ผญา คติสอนใจประจำวันที่ 23 ตุลาคม 2560:: อ่านผญา 
อย่าได้ไลลืมถิ้มผักกะเดาทวนเก่า บาดได้กินลาบก้อย ยังสิโอ้อ่าวหา แปลว่า อย่าได้ลืมเลือนทิ้งผักสะเดาเก่าๆ เผื่อว่ามีลาบ จะได้เป็นผักจิ้มได้ หมายถึง พึงเป็นคนกตัญญู อย่าลืมคุณคน


  ค้นหากระทู้ ปลาร้านอกไห  

หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39  
  โพสต์โดย   114) เสี่ยว  
  ปิ่นลม    คห.ที่75)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 

เพลง สาวโงน ปุ๋ป่า  
โดย  บ่าวปิ่นลม


ตะวันส่องแสง  พระถั่งโปงแลง   เฮามาลัดงัว
จะแม่นมันซัว   ถืกแตนตอด      ลอดป่าเล็บแมว
แนมซ้ายและขัว กล้าๆกัวๆ       แนวมัน หลงแก๋ว

(สร้อย)
เจ็บปวดจ้าวๆ   ท้องถ่าย        ยามมาลัดงัว
แม่นไผว่าซั่ว    ตามถ่อน        อย่าซาปากเขา
คนที่เจ็บปวด  ท้องถ่าย         บ่มีแนวเว้า
บ่มีทางเซา    หากเรา          ไม่เอาออก เด้อ...(จบสร้อย)



ตะเว็นส่องแสง  ยามมื้อแลง   บ่คือตอนงาย
คนปวดท้องถ่าย  หาหม่อง    ลอดป่าข้างทาง
มาซางเป็นแท้    สาวโงน     งอยขอนกางซ่าง
ฮังแตนลามฮ้าง   ซ่างมี      โต แม่มันอยู่

(**) นั่งจุกกุ๊กกู้     หมู่เอ้ย      มาซ่อยถะแม๊
แตนตอดแท้ ๆ  ข้างทาง   หลังพุ่ม พีพ่วน
คนเจ็บกะด้อ    ยอก้น    กระอักอะอ่วน
ซาวใบพีพ่วน    ขาดวิ่น   หุบซิ่น ปุ๋ป่า
( ซ้ำสร้อย )

 
 
สาธุการบทความนี้ : 122 ครั้ง
จากสมาชิก : 2 ครั้ง
จากขาจร : 120 ครั้ง
 
 
  04 ก.ค. 2554 เวลา 21:13:38  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   114) เสี่ยว  
  ปิ่นลม    คห.ที่78)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 

เพลง ประกอบ นิยายเรื่อง เสี่ยว

เพลง อย่าลืมบ้านเกิด

แดดอ่อนแสง  ยามแลง เลาะท่งตีนบ้าน
แดนถิ่นกันดาร อีสาน บ้านเกิดเมืองเฮา
ต้องจำจากเฮือน จากแม่ ไกลห่างบ้านเก่า
เห็นแต่ผู้เฒ่า โบกมือ  ให้ลูก วอน..ว๋อน.....

ต้องไปเฮ็ดงาน ห่างบ้าน ต่างเมือง มาไกล
มาหาเงินไซ้  ส่งให้ อีพ่อ..อีแม่
เพราะความทุกข์ยาก อึดเงิน.. สิ่นสาด ไหมแพร
ถนนหินแห่ ส้นบ้าน ลูกหลานจากลา

(สร้อย)
สู้เด้อ....คนไทบ้านเฮา....
คิดฮอดบ้านเก่า เว้ามา...น้ำตาโฮ่งหน่วย
อดสาเอาถ่อน สู้ทน หาเงิน ร่ำรวย
หากว่าโชคช่วย  ปีหน้า...คืนมาอีสาน
(จบร้อย)

แดดอ่อนส่องแสง ยามแลง  ในเมืองเจริญ
เจ้าอย่าหลงเพลิน ลืมสิ้น    แดนถิ่นบ้านนา
รออยู่ทางบ้าน   อย่าลืม    พี่ป้าน้าอา
พ่อแม่ทำนา  หยาดเหงื่อ  รดลงพื้นดิน

โอ้..น้อ...อีสานบ้านเฮา...
อย่าลืมอึ่งเพ่า กบเขียด  ที้งเอี่ยน ปลาไหล
พอเห็นแสงวาบ  งามตาอย่าบินเข้าใส่
ตราตรึงเอาไว้ อย่าลืม...พ่อแม่ยังคอย.

