนจันแรมนั้นได้แต่บีบขาพ่อ

ตะวันค่ำคล้อยจนใกล้จะมืด   แสงนกกดตาแดง( นกกระปูด)  ฮ้อง ปืด ๆ มาจากกลางโคก นกเค้า ร้องล่ำลาแสงอาทิตย์อัสดง แสงดาวเริ่มพริ้มพรายส่องให้เห็นแสงทางราวฟ้าทางทิศตะวันออก ทิวไม้ตามโคก
เริ่มถูกสีดำทะมึนกลืนหาย เห็นเป็นแนวสีดำเข้ม
ยายสองจุดตะเกียงน้ำมันก๊าด หรือที่เรียกว่า “ก๊อก”   เพื่อให้แสงสว่างบริเวณเตียง “ย่าง” พ่อใหญ่หมาน ส่วนด้านคิงไฟ  จันเพ็ญไต้ “ ขี้กะบอง” (ขี้ไต้)  เพื่อให้มองเห็นสะดวกแก่การหุงหาอาหาร กับข้าวคาบนี้
ได้ลาบเป็ดเทบ และต้มเป็ดเทบ ที่น้าบ่าวเทาหิ้วมาให้  ส่วนเลือดเป็ดสด ๆ ยายสองแบ่งใส่ถ้วย ให้พ่อใหญ่ค้ำ
ซดแก้อาการช้ำใน  กลิ่นข้าวค่ำ บักบั่ว หัวซิงไค  รวยรินมาพร้อมกับเสียงตำครกของจันเพ็ญยามอาทิตย์ยอแสง
หลังจากกินข้าวแลงแล้ว คืนนี้ ทั้งตาวาด อ้ายแบะ นอนเผ้าพ่อใหญ่ค้ำอยู่ตาแคร่ ใต้ฮ่มไผ่  เพื่อฉุกเฉินจะได้ช่วยเหลือกันได้ทันท่วงที ถือว่านอนเป็นหมู่ ครอบครัวจันเพ็ญ   กองไฟน้อยๆ ถูกก่อนขึ้นข้างๆ ตะแคร่ ใต้ฮ่มไผ่ พร้อมเสียงโสเหร่กันของตาวาดกับอ้ายแบะ เรื่องบักต้าง

 
 
สาธุการบทความนี้ : 87 ครั้ง
จากสมาชิก : 3 ครั้ง
จากขาจร : 84 ครั้ง
 
 
  15 พ.ค. 2553 เวลา 09:47:18  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่272)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 


ขอบคุณภาพจากกูเกิล ( หายากหลาย)

อภิธานบท

อันนี้เขาเอิ้น " ก๊อก"  เด้อ  หรือตะเกียงน้ำมันก๊าด
เอาไว้ไต้ ยามลงนา

 
 
สาธุการบทความนี้ : 72 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 72 ครั้ง
 
 
  15 พ.ค. 2553 เวลา 09:55:44  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่273)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 


ขอบคุณภาพจาก กูเกิล

อภิธานบท
อันนี้  นกกด ( นกกระปูด )อยู่นำโคก  ฮ้องยามแลง
ปื๊ด..ปืด. ปื้ด ๆๆๆ    ปื้อ
ตาเว็นตกดิน บ่ได้  ปืด อย่างเดียว พะนะ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 78 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 78 ครั้ง
 
 
  15 พ.ค. 2553 เวลา 10:00:40  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่274)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 


ขอบคุณช่างภาพ ( ไผบุ)

อันนี้ ทางบ้านเอิ้น " ว่านซน "
ถืก ควายซิด  ตกคันแทนา ขาหลด
ตีนซ้น ตกต้นไม้ รถตำ เอาว่านอันนี้ ฮม เซาคัก
แต่คัน " ตกหลุมรัก "  ปัวบ่เป็น บ่าวปิ่น

 
 
สาธุการบทความนี้ : 70 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 70 ครั้ง
 
 
  15 พ.ค. 2553 เวลา 10:11:09  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่279)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 

บ่ได้วิทยายุทธ ล้ำเลิศดอกอ้ายหน่อ  บ่าวปิ่นมีแต่ผักอีเลิศ อยู่หลังบ้าน
ย้านผู้ลังคนส่อ ฮั่นน๊า...ผู้จอบหลอยแห่งหลาย ( ย้อนว่าไปหลอยขะเจ้าหลาย)
เรื่อง ปลากด  ป้าหน่อยเว้าขึ้นมาแล้ว  อยากจ๊วด จั๊กปาดเด้เนาะ
ซดฮ้อน ๆ เป็นตามีแฮง คัก
ปล.มื้อแลง ว่าสิลง ตอน "ก้อยเดิก" ให้อ้ายจารย์ กับ อ้ายต้องแล่งเพิ่น
    เห็นว่าอ้ายต้องแล่ง เพิ่น ยากขึ้นเฮือนใหม่ ซั้นดอก  อายจารย์กะ
    กลายเป็นนกเค้า ไปแล้ว  เดิก ๆ  เลาะเซิ่น

 
 
สาธุการบทความนี้ : 63 ครั้ง
จากสมาชิก : 1 ครั้ง
จากขาจร : 62 ครั้ง
 
 
  15 พ.ค. 2553 เวลา 18:15:00  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่283)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 
คุณมังกรเดียวดาย:
บ่าวปิ่นสิหาแนวร่วมจ่ายเงินค่าซิ้น 2ต่า คักๆ



ฮิ้ว...ว....พุข้า มี คน ซ่อยจ่าย ค่าซิ้นให้แล้ว...บาดเทือนิ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 58 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 58 ครั้ง
 
 
  15 พ.ค. 2553 เวลา 20:03:14  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่284) ตอน ก้อยเดิก      [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 



แสงดาวกลาดเกลื่อนท้องฟ้า แสงพริบพรับแวววาว  ลิ่วล่อเล่นกับลมยามดึก
ยอดไม้หวิบไหวในสายลม นกเค้าแมว ฮ้องก้องโคก หวงถิ่นหากิน  ตามทุ่งนา
นกกระแต้ ยังฮ้องเป็นระยะ ๆ ทำลายความเงียบของรัตติกาล  บรรยากาศเย็นย่ำของยามดึก
ครอบครองทุกอนุภาคของท้องนาป่าโคก
กองไฟที่ก่อไว้ตั้งแต่หัวค่ำ กำลัง”มอน”  เหลือเพียงถ่านแดงรื่อ ๆ ของดุ้นฟืน ยามต้องสายลม
ไฟถ่านแตกเป็นสะเก็ดเล็ก สะเก็ดน้อย คลุ้งลอยตามกระแสลม แล้วมอดลงเพียงชั่วพริบตา

“ อ้าวบักสอน ฟ้าวย่างเร็วๆ แน  ใกล้สิฮอดแล้ว “  น้าบ่าวเทาเร่งอาวสอน ให้รีบเดินตาม
“  ฮ้วย..คนพายกระต่าซี้น มันหนักเด้..สิย่างเร็วแนวได๋ เจ้านั่นหละ ถ่าข่อยแน “ อาวสอนเถียงคำ
น้าบ่าวเทาเดินนำหน้า บนหัวคาด โคมไฟส่องทาง อาวสอนพายกระต่าใส่เนื้องัว เดินตามก้น
ทั้งสองเดินลัดโคก ลัดทุ่งนาป่าดอน มาจาก “ นาใต้ “  เพื่อมาเยี่ยมพ่อใหญ่ค้ำ ซึ่งอยู่ “นาโคก”
น้าบ่าวเทาเป็นคนไปแจ้งข่าวแต่หัวค่ำ ว่าพ่อใหญ่ค้ำถูกรถชน อาวสอนผู้เป็นน้องพ่อใหญ่ค้ำ
จึงรุดมาดูอาการ แต่ระหว่างทาง ทางนาอ้ายซอเพิ่นไถนาฮุดแล้วใหม่ ๆ  จึงฮุ้นกันกับลุงสี ฆ่างัวน้อย
ปัน ”พูด “กัน   อาวสอนจึงขอแบ่ง เพื่อเอาไปเป็น” ของต้อน”  ทำให้เดินทางมาช้า
ระยะทางจาก ” นาใต้”  มาหา “นาโคก”  ก็ไกลพอสมควร เพราะเส้นทางต้องตัดอ้อมห้วย
มาทาง “ โสกฮัง “  ซึ่งเป็นทางเกวียน  แต่ทั้งสองคนเลือกที่จะมาทางลัด ย่างเลาะท่งและลัดโคก
มาแทน เพราะใกล้กว่า
“ เอ๋า บอกให้ถ่า แห่งฟ้าวจ้ำเอาโลดเนาะ เห็นว่าชำนาญโคก กะดาย “  อาวสอนบ่นอุบอิบ
การเดินเส้นทางลัดโคก  ต้องอาศัยการชำนาญเส้นทางและพื้นที่อย่าสูง เพราะต้นไม้ขึ้นหนาทึบ
ทัศนวิสัยมืดมิดเพราะเป็นยามกลางคืน แต่ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับน้าบ่าวเทา ผู้เป็นเซียนโคก
“ แยงโคมมาทางข่อยแน  อ้ายเทา บ่เห็นฮุ่งทาง“  อาวสอนบอกให้น้าบ่าวเทา ฉายไฟหาทางเดิน
“  ฟ้าวๆ  มันเดิกแล้ว   แก๊สสิเบิ๊ดแล้ว “  น้าบ่าวเทาฉายไฟ พร้อมทั้งบอกเตือน
โคมไฟที่ใช้ในสมัยนั้น ( สมัยที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง)  ใช้โคมไฟชนิดใช้แก๊สก้อน  ทำด้วย
ทองเหลืองทั้งหมด ทั้งหน้ากระบังโคม  หม้อแก๊ส  ยกเว้นท่อสายยาง ต่อจากหม้อแก๊สมาหาโคมไฟ
ใช้ระบบทดน้ำจากหม้อแก๊สท่อนบน ค่อยๆหยดลงใส่แก๊สก้อน ให้ไอแก๊สขึ้นมาตามท่อ
ตามสายยางไปจุดตรงโคม  เรียกว่า โคมไฟแก๊ส ( สมัยนี้ไม่มีแล้ว ใช้แบตเตอรี่แทนกันหมด )
ข้อเสียของมันคือ ถ่านแก๊สมีระยะเวลาการใช้งานแค่ไม่ถึง 3 ชั่วโมง   การบำรุงรักษาก็ยุ่งยาก
ต้องหมั่นทำความสะอาด เอา บรัสโซ ( น้ำยาขัดทองเหลือง)  ขัดให้หน้าโคมเงาวาวเพื่อให้
สะท้อนแสงได้ดี  และต้องคอยระวังไม่ให้รูจุกหัวเทียนแก๊สตัน  ส่วนถ่านแก๊ส ราคาถูก
เจ็กอู๋ขายขีดละบาท  
...........................................................................................
เดิกข่อนแล้ว ตาวาดลุกจากตะแคร่ใต้ฮ่มไผ่  มา”จุ” ฟืนเข้ากองไฟ ก้มลงเป่าไฟ ฟู่ ๆ
ส่วนอ้ายแบะยังนอนกรนอย่างสำราญ   ไม่นานไฟก็ลุกโชนขึ้นใหม่  แสงจากกองไฟสาดกระทบ
คบคากิ่งไผ่เป็นสีเหลืองส้ม ฉาบทา  ดั่งต้นไผ่เป็นสีทอง เงาสะท้อนจากแสงไฟ พรึบพลับยามลมพา

หมาบักแดงที่ขดตัวนอนข้างกองไฟ ลุกขึ้นไปนอนห่างๆ เพราะความฮ้อนของกองฟืนที่สุมไฟ
ก่อนจะล้มตัวหาที่นอนใหม่ ยังยกขาหลังเกาหูยิก ๆ ขจัดความคัน

บนท้องท้องฟ้า “ดาวไก่น้อย”  ลอยปรากฏตรงกลางฟากฟ้า แสดงว่า เลยเที่ยงคืนไปหน่อยหนึ่งแล้ว
ความเย็นชื้นของรัตติกาล แผ่ครอบคลุม จนรู้สึกหนาวๆ  ทั้งเสียงนกกลางคืนก็เงียบงัน ไม่คึกคัก
เหมือนตอนหัวค่ำ  มีเพียงเสียงเรไร กับเสียงเขียดจะนาที่กำลังโหมโรงแข่งขัน


ยายสองรู้สึกตัวขึ้น ผ่อนฟืนออกจากเตาไฟใต้เตียงตะแคร่ย่างพ่อใหญ่ค้ำ แล้วก็ย้ายเตา
ไปไว้ทางขา เพื่อให้ไอร้อน รมส่วนขาของสามี  ทั้งหันมาห่มผ้าให้จันแรมที่นอนดิ้นถีบผ้าห่มออก
พ่อใหญ่ค้ำหลับสนิท คงเหนื่อยเพลีย  ส่วนแกเมื่อลุกแล้วก็นอนบ่หลับ  นั่งจ้องสามี คิดไปต่างๆ นา ๆ
พ่อใหญ่ค้ำเจ็บปานนี้ คงทำงานไม่ได้   ไม่รู้ว่าอีกจะนานไหมครอบครัวคงลำบากขึ้นอีกโข  
คิดไปคิดมาก็โชคดีแล้ว ที่สามีรอดมาได้
เสียงฝีเท้าย่ำใบไม้ กิ่งไม้ ดังกรอบแกรบ มาจากทางป่าหัวเถียง  หมาบักแดงตื่นตัว ลุกขึ้นห่า
ตาวาดยืนกวาดสายตาฝ่าความมืด มองไปทางต้นเสียง
“ แม่นไผ เว้ย....!”  แกตะโกนถาม
“  ข่อยดอก พี่อ้ายวาด  ข่อยบักเทา กับบักสอน “  เสียงตอบมาจากหัวป่า หมาบักแดงได้ยินเสียงก็หยุดเห่า
น้าบ่าวเทากับอาวสอน เดินดุ่มๆ ฝ่าความมืดมาทางแก  อาวสอน”คอน” กระต่ามาพร้อม ยิ้มมาแต่ไกล
“ เอ๋า..คือมาเดิก แถะ  ไฟโคมกะบ่ไต้ “  ตาวาดทักเมื่อเห็นทั้งสองเดินเข้ามาใกล้
“  แก๊สเบิ๊ด ตั้งแต่ โคกหนองค้อพู้น  ย่าง” งมทาว” มาสุดทาง แมะ “  น้าบ่าวเทายิ้มแหยงๆ
อ้ายแบะได้ยินเสียงคุยกันเสียงดัง ก็ตื่นนอนขึ้นมาสีหูสีตา
“ อ้ายค้ำเลาเป็นแนวได๋  เจ็บหลายบ่ “  อาวสอนถามก่อนวางกระต่าลงบนแคร่ไม้ไผ่
“  เจ็บหลายหม่องยุ แต่กะไคแนแล้วหละ “  ตาวาดเปรยๆ
“ มึงแบกหยังมาวะ บักสอน” อ้ายแบะถามพลางชะโงกหน้าก้มดูกระต่า
“ ซี้นงัว..แบ่งเอานำบักซอ มันพากันหุ้นฆ่างัวกับเขาลุงสี  กะเอามาฝากหมู่เจ้านั่นหละ “  อาวสอนอธิบาย
“ บ๊ะ....ก้อยเดิก เนาะ  “  อ้ายแบะสำรวจเนื้อในกระต่าพลางออกความเห็น
“ เอาตี้หละ..คือ ๆ  ข่อยส้มปากอยู่ “ น้าบ่าวเทาเสริม
“ เลือกเอาไว้เฮ็ดโลด...ที่เหลือกะจ่งไว้ให้ยายสองเลาปิ้งสู่ซุมอีจันเพ็ญกิน “  อาวสอนบอกแล้วก็ดินขึ้นเถียง
ไปถามไถ่พ่อใหญ่ค้ำกับยายสอง

อ้ายแบะเลือกเอาเนื้อวัวในกระต่า เลือกเอาเนื้อสัน กับเนื้อที่สด ๆ พร้อม คันแถนาสามสิบกีบ ตับ
ส่วนหน้าบ่าวเทาขึ้นไปเอาอุปกรณ์ทำก้อย ทั้งหม้อแกง เขียง มีด ถ้วย บ่วง กระปุกปลาแดก  น้ำปลา
ตาวาดเดิ่นงก ๆ ไปหาผัก  ถอนเอาหัวซิงไค  เด็ด ผักหอมเป  และผักบั่วที่ยายสองแกปลูกไว้ มานำ
อ้ายแบะซอยเนื้อออกเป็นชิ้นบางๆ ขนาดพอคำ ทั้งคันแทนา สามสิบกีบที่เอาไปจี่ไฟพอห่ามๆ
มาซอยปนลงนำ  น้าบ่าวเทาเป็นผู้ คั่ว ” ขี้เพลี้ย” ใส่หม้อแกง  เคี่ยวพอให้ข้นนิดหนึ่ง
เมื่ออ้ายแบะซอยเนื้อเสร็จสรรพ ก็ เอาขี้เพลี้ยที่คั่วไว้ ลงผสม  เอาน้ำปลากแดกปรุงรส เอาข้าวคั่วลงคลุก
ซอยผักหอมเป กับผักบั่ว ใส่ คลุกให้ทั่ว   เติมด้วยผงชูรส กับ น้ำปลา     ฝานมะนาวบีบน้ำใส่พอ อมเปรี้ยว
“  ใส่บีนำเด้อ..”  ตาวาดเอิ้นบอก เพราะแกชอบรสออกขมนิดหนึ่ง
กลิ่นข้าวคั่ว ผักหอม  ลอยคลุ้งกับสายลมยามดึก      อ้ายแบะซอยเอาตับอ่อนลงไปด้วย เพื่อเพิ่มความอร่อย
เนื้อที่เอามาทำก้อยล้วนยังสด ๆ เรียกว่า ดิบทั้งหมด ถึงจะเรียกว่า “ ก้อยเดิก “
น้ำบ่าวเทาเลาะเลียบไปทางสวนผักยายสอง เด็ดเอา” ผักอีเสิม” ( สาระแหน่)  มาโรยหน้าอาหารจานเด็ด
ส่วนตาวาด เดินไปเด็ดยอดมะตูมอ่อน ที่เกิดข้างกอไผ่ มากินกับ
อ้ายแบะ แบ่งเอาเนื้อชิ้นหนึ่งไม่ได้หั่น ทาเกลือทิ้งไว้ขอบเตียง   กะว่ากินก้อยแล้วจะปิ้ง ซอยจ้ำแจ่วเพลี้ย
ขั้นสุดท้ายคือ ใส่พริกป่น กับพริกสด  ปรุงรสคลุกเคล้าจน ข้าวคั่วเข้าเนื้อ เมื่อรสชาติได้ที่ ก็พร้อมเสริฟ
“  มาเด้อ..เสร็จแล้ว   ก้อยเดิก “   อ้ายแบะเรียกทุกคนเสียงดัง
กลิ่นก้อยเดิก คละคลุ้งในยามดึกสงัด ยายสอง ให้ห้อยกระต่าเก็บเนื้อไว้มื้ออื่นเซ้านำ แต่บ่ได้ลงไปกิน
จันแรมตื่นลืมตาตั้งนานแล้วแต่ว่าไม่ได้ลุกจากที่นอน ได้ยินอ้ายแบะเรียก ก็ พูดขึ้นลอยๆ
“ หึ..บ่กินนำดอก   มันดิบ บ่อยากเป็น ขี้กะตืก “
แล้วทั้ง อาวสอน น้าบ่าวเทา อ้ายแบะ  ตาวาด ก็ล้อมวง กิน”ก้อยเดิก” อย่างออกรสชาติ
น้าบ่าวเทา ยักคิ้วใส่ ตาวาด  พร้อม ควักเอา ขวดเหล้าขาวน้อย ออกมาอวด
“ นี่..บักสองซาว ลักซื้อมาแต่บ้าน     กับแกล้ม มันจั๋งแม่น ก้อยเดิก”
ทั้งวงหัวเราะร่วนถูกอกถูกใจ  ทั้งรินเหล้า ซดก้อยเดิก อย่างโอชะ    ทั้งโสเหร่กันไปนำ
“ ฮ้วย..ซี้นที่ข่อยแบ่งไว้ถ่าปิ้งเด้.หละ “  อ้ายแบะถาม เมื่อมองหาเนื้อที่แก แยกไว้เพื่อปิ้ง ไม่เห็น
ทุกคนหยุดชะงักครู่หนึ่ง กวาดสายตาช่วยกันมองหา
“  พู้น.....หมาบักแดง เอาไปเฮ็ด ก้อยเดิกแล้ว  “ อาวสอนชี้มือท้วงไปยังหมาบักแดงที่กำลัง สวามปามชิ้นเนื้อ
“  โอ้ย....มึงมาหลอยเอา ตั้งแต่ยามได๋..คั่วมึงเอ้ย...” อ้ายแบะด่าหมา

 
 
สาธุการบทความนี้ : 71 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 71 ครั้ง
 
 
  15 พ.ค. 2553 เวลา 21:18:59  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่285)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 


ขอบคุณช่างภาพ google

อภิธานบท  " ตอนก้อยเดิก"
อันนี้ " โคมไฟหม้อแก๊ส "  ที่กล่าวถึงในเรื่อง
ใช้ในสมัยยังไม่มีไฟฟ้า อันนี้หละพาหากบหาเขียด

 
 
สาธุการบทความนี้ : 74 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 74 ครั้ง
 
 
  15 พ.ค. 2553 เวลา 21:25:49  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่287)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 


ภาพจาก google

อภิธานบท ประกอบ ตอน " ก้อยเดิก"
โคมแก๊ส  ตอนจุดแล้ว ส่องสว่างนวลๆ  
  

 
 
สาธุการบทความนี้ : 76 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 76 ครั้ง
 
 
  15 พ.ค. 2553 เวลา 21:30:08  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่288)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 


ขอบคุณช่างภาพ ( จำบ่ได้)
อภิธานบท
อันนี้  แก๊สก้อน  ใช้เป็นเชื้อเพลิง
อันเดียวกันที่ ใช้ บ่มกล้วยนั่นหละ
บ่ฮู้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ว่าอีหยัง

 
 
สาธุการบทความนี้ : 71 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 71 ครั้ง
 
 
  15 พ.ค. 2553 เวลา 21:34:22  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่289)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 


สังเกตุ ลวดทองแดงบนหม้อแก๊ส กับ ขีดชี้วัด
ใช้สำหรับ เร่งน้ำจากหม้อบนลงล่าง ให้แก๊สละลาย
อยากให้ไฟแรง เร่งทางขวา โลด
( เทคโนโลยี่ โคมไฟแก๊ส เริ่มสูญหาย เนื่องจาก มีไฟฟ้าทดแทนแล้ว
หากประเทศเรา ถูกโจมตีด้วย  EMP  กระแสไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า
ใช้งานไม่ได้   ใครมีอันนี้ กับ ขี้กะบอง  รอด..)

 
 
สาธุการบทความนี้ : 133 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 133 ครั้ง
 
 
  15 พ.ค. 2553 เวลา 21:41:03  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่292)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 
ขอบคุณอ้ายต้องแล่ง หลายๆ  สำหรับข้อมูลครับ
ละเอียด คมชัดลึก ดี พะนะ

ส่วนตอน ต่อไป  กะ ตอน ผีโพงเด้อ...
ให้บ่าวปิ่นขัดเกลาสำนวนเกิ่น  อ่านแล้วมันเป็นสี ตะขิดตะขวงแนวได๋ บุ
ว่าสิไปหาถ่ายรูป ผีโพงมาลง กะหายากแมะ  ต้องหลอยๆ ไป

 
 
สาธุการบทความนี้ : 58 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 58 ครั้ง
 
 
  16 พ.ค. 2553 เวลา 09:03:56  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่294)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 

หน่วยข่าวกรอง แจ้งมาว่า
ซุม ผีโพง ย้ายไปอยู่ทางบ้านอ้ายรุทธิ์ แล้ว  เลยหาถ่ายรูปบ่ได้
คันซั้น บ่าวปิ่น สิเปลี่ยน ชื่อ ตอนใหม่ ที่สิเอาลง ว่า " ตอน ผีเป้า " เนาะ
เพระว่าทางบ้านบ่าวปิ่น ยังมักอยู่  เป้า สายัญห์ พะนะ
แต่ว่า พุลังคน กะใช้ กระสุนจริง กับเป้าปลอม หลาย จนบ่มีลูกมีเต้า เน๊าะ
โปรดติดตามเด้อ ครับ  " ตอน ผีเป้า "

ปล.ผุลังคน กะ อ่าน บ่ทันเนาะ  บ่ทันก็กลับไปอ่าน ย้อนหลังได้เด้อ ขะน้อย
     ตอน ย่างคน  กับ ตอน ก้อยเดิก
     อีกอย่าง  ไผมีรูปผีเป้า กะส่งมาให้ บ่าวปิ่น แน เด้อ..
     ได้ยินข่าวว่า สาวส่า  มีหลาย ซั้นเดิ๊ก  มีแต่คนเล็งเป้าใส่ พะนะ
     ทางบ้าน ป้าหน่อย มี บ่น้อ ผีเป้า   ส่วนอ้ายใหญ่กับ อ้ายต้องแล่ง
      บ่ถามดอก  ฮู้อยู่ ว่ามี แต่เป้า   บ่มีผี ...    