(ซ้ำสร้อย)

 
 
สาธุการบทความนี้ : 237 ครั้ง
จากสมาชิก : 2 ครั้ง
จากขาจร : 235 ครั้ง
 
 
  07 ก.ค. 2554 เวลา 11:33:08  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   115) กระบี่หยันยุทธภพ  
  ปิ่นลม    คห.ที่0) กระบี่หยันยุทธภพ      [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 


เรื่องราวในนิยายต่อไปนี้  ผู้แต่ง แต่งไว้ เพื่อความบันเทิง
มิได้มีจุดประสงค์พาดพิง หรือ ละเมิดบุคคคล สถานที่ หรือองค์กรใด
ทั้งตัวละคร บุคคล สถานที่ สำนัก มิได้มีอยู่จริง
เป็นแต่เพียงสมมุติขึ้น เพื่อความ สนุกสนานเท่านั้น
......กราบคาราวะ....( ผู้แต่ง)



ภาพจาก google


หุบเขา หลุนเจิ้น ตั้งตระหง่านเสียดฟ้า  ธารน้ำตกจาก หุบเหว ไส้ขาด ยังหลั่งล้นประดุจ น้ำนมมารดาแห่งสวรรค์
หมอกยามใกล้อรุณโรยสายปกคลุม สิงขร กิ่งสนสะบัดร่า สลัดหยดน้ำค้างให้พร่างพรมพฤกษาเบื้องล่างให้แช่มชื้น
วิหกทะยานฟ้า บินโบย ประดุจดรุณีในชุดขาว ร่ายรำในนภาศ  ทัศนียภาพยามย่ำรุ่ง ช่างเหมือนภาพจากปลายพู่กัน
อันบรรจงวิจิตร

ในลำน้ำที่ทอทอดผ่านขุนคีรี ปรากฏไอกรุ่น ของละอองน้ำ ลอยอยู่เหนือนที  ระลอกน้ำลูกแล้วลูกเล่า ระบำเป็นริ้วสาย
ควันหมอกแห่งอรุณรุ่ง ระคนกับไอพุ่งพวยจากแม่น้ำที่ไหลเอื่อย  เสมือนม่านแห่งสรวงสวรรค์ ที่ฉาบทาทั่วสารทิศ
ท่ามกลางบรรยากาศงดงาม และสงบเงียบ  นาวาลำเล็กล่องผ่านสายน้ำอย่างเงียบเชียบ  มีบุรุษหนึ่งสวมเสื้อคลุมสีดำ
สวมหมวกฟางปกคลุมใบหน้า บุคลิกเยือกเย็น ยิ่งยวดกว่าสายน้ำเบื้องล่าง  มิผิดกับภูตพราย ในสายหมอก

บุรุษนั้นยืนจับไม้พายเรือแน่น นิ่งงัน ปล่อยให้หัวเรือแล่นผ่านน่านน้ำไปตามแรง  นานๆ ครั้งถึงจะไอ
ลมหายใจพวยพุ่งจากปากและจมูก ด้วยอากาศที่เย็นเยือก ในกาลแห่งอาทิตย์ใกล้อุเทน
บุรุษนิรนาม แท้จริงแล้ว คือ  มังกรเดียวดาย  เจ้าของ เพลงกระบี่  5 เวิ้งว้าง  ที่โด่งดังไปทั่วยุทธภพ  ด้วยนิสัยสันโดษ
จึงแสวงหาความสงบแห่งธรรมชาติ หลีกเว้นจากความวุ่นวายในยุทธจักร   เพลานี้ ด้นด้นมาถึงหุบเขา หลุนเจิ้น
เพียงชั่วอึดใจบุรุษผู้เยือกเย็น ก็หันหัวเรือเข้าฝั่ง


  บนฝั่งนั้นมีผู้ลึกลับนั่งตกปลาอยู่ ท่าทางลึกลับเหลือคณามาตรแม้นว่า ไม่เป็นชาวประมงเยี่ยงสามัญชน
คงเป็นจอมยุทธผู้เจนจบ เพราะท่าทีที่นั่งก้มหน้าตกปลาดูลึกลับมีเลศนัย  
เพียงแค่ มังกรเดียวดาย ก้าวเท้าลงเหยียบพื้นดิน  พลันเสียงทุ้มลึก จากชาวประมงลึกลับ ก็ดังขึ้นประจวบเหมาะ
“ วิหกยังร่อนเป็นฝูงโบยบิน  มังกรใยผกผินไร้หงส์คู่ “
บุรุษฉายา มังกรเดียวดาย ชงักผ่าเท้า เหลือแลไปยัง ชาวประมงนิรนาม พลางตอบ
“  ฟ้าเวิ้งว้าง ดินไร้ไมตรี ปณิธานยากบรรลุ รักยากคลาย สะพายกระบี่เดียวดาย กายโดดเดี่ยว
ชีวิตหนึ่งเดียว ไร้ซึ่งใยดี.. ไม่ทราบว่าสหายท่าน มีนามกรเช่นไร”