 
 
สาธุการบทความนี้ : 66 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 66 ครั้ง
 
 
  16 พ.ค. 2553 เวลา 12:15:46  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่297)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 

เอ๋า  กระทบ..ซั้น. ติ   ลูกหลานขออภัย เด้อซั้น

ผีเป้านี่ มีอีหลีครับป้าหน่อย บ่าวปิ่น พ้อมาแล้ว
กำลังสิเว้าให้ฟัง ในตอน " ผีเป้า" นี่หละ
ปล.เอิ้นมากินตับบ่าวปิ่นโลด คัน หย่ำได้ ( แข็งเบิดแล้ว ขะน้อย )    

 
 
สาธุการบทความนี้ : 62 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 62 ครั้ง
 
 
  16 พ.ค. 2553 เวลา 12:38:32  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่301)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 

ว่าสิเอา ตอน ผีเป้า ลง ตอนกลางคืน  มันจั่งเป็นตาย้าน

เสียงไทบ้าน ว่าแนวได๋ น้อ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 0 ครั้ง
 
 
  17 พ.ค. 2553 เวลา 08:10:45  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่303)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 


จะของ มีผู้เดียว กะว่า เอกฉันท์เนาะ  บุ้ยย
เอ๋า คันสั้น กะเบิ่งฮูป มันก่อน ถ่ายมามื้อวาน นี่เอง
ส่วนเรื่องราว ท่าจั๊กคราว น้องหล่า มันยาวเติบ
สิลงให้ เดี่ยวนี้หละ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 66 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 66 ครั้ง
 
 
  17 พ.ค. 2553 เวลา 08:46:42  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่307)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 
คุณปิ่นลม:

ด้านหน้าผีขนุน  ด้านหลัง ผีกล้วยตีบ ครับ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 75 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 75 ครั้ง
 
 
  17 พ.ค. 2553 เวลา 09:45:40  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่308) ตอน ผีเป้า      [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 


( เค้าโครงจากประสพการณ์จริง ผู้เขียน)


ลมพัดส่า มาเป็นระยะ ลูกหว้าสีดำปนม่วงที่สุกงอม ร่วงตุ๋มลงน้ำไฮ่นา กะปูนาตรงรี่
เข้ามาใช้ก้ามหนีบลูกหว้าสุก แล้วแจ้นเข้ารูที่ขุดไว้ข้างคันนา ช่วงนี้เป็นช่วงไถนาฮุดแล้ว
รอให้ต้นกล้าที่หว่านไว้เติบใหญ่  จนสามารถถอนมาปักดำได้   ช่วงนี้งานหลักของบักลม
คือเลี้ยงควาย โดยไล่ไปเลี้ยงตามเดิ่น ตามดอน เลาะหัวโคก
ลมปีนต้นหว้าใหญ่ หากินหมากหว้าสุก  พวงลูกหว้าไหนสุกทั้งพวง ลมก็โน้มกิ่งเด็ดเอา
มากินอย่างเอร็ดอร่อย กินไปกินมาจนลิ้นเป็นสีม่วง ส่วนบักกุ้นน้องชาย ยืนแหงนหน้ามอง
อยู่ใต้ต้นหว้า
“ โยนลงมาให้ข่อยกินแน อ้าย “ บักกุ้นเรียกร้อง ทำตาปริบ ๆ
“ ฮับเอาเด้อ.”  ลมเอิ้นให้สัญญาณแล้วก็ โยนพวงหว้าสุกลงไปให้น้อง
เมื่อได้ผลหว้าสุกพอประมาณแล้วก็ โดดหย่อยลงจากต้นหว้า นั่งบนคันนากินผลไม้ ตาแนมเบิ่ง
ฝูงควาย  ควายอีจง กับควายบักตู้ กำลังเล็มหญ้าอยู่เดิ่นนา  ส่วนควายอีป่องควายน้อย นอนแช่ปรัก
อย่างสบายใจไร้ปัญหา  เสียงหมากกระโหร่ง ดัง เป๊ง ป้าง ขับกล่อมลำเนา
“ เบิ่งลิ้นอ้าย   เป็นสีแหล่ บ่ “  ลมแลบลิ้นให้น้องเบิ่ง
“ เป็นตาย้านเนาะ...สีแหล่กวดตวด ปานผี “ กุ้นน้องชายหัวเราะคิกคัก
“ ฮืมมมม....ผี.....แบร่..ย้านบ่ “  ลมยังแลบลิ้นหลอกน้องชาย
“ ผีบ้า...ดอกแนวนั่น... กินบ่ดากข่อย “  กุ้นหอบเอาลูกหว้าเดินหนี
ลมลุกขึ้นเดินนวยนาดไปตามคันนา ฮัมเพลง “ กระบี่ไร้เทียมทาน “  สำเนียงอีสาน
“ โตหล่อยขี่ไก่โป่  โก้ยหนี่เสย ขี่โต  “
( จริง ๆ ร้องว่า  “โต่วจี่โจ่ยซานโป  โก้วชวีเหม่ยซวีนโกว”  )
“ แม่งหวานโจ่ย ลองซิม   งึมงำขี่โก่โจ่”
( จริงๆ ร้อง ว่า “ เหม่งหว่านโจ่ยหลานซิว  งัมซีฉี่น โมวโลว” )
พอเดินมาใกล้ควายบักตู้ที่กำลังเล็มหญ้า ก็ทำท่าพลังไหมฟ้า ใส่สีข้างควาย เสียงฝ่ามือกระแทกดัง ปั๊ก
ควายบักตู้ชะงักนิ่ง ดั่งถูกพลังไหมฟ้าพันธนาการ  ที่จริงแล้วมันหยุดนิ่งนึกว่าเจ้านายมัน สิหาเหาหาเห็บให้
“ แงะ ๆ “  มันชะโงกหน้ามาส่งเสียงอ้อน หวังจะให้บักลมเอ็นดู หาเอาไข่เหา ที่เกิดตามขนออกให้บ้าง
“  กุ้น  หล่า  เบิ่งควายถ่าอ้ายจั๊กคราวเด้อ.อ้ายไปถ่ายในป่า เกิ่น “ ลมสั่งน้องไว้ แล้วเดินหายไปทางตีนโคก
เพราะกินหมากหว้าหลายจนปวดท้อง หวังจะปลดทุกข์สักหน่อย   ลมเดินเลาะไปตามป่าตีนโคกหัวนา
เมื่อได้ทำเลเหมาะ ก็นั่งยองย่อลงใช้บริการสุขาป่าโคก  
นั่งหม่องนี้แล้วก็ โก่งโก้ยย้ายหม่อง พลางหาเปิดพุ่มหมาก “นมน้อย” ( ต้องแล่ง) หากินผลมัน
ว่างๆ ก็ เด็ดใบหญ้าดอกขิว ( บางที่เรียก หญ้าดอกขาว ต้นอมช้าง ตั้นลำซ้าง ภาคกลางเรียก สาบเสือ)
เด็ดมาแล้วก็ขยี้ๆ ดมดับกลิ่น  แล้วก็ ย่องย่อเปลี่ยนโลเคชั่น ไปตามพุ่มหมากต้องแล่ง


ตะวันขึ้นสายทอแสงจ้า จนเวลามองต้องเอามือป้องแดดเบิ่ง นกอีแซว  บินวนอยู่แถวไฮ่หนอง
นกขาบ จับงอยคอนอยู่บนกิ่งต้นกะเลาที่กำลัง ออกช่อดอกอ่อน  “แมงย่างซิ้น” ไต่ราวใยหลบแดดตามร่มไม้
ฝูงควายที่เลาะเล็มหญ้า ต่างพากันลงนอน”บวก” เพื่อปรับอุณหภูมิในร่างกาย  บางตัวก็เอาหัวมุดน้ำเล่น
บางตัวก็เกลือกกลิ้ง “ขาชี้ป่างง่าง” และมีตัวที่นอนเฉยๆ คล้ายทอดอาลัยต่อโลกมนุษย์

ลมเดินออกมาจากป่า แนมไปทางท่งเห็น พวก ” อีเอ้น”  กับ “อีโจดโหวด”  ลูกสาวน้าสาวเหนา
ทั้งสองคนกำลังพายข่องน้อยเลาะหาเก็บกะปู  เมื่อเลาะมาทางที่บักกุ้นน้องชาย นั่งเซาฮ่มอยู่ ใต้ต้นหมากกะทัน
ก็หยุดนั่งเล่นนำกัน
“  สูมาหาหยังวะ อีเอ้น “  ลมเอิ้นถาม พร้อมสาวเท้าไปเซาฮ่ม  
“ ซุมข่อย มาหาเลาะเก็บกะปูน้อย ไปกินกับตำบักหุ่ง ตอนเที่ยง ซั้นดอก”  อีเอ้น อายุน้อยกว่าบักลมสองปี ตอบ
“ ได้หลาย ยุเบาะ “  ลมถามพร้อมกับเปิดข่องน้อย เบิ่ง สำรวจนับจำนวน
“  ได้หน่อยนึง ว่าสิไปหาทาง ไฮ่โหล่ง กกหว้า นาเจ้านั่นหละ แต่อีโจดโหมด มันย้านผีเป้า “
ไฮ่กกหว้าใหญ่ เป็นไฮ่นาที่มีน้ำท่วมขังหลาย เพราะอยู่ใกล้แทวฮ่องห้วย จึงมีสัตว์ต่างๆ อาศัยอยู่หลาย
แต่ก็อยู่ติดปลายนา อยู่ไกลหูไกลตาคน  “โจดโหวด” ลูกสาวหล่าน้าสาวเหนา จึงกลัวผีหลอก
“ บุย.ย...ผีเผลอ อยู่ใสสิมีอยู่นากู  กลางเว็นแสก ๆ  ไปๆ กูสิพาไปเอา “  ลมชวนทั้งสองไปหากะปูน้อย
“ ข่อยไปนำ  “  กุ้นน้องชาย ขอไปด้วย
“ ไป  เบิ๊ดสุคนนี้หละ  ควายมันนอนบวกแล้ว  มันบ่หนีไปไสดอก “  ลมชายตามองไปทางฝูงควายแวบหนึ่ง
ก่อนเดินบ่ายหน้าสู่ “ไฮ่กกหว้าใหญ่”

ตามท้องไร่ท้องนา พอแดดกล้า น้ำในไฮ่นาก็อุณหภูมิสูงขึ้น  กะปูน้อยมักจะหลบซ้นอยู่ตาม
หัวหญ้าริมคันแท หรือตามใต้ฮ่มไม้  วิธีหาก็ไม่ยาก เอามือลูบตามน้ำริมคันแท ก็จับได้แล้ว ยิ่งตรงไหน
มีร่มไม้  ริมคันแนนั้นหละมีกะปูน้อย ดารดาษ  ลูกปูเป็นอาหารของกบเขียด ตลอดนกน้ำ และแมลงหลายชนิด
หล่อเลี้ยงระบบนิเวศ ให้มีความหลากหลายทางชีวะวิทยา  แต่หากมันเติบใหญ่ขึ้นมาเป็นปูเต็มวัย ก็ก่อความ
รำคาญให้กับชาวนา  เนื่องจากมันกัดต้นข้าวในนาเสียหายได้  แต่กระนั้นก็ถือว่าเสียหายเล็กน้อยกว่า
งัวควายมาหลอยกินต้นข้าวอยู่  ส่วนมากชาวบ้านจะเอากะปูน้อยไปกินดิบๆ  แกล้มตำบักหุ่ง ตำบักถั่วหรือเอาไปจี่ แล้วตำใส่หมากขาม กลายเป็น “ ตำกะปูน้อย”  กินส้ม แซบคือกัน


ลมพาเด็ก ๆ ไปจับปูน้อย งมทาวตามริมคันแทนา  บางที่งมลงไปได้มาคราวเดียว 4-5 ตัว ขนาดเท่า
กันกับหัวนิ้วโป้ง ลดหลั่นกันไป ส่วนอีเอ้น หมานกว่าหมู่ ได้แมงดา  ส่วนโจดโหวดผู้น้อยได้ หอยโข่ง
แต่ว่าบักกุ้นทาวได้แต่ขี้ตม พากันเว้าหยอกล้อเป็นที่สนุกสนาน
“ อ้ายลม  แม่ใหญ่เคน เลาว่า ผีเป้า กำลังอาละวาด  มีคนเห็นหลายคน อยู่ทางแทวห้วย “ อีเอ้นเล่า
“  มันเป็นแนวได๋ ผีเป้า เอื้อย “ โจดโหวดถาม
“ จั๊กแหล่ว กู กะเคยเห็น เนาะ “  เอ้น บอกน้องพลาง งมกะปูต่อ
“ กูว่า ย้านแม่นหน้าตา คือสายัญห์ สัญญา อยู่ “  ลมว่า แล้วก็ฮัมเพลง “ไอ้หนุ่มรถไถ “ เพลงฮิต
“ ได้ขี่รถเก๋ง ฟังเพลงลูกกรุง  อย่าลืมลูกทุ่ง ที่ขับรถไถ...ไอ...ไอ...ๆ  “  ร้องพลางออกเสียง แอ๊คโค่ พร้อม
ตกตาเว็นค่ำแลงลง หลังจากกินข้าวแลงแล้ว ตาวาดก็เอา “ โคมไฟหม้อแก๊ส “  มาขัดสีฉวีวรรณ
เพื่อให้มันวาบสะท้อนแสงได้ดี แลงนี้ ลมบอกพ่อว่าจะไปหา ไต้กบ ไต้เขียด เพราะว่ามื้อนี่ อากาศอบอ้าว
กบเขียด ออกหากินดี  
“ พ่อ พ่อ   ผีเป้า เป็นแนวได๋ พ่อ”  เอ่ยปากถาม เพราะเก็บความสงสัยไว้ตั้งแต่ตอนกลางวันแล้ว
พ่อเล่าให้ฟังว่า “ ผีเป้า” กะคือ ผีสางชนิดหนึ่ง ที่ชอบกินของดิบๆ คาวๆ  ส่วนมากกะคือคนปกตินี่หละ
แต่ว่ากินแต่แนวดิบๆ   หากินกบกินเขียดกินปลา แบบไม่ต้องปรุง  หรืออาจจะเกิด ว่านชนิดหนึ่ง
พวกมีวิชาอาคมเลี้ยงไว้ แล้วลืมกู้  จนกระทั้งสิงสู่ผู้เป็นเจ้าของ กลายเป็นผีเป้า เลาะหากินของดิบ ยามกลางคืน
บางครั้งก็หากินตอนสายๆ เพราะผีพวกนี้ บ้างก็บ่ย้านแดด    แต่บางทีก็หากินกลางคืน จับกบจับเขียดกิน
พ่อยังว่า ผีพวกนี้ ถ้าเห็นตอนกลางคืน อย่าไปทัก ไปท้วง เพราะมันสิถ่มน้ำลายใส่  ให้เฮากลายเป็นผีเป้านำ
รอตอนกลางวัน ไปหามัน ท้วงมันว่าเป็น ผีเป้า  มีทรัพย์สินอีหยัง มันสิให้เบิ๊ด  ย้อนว่าย้านคนอื่นรู้
“ ไทบ้านบ้านเขาส่า ว่า เห็นผีเป้าอยู่แถว นาโคกซุมเฮา เด้ พ่อสู “ ยายยมผู้เป็นแม่ สอดขึ้น
“ เจ้าอย่าสุหาเว้าหาว่าหลาย ข่อยอยู่มาตั้งแต่น้อยเท่าใหญ่  บ่มีดอก ผีเป้าโคกนาเฮา “ ตาวาดปราม
“ ข่อยกะได้ยินอีเอ้น ว่า แม่ใหญ่ เคน พ้อ ผีเป้า อยู่นาหนองค้อ ใกล้ๆ เฮานี้เด้ “ ลมเสริม
” เชื่ออีหยัง แม่ใหญ่เคน ตาบอดข้างเดียว  แต่ยามเว็น  กะแนมเห็นบ่คักแล้ว “  ตาวาดยังค้าน
“ อีพ่อ ข่อยเห็นผี โละโคดอยู่หว่างเว็น ฮั้น “  กุ้นลูกชายหล่าโพลงขึ้น
“  ผี หยัง  หล่า “  ยายยมสงสัย    “ ผีบ้า บักเซียงลอน “   กุ้นตอบพร้อมตุ้มผ้าห้มล้มตัวนอน

สายลมระรื่นพัดเอาควันไฟที่สุมไว้ตามคอกวัวคอกควาย โรยรินกลิ่นควันระเรี่ย คืนนี้เป็นคืนเดือนดับ
อันธกาลปกครองท้องทุ่ง มีเพียงแสงดาวที่ยืนหยัดสาดส่องวิวับ พอให้เห็นรูปเงา เขียดจะนากับเขียดขาคำ
ประสานเพลงขับกล่อม สดุดีท้องน้ำในไฮ่นา  ดาวซ้างน้อย  กับดาวหมูซัง   พร่างพรายในนภา


ลมส่องโคมไฟเลาะหาจับเขียดตามหัวโคก และเดิ่นดอนนา  โดยเฉพาะใกล้กับ “บวกควาย”  ไม่เคยผิดหวัง
อย่างน้อยที่สุดต้องมีเขียดอีโม่ 2-3  ตัวติดมือ  ลัดเลี้ยวไปตามเดิ่น ตามทางน้ำเล็ก ๆ  เหลียวเห็นตาเขียด
แดงวาบสะก้อนโคมไฟ  เมื้อนี้เขียดออกดีแท้ ๆ
ก้ำทางหนองสระน้อยทางฮ่มต้นกระทัน เสียงกบฮ้องอยู่ อ๊บ ๆ  ทางไฮ่กกหว้าก็ฮ้องคือกัน
เสียงกบ ดังก้องท่งกังวาลมาไกล  ลมเดิ่นดุ่ม ๆ ก้มๆเงยๆ  หาเลาะคุบเขียด หากแสงโคมไฟอ่อนลง
ลมก็เร่งไฟขึ้นให้แรงจ้า  เงี่ยหูฟังเสียงกบว่ามันร้องมาจากทางไหน   จับทิศทางได้ก็ตรงดิ่งไปทางนั้น
แต่ปัญหาก็คือ พอเข้าใกล้สักหน่อย กบก็หยุดร้อง  ทำให้หาจุดพิกัด ตำแหน่งที่แน่นอนบ่ได้
บักลมจำต้องใช้กลยุทธ “ ดับไฟจอบ”  คิดได้ดังนั้น จึงดับไฟโคมลง นั่งนิ่งๆ คอยฟังเสียงกบฮ้อง



คืนเดือนมืด ที่ไม่เชิงมืดสนิทเท่าใดนัก  พอมองเห็นเค้าโครง รูปทรงสุมทุมพุ่มไม้ได้ดี
ลอมวอยๆ พัดมาจากท้ายทุ่ง ศัพท์สำเนียงเพลงไพร บรรเลงเห่กล่อมมิเคยขาด  น้ำในนาสะท้อนแสงดาว
พร่างพราย พอให้เห็นบรรยากาศรอบด้าน ทัศนาเป็นเงาวูบวาบในสายลมเย็น ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่กลางทุ่ง
เห็นเป็นเงาตะคุ่มยืนเด่นตัดกับเส้นขอบฟ้า  เลาะริมท้ายท่งมองเห็น แสงไฟของชาวบ้านที่หาอยู่หากิน
ในยามค่ำคืน เป็นจุดสว่างเล็ก ๆ ดังหิ่งห้อยลอยวิบวับ วูบหาย  ก้ำทางโคกแลเห็นเป็นแนวทะมึนยาว
ดาวแพรวพราว บนยอดไม้ ชวนให้จินตนาการลอยล่อง


ลมดับไฟ รอให้ตาชินความมืด โสตสัมผัสทำงานอย่างเต็มที่ เงี่ยหูเอียงคอ คอยฟังเสียงกบ
“ อ๊บ ๆ  อ๊บ ๆ “  เสียงกบฮ้องสะท้อนก้อง มากับสายลมในราตรี
“ ฮ้องมาจากทางไฮ่กกหว้า “ ลมคิดในใจ
เด็กน้อยอาศัยความชำนาญพื้นที่ เดินด้อมๆ ฝ่าความมืด ไปทางต้นเสียง  แต่ก็ต้องคอยระวังบ่ให้เกิดเสียงดัง
เพราะกลัว กบแตกตื่นเซาฮ้องหนีหาย  ลมเลาะเลียบไปทางไฮ่นา มือควานคลำหาทางไป
วาบหนึ่งในความคิด  นาไฮ่กกหว้า  อยู่ใกล้ฮ่องห้วย ที่ อีเอ้นว่า มีคนเห็นผีเป้า เลาะหากินแถวๆ นั้น
คิดขึ้นมาแล้วเสียวสันหลังวาบ พอจะหันกลับ ก็มาได้ครึ่งทางแล้ว
“ อ๊บๆ  อ๊บ ๆ “  เสียงกบฮ้องขึ้นอีกตรงตำแหน่งเดิม
เสียงนั่นปลุกสัญชาตญาณการล่าของบักลม ให้ตื่นขึ้น  ทั้งอยากได้กบทั้งกลัวระคนกัน
“ บ่มีหยังดอก”  ลมปลอบใจตัวเอง แล้วก็เดินหน้าต่อ
พอเข้าไปใกล้ แลเห็นต้นหว้าใหญ่เป็นเงาทะมึน  กบเหมือนจะระแวงเภทภัย มันหยุดร้องเอาดื้อ ๆ
ลมชะงักกึก แอบอยู่ข้างคันนาดูลาดเลาก่อน  ควักไม้ขีดมาเตรียมไว้จุดโคมแก๊ส เพราะระยะใกล้แล้ว
กะว่าพอ กบฮ้องอีกครั้งหนึ่ง จุดไฟวาบส่องตรงนั้นทันที  แลไปทางเถียงนาบ่เห็นแสงไฟตะเกียงจาก
เถียงนาแล้ว ป่าดอน บดบังแสง อีกอย่างจากตรงนี้ไปหาเถียงก็ ไกลโข
ผีเป้าก็เป็นคือคนธรรมดาเฮานี่หละ แต่ว่าหากินกบ กินเขียดเป็น ๆ  ถ้าพ้อมันยามกลางคืนอย่าไปทักท้วง
คำตาวาดบอก ยังก้องในหู  ลมหัวใจเต้นตึกตั๊ก  พยามไม่คิดเรื่องน่ากลัว สะกดใจ เงียบแอบอยู่ข้างคันนา
เสียงหมาบักแดงหอน ดังลอยมากับสายลม  เสียงเยือกเย็นผิดสังเกต อีกทั้งหมาก่าน( หมาด่าง) ของ
น้าบ่าวเทาก็หอนรับ  เพราะที่นาอยู่ใกล้กัน จึงได้ยินชัดเจน บักลมขนลุกซู่  มือสั่น เหงื่อผุดเม็ดเป้ง ๆ
“ มึงมาหอนหยังตอนนี้ น้อ..”  ลมคิด
“ อ๊บๆ !”  กบฮ้องขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ใกล้ๆนี่เอง  ลมกลั้นความกลัวไว้  ตัดสินใจครั้งสุดท้าย ตายเป็นตาย
ต้องเอากบตัวนี้ กลับไปต้มส้มใส่หมากขามให้ได้  คิดได้พลางลุกผลุนผลัน จากคันนาที่ซ่อน
กวาดสายตาไปทางกกหว้า ที่กบฮ้อง    ร่างเงาตะคุ่มๆ ของคน กำลังยองย่อ ก้าวออกมาจาก กกหว้า
คล้ายกำลังจับกินกบกินเขียด  ใจบักลมหล่นลงโป้ตีน   ร่างนั้นหยุดชะงักเหมือนจะมองเห็นลมแล้ว
แต่ยังยืนจังก้าอยู่ใต้ฮ่มหว้าใหญ่  ยกมือก่างจ่าง ค้างอยู่
“ ผีเป้า..”  วาบความคิดเตือนสติ  บักลมแจ้น ไม่เหลียวหลังไปมองเป็นครั้งที่สอง วิ่งชนิดไม่คิดชีวิต
จ้ำอ้าวจนลมออกหู วือ ๆ พอใกล้ถึงบริเวณเถียง ก็ ฮ้องออกมาเสียงดัง
“  ผีเป้า...อีพ่อ..ข่อยพ้อผีเป้า....บรือ ๆ “ น้ำเสียงสั่นกลัวเสียขวัญอย่างเห็นได้ชัด
ตาวาดรีบโผล่ออกมาหาลูกชาย   บักลมวิ่งขึ้นบนเถียงนา ทิ้งข่อง ทิ้งหม้อแก๊ส   เล่าเหตุการณ์ให้พ่อฟัง
“ ข่าวลือเป็นความจริง เด้ นิ “  ผู้เป็นแม่กล่าวเสริมความน่าเชื่อถือ
“ ข่อยกะว่ายุ  ตะกี้นิ หมาบักแดงมันกะหอน” บักกุ้นโผล่แต่หน้าออกมาจากผ้าห่มแสดงความเห็น
บักลมคิมฮวง ขายังสั่นยอก ๆ ด้วยความตื่นกลัว
“  เอาเถาะ ๆ  อย่าพากันโสเหร่ หลาย  ไป มึงไปล้างตีนแล้วเข้านอน “  ตาวาดสั่งการยุติการวิพากษ์วิจารณ์
ลมทำตามพ่อว่า แต่ยังขนลุกบ่หาย  แม้เข้านอนซุกใต้ผ้าห่มแล้วก็ตาม ตายังบิกโพลง คงอีกนานจึงจะ
ข่มตาหลับลงได้