“ ฮ่า ๆๆ...คิดมิถึง  นอกจากวรยุทธเยี่ยมแล้ว  ปณิธาน มังกรเดียวดาย ช่างสูงส่ง “
ชาวประมงลุกขึ้นยืนหันหน้ามาทางคู่เจรจาพลาง ประสานมือคำนับ
“ ปณิธานของข้าคือ คือกระบี่ “  


ชาวประมงเลิกเสื้อคลุมทิ้ง เผยให้เห็นกระบี่ยาวร่วม 8 แปดเซี๊ยะ ด้วยท่าทางที่ว่องไวเกินกว่า จะเป็นสามัญชน
“ รับมือ ! “
เสียงตวาดก้องขุนเขา พลันจอมยุทธลึกลับก็ พลิกกระบี่ รัสมีวูบวาบเข้าจูโจม มังกรเดียวดาย
หากเป็นผู้เพิ่งท่องยุทธภพมามินาน คงประหวั่นพรั่นพรึงไม่น้อย แต่กับจอมยุทธผู้เจนจบในวงการมานานนับ 10 ปี
กลับไม่รุ้สึกสะทกสะท้าน  เพียงแค่เกร็งลมปราณ เบี่ยงกายหลบ  ถีบผ่าเท้าด้วยวิชาตัวเบากระบวนท่า “ มังกรร่อนลม”
จอมยุทธชื่อก้อง ก็ ลอยตัวออกห่างรัศมีกระบี่ของคู่ต่อสู้ไปหลายวา

ไม่ทันที่จอมยุทธชื่อก้องจะ โครจรลมปราณเพื่อปรับกระบวนท่า ผู้จู่โจมก็พลิกกระบี่ ด้วยท่วงท่าอันเหี้ยมเกรียม
เข้าปะทะหมายมั่น เผด็จศึกในกระบวนเดียว  จอมยุทธผู้เย็นเยือก สะบัดกระบี่ป้องปราม เข้าปัดป้อง เสียงศาสตรา
กระทบกันอลอึงมิอาจจำแนก  เวลาชั่วลัดนิ้ว มังกรเดียวดาย ทะยานกายขึ้น 5 เซี๊ยะ ม้วนตัวฟาดกระบี่ด้วยกระบวนท่า
โจมตีด้านบน พุ่งพลังที่ปลายกระบี่ ทำลายกระบวนท่าของฝ่ายตรงข้าม  ทำเอาชาวประมงลึกลับ กระดอนถอยหลัง
โครจรปรับลมปราณแทบไม่ทัน สุมทุมพุ่มไม้ที่อยู่ใกล้ ใบปลิดปลิว เพราะอาณุภาพ กระบวนยุทธ “ มังกรทะยาน”
“ คาดไม่ถึง วรยุทธกระบวนนี้จะลึกล้ำนัก “
ชายชาวประมง ทิ้งกระบี่ลง  รีบเอามือ หอบกางเกง เพราะกลัวจะหลุดกองกับพื้น ด้วยท่าฟาดกระบี่เมื่อกี้
มิได้มุ่งหมายจุดสำคัญในร่างกาย หากแต่เป็น หูรูดกางเกงอาภรณ์ของคู่ต่อสู้

“ ไม่ทราบว่า สหายจะยอมเอ่ยนามให้ข้าทราบได้หรือไม่ “
มังกรเดียวดายลดกระบี่ลง เจรจา เมื่อเห็นคู่ต่อสู่หมดท่าห่วงแต่กางเกง   ชาวประมงยิ้มร่า หน้าซีดเป็นไก่ไหว้เจ้า
“ ข้ามีนามว่า เสี่ยวเล่อ อาภรณ์แดง   ข้ามาตามทวงหนี้ ตามคำสั่งของสำนักใหญ่ “
“ ฮืมม..หนี้อะไร  ถึงได้ตามทวงนัก แม้ยามข้ามาปลีกวิเวก “
จอมยุทธใหญ่ชักกระบี่เข้าฝักช้าๆ  เพื่อฟังคำตอบ
“ หนี้ ธ.ก.ส. ! “
“ !....!..!..!!!! “    