ลมเย็นแห่งรัตติกาลพัดโหมมาคราหนึ่ง เสียงใบไม้สะบัดสะบิ้ง ซ่า ๆ  หมาบักแดงเห่า
ควายบักตู้ฟึดฟัด ดั่งตื่นท้วงบางอย่างที่มากับความมืด  เสียงนกกวัก ยังฮ้องเลาะอยู่นาแทวห้วย
ดาวช้างน้อย ลอยเด่นเป็นกลุ่มรูปช้างคว่ำเอาหัวลง บอกเวลาในราตรีว่าดึกโขแล้ว  ลมพล่อยหลับไป


เช้าตรู่น้าบ่าวเทามาหาตาวาด ตั้งแต่เช้า กลิ่นยาเส้นที่เลาสูบเตะจมูกบักลม จนต้องตื่นขึ้นมา
“ พี่อ้ายวาด  “  เสียงแกฮ้องหาตาวาด ดังมาแต่ไกล
“ แม่นหยังบักเทา มึงคือมาแต่เซ้าแถะ”ตาวาดถามไถ่
“  ข่อมีแนวสิเว้าให้เจ้าฟัง “  แกเดินมานั่งข้างกองไฟที่สุมไว้ ไล่แมลง ตรงใต้ถุนเถียงนา
“ เจ้าว่าผีเป้า มีอีหลีบ่ “  น้าบ่าวเทายิงคำถามแรก
ตาวาดทำหน้างงๆ วันนี้มาแปลก มาหาตั้งแต่เซ้าๆ นึกว่าสิเว้าเรื่องหยัง
“ ไปฟังข่าวลือ แม่ใหญ่เคนมาอีกคนแล้วติ  “ ตาวาดพูดดักคอ
“ แม่นอยู่ดอก  ได้ยินเลาเว้า  ข่อยกะบ่เชื่อเลาปานได๋ ดอก  ตั้งแต่ย่างยามกางเว็น ยังย่างตำตอบักใหญ่
ตาบอดข้างเดียว เห็นฮุ่งบ่คัก แม่ใหญ่เคน “   พูดจบก็หัวเราะร่วน จนสำลักควันยาเส้น
“ แต่ว่ามื้อคืน ข่อยไปไต้กบ  ข่อยเห็นผีเป้า แมะ “  น้าบ่าวเทาพูดเสียงอ่อยๆ
“ เห็นอยู่ไส วะ “ ตาวาดพันมวนยาเส้น แล้วก็ยกดุ้นฟืนมา ต่อกอกยา
“ นาเจ้า นี่หละ เต็มตาเลย เชื่อแล้วหละ มีอีหลี ผีเป้า “ น้าบ่าวเทายืนยัน
“แม่นมึงเห็นคนบ่น้อ.” แกยังซักไซ้
“ หึ  บ่นแม่นคน  คนอีหลังมาหากินต้องไต้ไฟแมะ  นี่มาผู้เดียวมืด ๆ  “  เว้าเสียงแข็ง
“ ข่อยไปจอบกบ ดอก จั่งเห็น  ยืนจังก้าใส่กันเลย  มันกะแล่น ข่อยกะแล่น เบิดไผเบิดมัน” แกอธิบาย
บักลมได้ยินก็รีบลงเถียงมาถาม
” เจ้าเห็นมันอยู่หม่องได๋ “ ลมคาดคั้นเขาความจริง เพื่อสนับสนุนความคิด
“ ไฮ่กกหว้า “ น้าบ่าวเทาตอบแหยงๆ   ทั้งบักลมและน้าบ่าวเทา มองหน้ากัน เลิ๊กลัก
“ บ่แม่นเจ้าตื่นกันกับข่อย ตี้  มื่อคืนหนะ อยู่ไฮ่กกหว้า “ ลมโพล่งเสียงดัง
“ ฮึ ผีเป้านั่งอยู่นี่ทั้งสองโตเลย  “ ตาวาดว่า  พลางหัวเราะจนจุกท้อง

 
 
สาธุการบทความนี้ : 87 ครั้ง
จากสมาชิก : 1 ครั้ง
จากขาจร : 86 ครั้ง
 
 
  17 พ.ค. 2553 เวลา 10:08:06  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่309)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 


ข่าวด่วนเด้อครับ
บ่าวปิ่น มีคำสั่งด่วน ให้ไปราชการ  กทม.
บ่รู้กำหนดกลับ ครับ
สงสัยเหตุการณ์บ้านเมืองสงบ พู้เด้อ..จั่งสิได้มา
พุได่ คิดฮอดกะ อดสาเอา เด้อ...ขะน้อย

 
 
สาธุการบทความนี้ : 72 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 72 ครั้ง
 
 
  17 พ.ค. 2553 เวลา 11:05:18  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่325)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 
ยังบ่ได้กลับบ้านครับ  แต่สถานการณ์กะ ดีขึ้นหลายแล้ว
เลยเข้ามาในสนามเป้า  ยืมเครื่องสำนักงานเพิ่น ส่งข่าวหา
คิดฮอด สุคนเด้.  
ส่วนเรื่องสั้น สิหาทางหลอย ๆ  เขียนให้อ่านเด้อ..
หลบๆ เจ้านายเกิ่น  
ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง และขอบคุณ ผู้เพิ่นเป็นแป้นบาสเก็ตบอลให้ สั้นดอก

 
 
สาธุการบทความนี้ : 64 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 64 ครั้ง
 
 
  21 พ.ค. 2553 เวลา 12:36:21  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่327) ตอน หมายต่อ      [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 



ต้นกล้าที่หว่านไว้เตรียมปักดำ  ตอนนี้ยาวขึ้นหลายแล้ว  ลมต้องคอยเผ้าระวัง รักษาไฮ่ตากล้า
ไม่ให้ควายวัวมากัดกิน อีกทั้งรับภาระเลี้ยงควายไปในตัว ส่วนตาวาดผู้เป็นพ่อ แกไป เลื่อยไม้กระดานช่วย
พ่อใหญ่ค้ำ กับพวก อ้ายแบะ เพราะพ่อใหญ่ค้ำ ทำงานหนักไม่ได้ พ่อบอกว่า คนบ้านเดียวกัน นาอยู่ใกล้กัน
หากไผเดือดร้อน ต้องช่วยเหลือกันเต็มสามารถ   ดั่งญาติสนิท
   บักลม(ลมคิมฮวง)  เอาวิทยุ AM  ยี่ห้อ ธานินทร์  ห้อยไว้บนกิ่งต้นหมากกระทัน แล้วล้มตัวลงนอน
ใต้ร่มคบคา เอาหัวหนุนจอมปลวกน้อยที่ขึ้นอยู่ตรงโคนต้น ฟังละคร เสียงวิทยุเจื้อยแจ้วกล่อมบรรยากาศ
ละครวิทยุ สมัยนั้น มีสามคณะ คือคณะกันตนา และแก้วฟ้าการละคร และคณะเกศทิพย์
คณะกันตนาส่วนมากเป็น ละครเกี่ยวกับวิญาณ ผีสาง คณะนี้ ม่วนหลาย  เป็นตาย้าน ส่วนคณะแก้วฟ้า ฯ
กับคณะเกศทิพย์ เป็นละครเกี่ยวกับเรื่อง รัก ๆ ใคร่ๆ ส่วนมากพวก”แม่ญิง “เขาฟังกัน

“ คณะกันตนา  ภูมิใจเสนอ  ละครวิทยุเรื่อง   แก้ว...ว..  ขนเหล็ก.ก.....ก...! “
เสียงละครวิทยุที่ผู้พากย์ ออกเสียงก้อง ขณะที่นำเสนอ  ลมฟังแล้ว ขนลุกหย่าว.....  แต่ว่าก็มักแฮงหลาย
หูก็ฟังละคร ตาก็นำแนมไฮ่ตากล้า และฝูงงัวควาย หากพวกมันมาใกล้  ก็รีบกระวีกระวาดหิ้ววิทยุ วิ่งไปไล่
แล้วก็กลับมานอนเอกเขนก ใต้ร่มไม้ต่อ

ทุ่งนาแลเห็นเป็นเวิ้งกว้าง ล้อมรอบด้วยทิวป่า  คันนาที่เป็นทิวแถวตัดกันคล้ายตาหมากรุก
นกเอี้ยงโหม่ง บินฮ้องผ่าน  นกขาบบินเลียบกอไผ่นาแทวห้วย  นกแทด ( นกอีแพรด) ส่งเสียงเจื้อยแจ้ว
มาจากทางเลาะป่าโคก  ควายอีป่องยืนเยี่ยว หางเงิง  ควายบักตู้ อ้อมไปทางหลังดมบั้นท้ายควายอีป่อง
แล้วก็แหงนหน้าขึ้นฟ้า หยิ่งแข่ว ยี้มด้วยฤทธิ์ปัสสาวะอันฉุนกึก


แลไปทางหัวดอน เห็นน้าบ่าวเทากำลัง งกๆ เงิ่นๆ เดินเลาะเลียบป่ามา เสื้อบ่ใส่ มีแต่ผ้าขาวม้าพันเอว
“  วู้ ๆ    น้าบ่าว  เจ้าเลาะหาหยัง “  ลมลุกขึ้นตะโกนเรียกเสียงดัง
“ เลาะหา ต่อ  มาหาซ่อยกู แน “  เสียงแกป้องปากร้องตอบมา
แกหมายถึง แกกำลังตามหา รังต่อหัวเสือ  เนื่องจากช่วงนี้ “ต่อหัวเสือ” จะเริ่มทำรัง ตัวต่องาน
ออกหาเหยื่อ หาแมลง หรือตัวหนอน ตลอดจนวัสดุทำรัง  เพื่อกลับไปสร้างอาณาจักร “อุ้มลุ่มพิมาน” ของมัน
น้าบ่าวเทาคงตามตัวต่องานมา  เพื่อหาที่ตั้งฮัง
ลมวิ่งหน้าตั้งมาหา พลางถาม   “ เจ้าเห็นแม่มันติ “ หมายถึงเห็นตัวต่อไหม
“ เออ กูเห็นมันบินเทียวมา หม่องนี่หละ “ แกชี้ให้ดูแนวที่ ตัวต่อบินไปมาเสมอ ตามแนวหัวดอน
“ สงสัยอยู่ในดอนกกกอกเหลี่ยม “ ลมออกความเห็น สีหน้าไม่แน่ใจ  มองไปทางโคกใหญ่
“ เอาแนวนี้  มึงไปหาตั๊กแตนน้อยมาให้กู  กูสิล่อมัน “ น้าบ่าวเทาบอก
ลมรีบไปหาเอาตั๊กแตนน้อยนำคันนา เวลาเดินตามคันนา ลูกตั๊กแตนที่ปีกยังไม่งอกตามคันนา จะกระโดดหนีคน
บ้างก็กระโดดลงน้ำในนา จึงง่ายดายสำหรับการจับ ลมจับมาได้ 2-3   ตัวยื่นให้แก
น้าบ่าวเทาจับเด็ดขาตั๊กแตนน้อยออก เอาด้ายใยฝ้ายเส้นเล็กๆ ผูกไว้กับตัวตั๊กแตน  ปลายอีกด้านมัดกระดาษ
ขาวๆ แผ่นเล็กๆ ติดไว้   แล้วแกก็เอาไปวางบนยอดกอหญ้า ในที่โล่ง ตามลานหญ้า ใกล้ๆ
“ ไป ๆ ซุมเฮาไปจอบมัน อยู่ทางฮ่มจิกพู้น “ แกฉุดเอาแขนบักลม เดินเข้าไปหลบใต้ร่มจิก ที่ห่างอออกไป
“ มึงแนมไว้เด้อ..”  แกกำชับให้มอง เหยื่อที่ล่อไว้  หามีตัวต่อบินมาคาบไป ก็จะสามารถมองตามแผ่นกระดาษ
เล็ก ๆที่ผูกติดเพื่อตามรอยได้  แล้วทั้งสองก็นั่งพิงต้นจิก จ้องมองอยู่ห่างๆ

   แสงแดดกระทบใบไม้เลื่อมพราย กิ่งของต้นกระทัน ไหวอ้อยอิ่งในลมเอื่อยๆ  ควายอีจงกับควายอีป่อง
ลูกของมันพากันเข้าร่ม  ขณะที่ควายบักตู้มัวแต่เอาข้างสีกับต้นไม้ ขจัดเห็บเหาพร้อมบรรเทาความคันไปในตัว
กลุ่มเมฆขาวนวลดังปุยฝ้าย ลอยกระจายไปทั่วท้องฟ้า  สีฟ้าสดใส เจือจางไปกับช่องว่างของกลุ่มพยับแดด
เสียงเพลงลูกทุ่งหมอลำ “สมโภชน์  ดวงสมพงษ์”  รอรักที่อู่รถ  ดังแว่วมาจากวิทยุ ทรานซิสเตอร์
“ต้นพอก”ใหญ่ริมหนองควายนอน ยืนสงบนิ่งท่ามกลางแดดจ้า  สกุณาน้อยใหญ่ บินเฉวียนเข้าพักพึ่งพิง

ลมสะกิดน้าบ่าวเทา เมื่อสังเกตเห็นกระดาษสีขาวที่ผูกไว้ ลอยขึ้นสูง
“ น้าบ่าวๆ  ต่อมันมาเอาเหยื่อแล้ว “  เสียงร้องบอกอย่างตื่นเต้น
“ ไป ฟ้าวนำมันไป”  แกรีบทะยานลุก วิ่งตามตัวต่อหัวเสือไป
ตัวต่อหัวเสือบินคาบเหยื่อที่ล่อไว้ ตรงรี่เข้าไปยังริมป่าโคก  ด้วยน้ำหนักของกระดาษที่ผูกติดไว้ จึงทำให้
มันบินได้เชื่องช้า ทั้งสองจึงตามมาทัน
“ บินไปทางกกฮังเนิ้ง “  
น้าบ่าวเทาทัก  เมื่อเห็นมันบินหายไปทางต้นรังที่มีอายุหลายปี น้ำฝนเซาะหน้าดินจนลำต้นโน้มเอียง  
บริเวณนี้เป็นหัวป่า มีต้นไม้ขึ้นหนาสารพัด ทั้งต้นเหมือด ต้นขามป้อม ต้นม่วงแมงวัน  ต้นกอกเหลี่ยม
น้าบ่าวเทากับบักลม เดินรอบต้นฮังเป้าหมาย สอดส่ายสายตาสำรวจตามกิ่งก้าน
“ โห้..เห็นแล้ว  กำลังก่อฮัง ยังบ่ใหญ่ปานได๋ “  น้าบ่าวเทา ชี้มือให้ลมเบิ่ง
“ อืมม..ซำหัวข่อยนี่หละ “  ลมประมาณการ
รังต่อหัวสือ กลมๆ ขนาดเท่าหัวเด็กน้อย  ที่บรรดาตัวต่อพากันสร้างขึ้น วัสดุทำมาจากเปลือกไม้ผุ ๆ
หรือ ขี้ควายแห้ง ผสมน้ำลายของตัวต่อ เชื่อมประสานกันกลายเป็นวัตถุทรงกลม   ต้นที่มีรังต่อขึ้น มักจะ
ไม่มีรังมดแดง เนื่องจาก ตัวต่อแพ้ทางมดแดง  หามีรังต่อแล้วเอามดแดงไปใส่ ต่อจะย้ายรังหนีทันที
“ ต้องหมายไว้ก่อน  เดี่ยวคนอื่นสิมาพ้อ.”  น้าบ่าวเทาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
ว่าแล้วน้าบ่าวเทากับบักลมก็เดินออกจากป่า น้าบ่าวเทาให้บักลมคอยดูอยู่ห่างๆ ส่วนแกกลับไปเถียงนา
เพื่อหาวัสดุมาหมายรังต่อ เพื่อประกาศว่า รังนี้มีคนจองแล้ว  คนอื่นจะได้ไม่มายุ่ง  แกไปไม่นาน
ก็กลับมาพร้อมกับ ป้ายไม้แป้นปีก  แบกใส่บ่าเดินยิ้มแฉ่งมา

“ ไป ๆ ไปหมายไว้ “  แกชวนบักลมเดินเข้าป่าไปใหม่  เมื่อไปถึงโคนต้นฮัง แกก็ปักป้ายแป้นปีก ที่เขียนด้วย
ขี้ถ่านไฟ ว่า  “  ต่อเทา “ ( หมายความว่า ต่อรังนี้เป็นของแก )  
“ พู้นละ..ใกล้ออกพรรษาพู้นหละจั๋งมาจูด “  แก จินตนาการล่วงหน้า เมื่อทำสัญลักษณ์เป็นที่เรียบร้อย
ก็พากันเดินออกมา น้าบ่าวเทาฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี

นับจากวันนั้นแกก็ เทียวมาดู รังต่อของแกเสมอ  แถมยังไปคุยโม้ ให้ใครต่อใครฟังว่า รังต่อแก
อยู่ตรงโน้นตรงนี้ ประดังว่าภาคภูมิใจเหลือคณา  
“ จูดแล้ว ให้กูกินนำแนเด้อ..” แม่ใหญ่เคนนาใกล้กันแซว น้าบ่าวเทา
ทางจารย์ฝ้าย ผ่านไปผ่านมา ก็แซวประจำ  “ บักเทา ต่อมึงฮังใหญ่แล้วติ พอจูด ละไป๋ “
“ บ่ดอก  ยังบ่ทันใหญ่ “ แกตอบพลางยิ้มๆ
ตัวอ่อนของตัวต่อ นับว่าเป็นอาหารชั้นสูง เนื่องจากทำรังบนปลายไม้ แถมหากินยาก รสชาติโอชะ
บางคนก็เอามานึ่ง เอามาก้อย  เอามาหมก  เอามาแกง สารพัดวิธี  ใครได้กินถือว่าเป็นลาภปาก
แต่ต่อหัวเสือเป็นต่อที่ดุร้าย  เหล็กในมีพิษ  หากโดนมันต่อย บางคนไข้ขึ้นไปหลายวัน  บางรายโดนมัน
รุมต่อยก็ถึงแก่ชีวิต ส่วนมากกลางวัน ไม่ค่อยมีใครไปยุ่งกับมัน  เวลาไปจูดต่อต้องไปในตอนกลางคืน

วันหนึ่งแกเดินไปตรวจตราดู รังต่อของแก ตามปกติ เดินผิวปากไปด้วยอารมณ์สุนทรีย์   พอมาถึง
กกฮังเนิ้ง แหงนหน้าดู รังต่อ พลันสีหน้าก็ซีดเผือด ใจหายวาบจนเลือดแทบแข็งเป็นก้อน  รังต่อ ที่แสนถวิลหา หายไปแล้ว  กิ่งต้นฮังมีร่องรอยการตัด   คงโดยขโมยตัดเอาทั้งกิ่งไม้ ทั้งรังต่อ ไปเลี้ยงที่อื่น
“ ห่าสูเอ้ย...ไผมาลักฮังต่อกูไปวะ “ หน้าแดงก่ำเพราะความโกรธ สบถคำหยาบไปหลายขบวน
“ โว้ย.....! “  แกตะโกนก้องโคก ระบายความเคียดแค้น  อุตส่าห์ไปคุยโวไว้ทั่ว  ขี้ขโมยมาลักเอาจ้อย
ตรงป้ายไม้แป้นปีก ที่แกเขียนหมายไว้  มีข้อความในวงเล็บเขียนต่อ จากของเดิมโดยขี้ขโมยว่า
“ต่อเทา ( หมากแบ้น..! ) ”
น้าบ่าวเทาเทิงอยากหัว เทิงสูนปนกัน   ได้แต่สะอึก  อึ๊ก ๆ !  อยู่ใต้ฮ่มฮัง
( หมายเหตุ  หมากแบ้น เป็นคำสุภาพ ของภาคอีสาน ใช้เรียกผลไม้ชนิดหนึ่ง ของผู้ชาย )

 
 
สาธุการบทความนี้ : 86 ครั้ง
จากสมาชิก : 2 ครั้ง
จากขาจร : 84 ครั้ง
 
 
  21 พ.ค. 2553 เวลา 15:47:57  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่328)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 


ขอบคุณช่างภาพ ( ฟ้าว เลยจำบ่ได้ )

อภิธานบท
กอกเหลื่อมเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีความประมาณ 10-20 เมตร เปลือกสีน้ำตาล
มียางสีขาว ใบเป็นใบประกอบ ใบย่อยที่โตแล้วมีขนาด 2-5 คู่ เป็นรูปหอกปลายแหลม
โคนเบี้ยว มีหูใบ หลังใบมีขนเล็กน้อย ออกดอกเป็นช่อระหว่างซอกใบ ดอกเป็นช่อ
ผลรูปไข่ยาวประมาณ 3-4 ซม. ขั้วมีกลีบรองดอกติดอยู่ ออกดอกเป็นช่อๆละ 1-4 ผล
ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด เกิดได้ทั่วไปตามป่าดิบแล้ง
ประโยชน์ ผล มีรสฝาดเปรี้ยว แก้ไอ ขับเสมหะ แก่น รสเฝื่อน แก้โลหิตระดูพิการ

ยางมี รสฝาด ทาแก้ผดผื่นคัน เป็นเครื่องหอม  ผลสุกจะหล่นตามพื้น เอามาผ่าครึ่ง
เอาไม้จิ้มกิน นวลมัน แซบ อีหลี

 
 
สาธุการบทความนี้ : 74 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 74 ครั้ง
 
 
  21 พ.ค. 2553 เวลา 16:11:32  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่333)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 


ภาพจาก www.oknation.com

อภิธานบท


นี่ฮูปหน่วยหมาก กอกเหลี่ยม  หรือ หมากเหลี่ยม
ลำต้นที่คดโค้ง เพิ่นมักเอามาเฮ็ด แอก  หรือหางไถ
เพื่อว่า ยิ่งใช้งาน ยิ่งเหลื่อม ยาบๆ
บ้านสาวใด มีไม้แป้นปีก ที่ทำด้วยต้นอันนี้
พุบ่าว ตู๊ด..จน  แป้นเหลื่อม    

 
 
สาธุการบทความนี้ : 72 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 72 ครั้ง
 
 
  21 พ.ค. 2553 เวลา 18:36:26  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่336) ตอน ดอกเข้าพรรษา      [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 



รุ่งอรุณของทุ่งนาโคก  แม้ฟากฟ้า กุ้มทางทิศตะวันออก มีแสงเงินแสงทองส่องแล้ว แต่อีเกิ้ง
ทางก้ำทิศหรดี ยังลอยเคว้งให้เห็น  จันเพ็ญลุกนึ่งข้าวเป่าไฟแต่เช้า  พ่อใหญ่ค้ำอาการทุเลาลง มากแล้ว
พอได้เดินเหิน ไปไหนมาไหนได้บ้าง แต่ก็ยังไม่สะดวก  ส่วนแม่ใหญ่สองปลุกเอาจันแรม ไปเข้าโคกหาเห็ด
จันแรมนุ่งซิ่นเขินผืนน้อย ๆ พอดีตัว  เป็นคนพายกระต่าตามก้นแม่เข้าโคก  ทางพ่อใหญ่ค้ำ เดินโขยกเขยก
ไป “ จักตอก”  เตรียมไว้มัดกล้า เพราะใกล้ห้วงยามดำนาแล้ว

ใบจิกใบฮังตามป่า ยังโอบอุ้มน้ำค้างไว้บนใบสีเขียว  ตามสุมทุมพุ่มไม้เย็นชื้น  ใยของ” แมงย่างซิ้น “
มีหยดน้ำเกาะตามสายป่านที่มันถักทอขึ้น ไว้ดักแมลง  หยดน้ำเกาะเป็นเม็ด ๆ  ยามแสงทองต้อง เป็นประกาย
กอหญ้าเพ็ก กำลังแทงหน่อใหม่   ฝูง ” ปลวกหัวขาด”( ปลวกชนิดหนึ่งอยู่ตามโคก) เดินตามกันเป็นแถวยาว
ลัดเลาะผ่านพุ่มไม้  ลอดใต้ “ขอนดอก”  แล้วผลุบหายไปในพุ่ม”ต้นปอเต่าไห้”

ทางป่าต้นติ้วแดง เห็ดระโงก กำลังพ้นดิน เห็นเป็นหมู่   จันแรมตาหรี่ตาลาน ฟ้าวเอาไม้จิ้มเอา
“ ระวังงู ระวังเงี้ยว แนหล่า อย่าฟ้าวหลาย เห็ดมันหนีบ่เป็นดอก “  แม่ใหญ่สองเตือนลูก
“ ข่อยสะออน อีแม่    เหลืองเอ้อเห้อ .!  ปานทองคำ “   เด็กน้อยเว้าด้วยน้าเสียงตื่นเต้น
ยายสองใช้กิ่งไม้แห้ง ขนาดเหมาะมือ เขี่ยตามพุ่มไม้ในโคก เห็ดไค  สีเขียวครึ้ม ดอกกำลังงาม ขึ้นตามพุ่มไม้
มองไปทางขวา ใต้พุ่มหญ้าดอกขาว มีเห็ดน้ำหมาก สีแดง อยู่อีกกลุ่ม   จันแรมผลุบโผล่ๆ ตามพุ่มจิก หาเก็บ
เห็ดดิน ดอกสีขาวนวล   ช่วงนี้เห็ดดินตามโคก กำลังออก  เพราะชุ่มชื้นและบรรยากาศอบอ้าว เหมาะแก่การ
เจริญเติบโตของเห็ด  เห็ดหาด ดอกแก่ ๆ ขึ้นเป็นกลุ่มใหญ่  จันแรมดีใจนึกว่าเป็นเห็ดดิน รีบแจ้นเข้าไปเก็บ
พอรู้ว่าเป็นเห็ดหาด ซึ่งมีรสเผื่อน มีน้ำยางสีขาว  จันแรมก็เตะเห็ดหาดทิ้ง
“ อย่าไปเตะของกินถิ่ม แมะหล่า  มันคะลำ “  ยายสองปรามลูก บอกว่าทำอย่างนั้นไม่ควร
“ มันบ่แซบ  ข่อยบ่มัก “  จันแรมพูดอ้อยอิ่งน้ำเสียงติงพ้อ
“ เฮาบ่มัก  แต่คนอื่นเขากิน  อย่าไปม้างไปเพ แนวอยู่แนวกิน นางธรณี เพิ่นสิเคียด “
ผู้เป็นแม่ยังอธิบายเหตุผล  จันแรมพยักหน้ารับคำ
ยายสองเอาใบตองกุง รองก้นกระต่า แล้วเอาเห็ดที่หามาได้ลงใส่   นกกระโดกอยู่บนต้นยาง ร้องทัก
ยอดพุ่มต้นกุง กำลังแทงยอดใหม่ ใบเป็นลำสีแดงสดใส  จันแรมหักยอดต้นกุง โน้มกิ่งกินน้ำยอดกุง
ยายสองอ้อมไปทางโพนต้นมะม่วงป่า  ปีที่แล้วมีเห็ดปลวกเกิด  กะว่าหาเลาะเก็บที่เก่าเผื่อปีนี้ เกิดซ้ำที่เดิม
สมความมุ่งหมายของแก  ตามริมโพนปลวก  มีเห็ดปลวกขาว ขึ้นอยู่เป็นจุ้ม  แกรีบเอาไม้จิ้มเอาเห็ด
“ จันแรมเอ้ย...มาเก็บเห็ดปลวก เร็ว “  ยายสองเอิ้นลูก   ทั้งสองช่วยกันเก็บเห็ดปลวกอย่างสุขใจ

เม็ดฝนหลั่งชโลมพื้นดิน ทำให้ป่าโคกชุ่มชื้น พืชสายพันธุ์ว่าน ตามป่า หลากหลายชนิด กำลังงอกงาม
บ้างที่มีอายุสั้นก็เริ่มออกดอกแล้ว  มองไปตามพื้นดิน ช่องว่างระหว่างพุ่มไม้ หรือพื้นที่เปิดโล่ง จะเห็น
ว่านจอด แผ่ใบคลุมพื้นดิน  ไพรป่า  ต้นเอื้องนา กำลังงามอยู่กันเป็นกลุ่ม  ต้นดอกกระเจียว โรยดอกแล้ว
เหลือแต่พุ่มเขียวไสว   ดอกเข้าพรรษาสีขาวเป็นช่อ กำลังออกดอก ส่งกลิ่นหอม คละคลุ้งลำเนาไพร


ยายสองเก็บเอาดอกเข้าพรรษามาสองกำมือ ห่อใส่ใบตองกุง ม้วนเป็นลำไว้  จันแรมถามว่า
เก็บไปหยังเยอะแยะ เลาอธิบายว่า เอาไปถวายพระ พรุ่งนี้เป็นวันเข้าพรรษาแล้ว ต้องไปทำบุญ
เก็บดอกไม้ชนิดนี้ไปบูชาพระพุทธเจ้า บูชาหางประทีป ได้บุญหลาย  เพราะว่าดอกว่านอันนี้ จะออกดอก
ตรงกับช่วงเข้าพรรษาพอดี วันนี้ของทุกปี ชาวบ้านห้วยแฝก ทุกครัวเรือนต้องลงวัด ทำบุญทำทาน ฟังเทศน์
ผู้มีอายุหน่อย ก็ จะเข้าวัดรักษาศีลอุโบสถ หรือ ศีล 8 ต้องนอนอยู่วัด 1 ราตรี   ตอนกลางคืนมีการเวียนเทียน
ยายสองบอกลูกว่า มื้อแลงต้องเข้าหมู่บ้านไปนอนเฮือน เตรียมตัวลงวัด  ส่วน พ่อใหญ่ค้ำ จันเพ็ญ และบุญจันน้องชายหล่า นอนอยู่นา

แม่ยังบอกว่า  ดอกเข้าพรรษา เปรียบดังสาวน้อยบริสุทธิ์ ของป่าโคก   ดอกสูงพ้นพื้น หมายถึง
การละวางความชั่ว  เกสรสีเหลือง หมายถึง การทำแต่ความดี   ส่วนกลีบสีขาวสดใส เปรียบการทำจิตใจ
ให้ผ่องแผ้ว บริสุทธิ์ ส่วนกลิ่นหอมเย็นอบอวล นั้น อุปมาดั่ง คนมีศีลธรรมอันงดงาม อยู่แห่งหนใดย่อมมี
ชื่อเสียง บารมี ขจรขจายไกล เทวาอวยชัยทุกทิวาราตรี


จันแรมไม่เข้าใจการบูชา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ตามที่แม่อธิบายนัก เคยเห็นแต่ใน
หนังขายยา   คนป่าจับนางเอกไปบูชายัญ   แต่ก็พอเข้าใจว่าเป็นการทำความดีอีกทางหนึ่ง
เมื่อได้เห็ดเต็มกระต่าแล้ว ทั้งสองบ่ายหน้ากลับ ยายสองเลือกเอาเห็ด ดอกงามๆ ห่อใบตองไว้
กะเอาไปแกงลงวัด พรุ่งนี้เช้า ส่วนที่เหลือก็แกงกินงาย  เมื่อเอ็ดแนวอยู่แนวกินเสร็จสรรพ ก็เอิ้นสมาชิก
ล้อมวงกิน “ แกงเห็ดดิน”   ข้าวงายมื้อนี่แซบอีหลี บักบุญจันซดน้ำโก๊ก ๆ

ตาเว็นพวมบ่าย ยายสองกับจันแรมก็พากันนั่งรถถีบกลับหมู่บ้าน  ระหว่างทางมีแต่เสียง
เอิ้นถามกัน ตามประสาคนในหมู่บ้าน  บ้างก็ชวนยายสอง ไป “ ห่อข้าวต้ม” เอาไว้ใส่บาตรพระนำกัน
แลงนั้น จันแรมกับแม่ไปเฮ็ด” ข้าวต้มมัด” อยู่เฮือน อาวสอน  เอาข้าวสารมาห่อใบตองกล้วย ใส่กล้วย ใส่ถั่ว
แล้วก็เอาตอกมัด ต้มในหม้อใหญ่ ๆ จนสุก   จันแรมกินข้าวต้มจนอิ่มเปรม

คืนนั้นจันแรมกับแม่ นอนอยู่เฮือนใหญ่ ยายสองเอาห่อดอกเข้าพรรษา แช่น้ำไว้อยู่นอกชาน
กลิ่นยังหอมโรยรินเข้าจมูกจันแรม  ตอนนอน จันแรมฝันว่า ไทบ้านมาหา สาวน้อยบริสุทธิ์ ไปบูชาพระพุทธ
ทั้งอาวสอน อาวสั้น และ เอื้อยจันเพ็ญ จับจันแรมแต่งชุดขาว นั่งบนแท่นหาม ประดับด้วยดอกเข้าพรรษา
ชาวบ้านก็พากันแห่แหน เป็นขบวน  ตีกลองร้องเพลงแห่จันแรมไป วัด  จันแรมนั่งยิ้มระรื่นอยู่บนแท่นหาม
พอถึง” ประตูโขง” ( ซุ้มประตูใหญ่)  ชาวบ้านก็พากันแห่จันแรมเลี้ยว ออกนอกท่ง   จันแรมสงสัยหลาย
คือบ่เลี้ยวเข้าในวัด   แลไปทางท่ง มีกองไฟสุมไว้กองใหญ่  มีหม้อดินขนาดเท่าโอ่งมังกร ตั้งอยู่กลางไฟ น้ำในหม้อกำลังเดือดปุด ๆ

“ เอาข่อยลง เอาข่อยลง “  จันแรมฮ้องตกใจ ทั้งดิ้นหนี
ลุงคำจับจันแรมไว้แน่น ตาถลึงใส่ เหมือนโกรธเกรี้ยว  ทั้งอาวสอนก็ถือหอกยาวๆ เดินขนาบข้าง
“ มึงหนีบ่ได้ดอก ซุมไทบ้านสิต้มมึงกิน เป็นอาหาร “ ลุงคำพูดเสียงดัง แล้วหัวเราะลั่น
แนมไปทางกองไฟ เห็นบักลม  กำลังซอยผักบั่ว หัวซิงไค ลงหม้อดินขนาดใหญ่ เตรียมเครื่องต้ม

“ อีแม่....อีแม้....ซ่อยข่อยแน......” จันแรมฮ้องสุดเสียง
“ มึงเป็นหยัง....จันแรม...ตื่น ๆ เป็นบ้านอนติ   “  ยายสองปลุกจันแรม เมื่อเห็นลูก ละเมอฮ้องเสียงหลง
“ โอย มึงนิ    กินหลาย นอนหลายแล้ว ล่าย เนาะ “  เสียงแม่บ่นอุบอิบ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 86 ครั้ง
จากสมาชิก : 1 ครั้ง
จากขาจร : 85 ครั้ง
 
 
  21 พ.ค. 2553 เวลา 20:04:45  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่341)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 



อภิธานบท


ดอกเข้าพรรษา เป็นพืชวงศ์เดียวกับ ขิง ,ข่า ครับ
มี สาม สายพันธุ์ คือ
1.พันธุ์ ขาวใหญ่  ( ภาพในเรื่องสั้น ตอน ดอกเข้าพรรษา )
2.พันธุ์ เหลืองสร้อย  ( ในภาพ)
3. พันธุ์ ขาวน้อย  
ปัจจุบัน สูญพันธุ์ ไปจากบ้าน บ่าวปิ่นแล้ว ย้อยโคกถูกทำลาย
ป่าต้นน้ำหายไป พืชชนิดนี้ ต้องการความชุ่มชื้นสูงครับ แสงแดดรำไร

 
 
สาธุการบทความนี้ : 71 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 71 ครั้ง
 
 
  22 พ.ค. 2553 เวลา 09:17:32  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่343)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 



อภิธานบท

กอหญ้าเพ็ก
พืชตะกูลต้นไผ่ ชนิดหนึ่ง มีขนาดปานกลาง งอกงาม ตามโคก
หน่อและใบเป็นอาหารของสัตว์ป่าหลายชนิด  ทนแล้งได้ดี
บางแห่งในโคกที่อุดม ลำสามรถยาวได้เมตรกว่า  
เต่าป่าชนิดหนึ่งที่อยู่ตามโคก กินพืชนิดนี้  ชาวบ้านเอิ้นว่า "เต่าเพ็ก"
ปัจจุบันอาจสาบสูญ ไปกะได้ ไม่ทราบแน่ชัด เพราะหญ้าเพ็ก ถูกทำลาย

 
 
สาธุการบทความนี้ : 71 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 71 ครั้ง
 
 
  22 พ.ค. 2553 เวลา 12:16:49  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่345)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 


แมงย่างซิ้น  
ตัวขนาด หัวนิ้วโป้ง   เอามาจี่กิน แซบคือกัน
แต่ต้องหัก แข่ว มันออกก่อน  เพราะมีพิษ
แมงมุมอันนี้ กางใยกว้าง  ส่วนมาก กางอยู่สูงๆ
เลาะโคกไปสิเห็น  
ส่วนคนย่างซิ้น  เห็นทั่วไป นำหม่อง ฆ่างัว

 
 
สาธุการบทความนี้ : 64 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 64 ครั้ง
 
 
  22 พ.ค. 2553 เวลา 14:48:40  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่346)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 



ดูกันจะ ๆ  ลักษณะและสีสรรพ์ ของ แมงย่างซิ้น
เคยถามพ่อเลาว่า เป็นหยัง จั่งเอิ้นว่า แมงย่างซิ้น
เลาตอบว่า เพราะมัน บ่แม่นคนย่างซิ้นพะนะ บุยยย
ไผฮู้กะ เฉลยให้ฟัง แนเด้อ..

 
 
สาธุการบทความนี้ : 61 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 61 ครั้ง
 
 
  22 พ.ค. 2553 เวลา 14:59:27  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่347)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 



ปลวกหัวขาด
แมงอันนี้หละ ที่บ่าวปิ่นลม กล่าวถึงประจำในท้องเรื่อง
ส่วนท้องลาย บ่อยากกล่าวถึง
แมงอันนี้กัดเจ็บอีหลี  ลองได้กัดแล้วหัวขาดติดเนื้อเลย
เลือดไหล โด่งโด่ง พู้น..

 
 
สาธุการบทความนี้ : 79 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 79 ครั้ง
 
 
  22 พ.ค. 2553 เวลา 15:04:42  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   65) นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ )  
  ปิ่นลม    คห.ที่349) ตอน ปลาตะเพียนไม้ไผ่      [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2177
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 1297220
รวม: 1297395 สาธุการ

 



เสียงวิทยุกระจายเสียง บอกข่าวช่วงนี้มีพายุดีเปรสชั่นเข้า ทางเกาะไหหลำ ทำให้ภาคอีสานของไทย
ได้รับผลกระทบมีฝนตกหนัก และฝนกระจายเป็นพื้นที่ อาจตกติดต่อกันเป็นเวลานาน  ให้ชาวนาระวังเรื่อง
ฟ้าฝน  น้าบ่าวเทาถามตาวาด ว่า เกาะไหหลำอยู่ทางได   แกชี้บอกว่า เกาะ “ ไหหลำ” อยู่ทางโพนกระโดน
น้าบ่าวเทาหัวเราะร่า บอกว่า  บ่มีดอก เกาะไหหลำทางนั้น  โพนกระโดน มีแต่ “ ไหผี “

ทั้งสองนั่ง “จักตอก” มัดกล้า เพื่อเตรียมไว้ใช้ในยามดำนา   ไม้ไผ่บ้านลำยาวๆ ที่ตัดมาจากนาแทวห้วย
ถูกตัดเป็นท่อน ๆ ยาวประมาณช่วงแขน  แล้วผ่าเป็นซีกเล็ก ๆ   เอามาเหลาเป็นตอก แทนเชือก เพื่อมัดกล้า

ไม้ไผ่ใน “ วิถีชีวิตอีสาน” แล้ว เป็นต้นไม้สารพัดประโยชน์  สามรถนำมาสร้าง อุปกรณ์ เครื่องไม้ใช้สอย
วัสดุเกือบทุกชิ้น ในครัวเรือน ทำมาจากไม้ไผ่ แทบทั้งสิ้น  เป็นต้นว่า  กะต่า  กะบุง กะด้ง  หวดนึ่งข้าว  
มวยนึ่งข้าว  เขิง  กระติบข้าวเหนียว   หิ้งย่าง  กระซอนปลาร้า  ผาแอ้มตอง กระโซ้  อุปกรณ์หาอยู่หากิน
ได้แก่ ข่อง ,ไซ,  ตุ้ม  , บั้งลัน ,ชะลอม  แงบ(หรือเงิบ) ไส่กบ  เบ็ด สะดุ้ง สุ่ม  อุปกรณ์ เลี้ยงสัตว์  มี สุ่มไก่
ฝากะแตะ กรงนก   นี่คือภูมิปัญญาอีสาน ที่สำคัญไม่เคยนำเข้าจากญี่ปุ่น ประเทศมหาอำนาจ ทางการดำรงชีวิต


มื้อนี้ ตาวาดว่าสิ เริ่มดำนา ต้องดำไฮ่ตากล้าก่อน เพื่อแฮกหมาน  แกเอาตอกไม้ไผ่ มาสานเป็น
ปลาตะเพียนคู่  มีห่วงคล้องยาวประมาณวา เพื่อเอาไปห้อยให้ตาแฮก  ให้น้ำมีปลา ในนามีข้าวกล้างาม
เมื่อเสร็จแล้วก็ ให้ยายยมผู้เป็นเมีย จัดกระทงคาว กระทงหวาน  คำหมากกอกยา พลู สีเสียด ปูนเคี้ยวหมาก
เสร็จสรรพ เพื่อเตรียม แฮกดำนา ตามแผนที่วางไว้
ตาวาดเขียน ไปถอนเอากล้าในไฮ่ตากล้ามา 8 ต้น เพื่อนำไปดำนาตากแฮก  พร้อมให้บักลม
กับน้องยก กระทงคาวหวาน กระทงคำหมากกอกยา ไปที่ นาผีตาแฮกเพื่อเซ่นไว้เป็นพิธี   เนื่องจาก
มื้อนี้เป็นวันพฤหัส ถือตามโบราณว่า เป็นวันมงคลเหมาะสำหรับแฮกไฮ่ แฮกนา
นาตาแฮก เป็นแปลงนาต่างจากปกติ  พ่อเพิ่นเฮ็ดเป็นไฮ่นาทรงกลม กว้างประมาณวาเศษ  ตรงกลาง
เป็นเฮือนตาแฮก ซึ่งก็คือศาลเพียงตานี่เอง เพียงแต่ตัวเฮือนสานด้วยไม้ไผ่  มองดูคล้ายบ้านหลังน้อย ๆ
พ่อนั่งลงถวาย กระทงคาวหวาน และ กระทงอื่นๆ ที่เตรียมมา   บอกกล่าวตาแฮก ผู้เป็นเจ้าไฮ่เจ้านา
พอบอกกล่าวแล้วก็เอาจอบขุดดิน เตรียมพื้นที่ ใน”ไฮ่ตาแฮก”  เพื่อปักดำ ต้นข้าวแปดต้น ตามธรรมเนียม
พ่อปักต้นกล้าที่เตรียมไว้พร้อมกล่าวคาถา ขณะปักดำ
          ปักต้นที่1 กล่าวว่า      พุทธะรักษา
          ปักต้นที่2  กล่าวว่า     ธรรมะรักษา
          ปักต้นที่3  กล่าวว่า     สังฆะรักษา
          ปักต้นที่4 กล่าวว่า      เพิ่นเสีย   กูได้
          ปักต้นที่5 กล่าวว่า      เพิ่นไห้    กูมี
          ปักต้นที่6 กล่าวว่า      ได้หมื่น   มาเยียน
          ปักต้นที่7 กล่าวว่า      ได้หมื่นเกวียน   พันเล้า
          ปักต้นที่8 กล่าวว่า      ขวัญข้าว   ให้มาโฮม  เด้อ.....


ลมถามพ่อด้วยความสงสัยว่า เป็นหยังจึงปักต้นกล้า 8 ต้น ลงนาตาแฮก  หมายความว่าแนวได๋
พ่อบอกว่า ต้นข้าว 8 ต้นหมายถึง มรรค 8  คือสิ่งที่พุทธองค์ ตรัสรู้ เป็นแนวทางปฏิบัติไปสู่ความพ้นทุกข์
พ่อบอกว่าตอนนี้ลมยังน้อย อธิบายก็บ่เข้าใจดอก ต้องไปบวชเรียน หรือ เฮียนหนังสือก่อน เติบใหญ่ขึ้นมา
หากศึกษาก็รู้เอง  ลมพยักหน้างึกๆ

มรรค 8 ( อัฏฐังคิกมรรค )
แนวทางดำเนินอันประเสริฐของชีวิต เพื่อความหลุดพ้นจากทุกข์เรียกว่า อริยมรรค แปลว่าทางอันประเสริฐ
เป็นข้อปฏิบัติ ทางสายกลางที่ไม่อ่อนแอ จนตกอยู่ใต้อำนาจ ความอยากแห่งใจ แต่ก็ไม่แข็งตึงจนถึงกับเป็นการทรมานกายให้เหือดแห้งจากความสุขทางกาย เรียกว่ามัชฌิมาปฏิปทา คือทางดำเนินสายกลาง
ไม่หย่อนไม่ตึง แต่พอเหมาะเช่นสายดนตรีที่เทียบเสียงได้ที่แล้ว คำว่ามรรค แปลว่าทาง ในที่นี้หมายถึง
ทางเดินของใจ เป็นการเดินจากความทุกข์ไปสู่ความเป็นอิสระหลุดพ้นจากทุกข์ซึ่งมนุษย์หลงยึดถือ
มรรคมีองค์แปด คือต้องพร้อมเป็นอันเดียวกันทั้งแปดอย่างดุจเชือกฟั่นแปดเกลียว องค์แปดคือ :-
1. สัมมาทิฏฐิ คือความเข้าใจถูกต้อง
2. สัมมาสังกัปปะ คือความใฝ่ใจถูกต้อง
3. สัมมาวาจา คือการพูดจาถูกต้อง
4. สัมมากัมมันตะ คือการกระทำถูกต้อง
5. สัมมาอาชีวะ คือการดำรงชีพถูกต้อง
6. สัมมาวายามะ คือความพากเพียรถูกต้อง
7. สัมมาสติ คือการระลึกใจถูกต้อง
8. สัมมาสมาธิ คือการตั้งใจมั่นถูกต้อง
การปฏิบัติธรรมทุกขั้นตอน รวมลงในมรรคอันประกอบด้วยองค์แปดนี้ เมื่อย่นรวมกันแล้วเหลือเพียง 3 คือ
ศีล - สมาธิ - ปัญญา


ลมสังเกตห่วงที่พ่อสานด้วยไม้ไผ่คล้องปลาตะเพียนไว้ ก็มี แปดห่วงคือกัน  เมื่อปักดำไฮ่ตากล้า
เรียบร้อยแล้ว พ่อก็เอาปลาตะเพียนที่สานด้วยตอกไม้ไผ่ คล้องใส่เฮือนตาแฮกไว้
สายลมเย็นพัดโบก ต้องปลาตะเพียน แกว่งไหว  ฟ้าครึ้มฝนมาแล้ว พ่อจึงชวนเอาลูก ๆ ขึ้นมาเทิงเถียง
ไม่นานก็โปรยปรายลงมาทั่วท้องทุ่ง  ควายแม่คอกพาลูก ๆ ลงนอนหนอง ทอดกายลงในน้ำ นอนเคี้ยวเอื้อง
ตากฝน อย่างสบายอารมณ์
ตาวาดชายวัยสี่สิบต้นๆ  ร่องรอยประสบการณ์ ปรากฏเด่นชัดตามใบหน้า  ผิวเนื้อดำกร้านแดด
ร่างกายสันทัดตามแบบคนอีสาน  แกนั่งชันเข่า สูบยาเส้นพ่นควันลงต่ำ เป็นสาย  นั่งมองสายฝน ที่รินรดท้องนา
ประกายตาเจิดจ้าด้วยความหวัง ปีนี้ฝนดีแท้  ข้าวนาโคกคงสิงาม บ่อึดอยู่อึดกิน แม้เหนื่อยยากลำบากกาย
แต่ร่องรอยแห่งความทุกข์ทน ไม่เคยมีปรากฏ  มีเพียงแววตาอันเปี่ยมไปด้วยเสรี  ปริ่มสุขคู่นั้น มองลอดสายฝน
ชีวิตชาวนาคือวิถีที่ก้าวตามจังหวะธรรมชาติ   พึ่งตัวเอง อยากทำก็ทำ มื้อใดขี้คร้าน หรือธรรมชาติบ่เป็นใจก็หยุด
ไม่ต้องมีใครบังคับ ขู่เข็นให้ทำ  แนวอยู่แนวกินหาเอาตามท้องนาป่าโคก  ไม่ต้องซื้อหา  คือคำโบราณว่า
“ มีข้าวอยู่เล้า นั่งเว้ากะคือ “

 
 
สาธุการบทความนี้ : 69 ครั้ง
จากสมาชิก : 1 ครั้ง
จากขาจร : 68 ครั้ง
 
 
  22 พ.ค. 2553 เวลา 19:48:40  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39

   

Creative Commons License
นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ ) --- เว็บบอร์ดอีสานจุฬาฯ