(ทู บี  คอนตินิว)

 
 
สาธุการบทความนี้ : 493 ครั้ง
จากสมาชิก : 3 ครั้ง
จากขาจร : 490 ครั้ง
 
 
  07 ก.ค. 2554 เวลา 17:09:29  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   115) กระบี่หยันยุทธภพ  
  ปิ่นลม    คห.ที่8)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 



ภาพจาก google

“ ธ.ก.ส.  ธนาคาร กองก้นสู้   รึ “
มังกรเดียวดาย เอามือลูบเครา ทั้งที่ไม่มีเครา  พืมพำในลำคอ
“ อืม..บอกสำนักใหญ่ของเจ้า ให้ไปเก็บดอกกับ” กรุศรี คาแต่แรด”   ตอนนี้ข้าไม่พกติดตัวสักอีแปะ”
จอมยุทธใหญ่กล่าวด้วยวาจาชัดแจ้ง
“ ท่านหมายความว่ากระไร  กรุศรี  คาแต่แรด “  
เสี่ยวเล่อ อาภรณ์แดงทำหน้ามึนงง  
“ ก็ ภรรยาเก่าข้าไงเล่า  กรุศรี “
“งั้นตัวข้าจะรีบไป คาราวะท่านจอมยุทธ”
ว่าแล้ว เสี่ยวเล่อ อาภรณ์แดง ก็ พุ่งกายผ่านผิวน้ำข้ามหายไปอีกฝั่งในทันใด   มังกรเดียวดายถอนหายใจเฮือกโล่งอก
“ เสียเวลาเดินทางไปงานชุมนุมจอมยุทธ ที่เมือง เสียวซ่าน ยิ่งแล้ว  ต้องรีบไป “
จอมยุทธลือนาม ปรับโคจรพลังวัตร ก่อนทะยานกาย พลิ้วไหวข้ามเหยียบยอดต้นอ้อ  
ลอยละลิ่วด้วยสุดยอดวิชาตัวเบา
............................................................................
ริมเชิงเขา ทางเข้า”เมืองเสียวซ่าน “ซึ่งเป็นเมืองย่านการค้าที่คับคั่ง ของมณฑล ลี้เฮง  เงาป่าสนสูงชะลูด  ณ บัดนี้
บดบังแสงสุรีย์ย่ำค่ำสิ้นแล้ว  แต่ยังคงพอเพียงสำหรับการเดินทางสู่ตัวเมือง   ผู้เยี่ยมยุทธนามกระฉ่อน “ กระบี่โลหิต”
ผู้เคร่งขรึม หากแต่อุปนิสัยยุกยิก มิอยู่สุข  เดินทางมากับ “ กูเทียนเหรอ”  เพื่อเข้าร่วมงานชุมนุมจอมยุทธ
“ สหาย กระบี่โลหิต  ใยท่าน ทำท่าทางยุกยิก มิเป็นสุขนัก นับตั้งแต่ร่วมทางมา “
กูเทียนเหรอ เอ่ยถามเมื่ออดรนทนสงสัยไม่ได้
“ มิได้ มิได้ สหาย กูเทียนเหรอ  อันตัวข้ามีโรคประจำตัว  จึงเป็นเช่นนี้  หากได้เกิดจากความร้อนรุ่มไม่ “

ผู้เยี่ยมยุทธกล่าวไปด้วย  ยิ้มกริ่มไปด้วย จนกูเทียนเหรอ ชักจะระแวงแครงใจ
“ ตัวท่านมีโรคประจำตัวอันใดเล่า ...”
“ โรคหิด ! “
“ มิน่า ท่านถึงได้มีฉายาว่า กระบี่โลหิด “
“ 55555   กล่าวได้ถูกต้อง “
กระบี่โลหิดหัวเราะก้อง ถูกอกถูกใจ พร้อมล้วงมือเกาหลัง ระบายความคัน นามกรที่แท้จริง ของผู้เยี่ยมยุทธผู้นี้
ที่แท้ ก็คือ “กระบี่โรคหิด “ น้อยคนนักที่จะได้รู้ หากไม่ใช่สหายที่คุ้นกัน  
“ แล้วตัวท่าน ทำไมถึงชื่อ กูเทียนเหรอ “
ครานี้กระบี่โลหิด ถามกลับไปบ้างเพื่อทราบที่มาของแซ่
“ ตัวข้า มีท่าไม้ตาย ที่ใช้ได้ทุกสถานการณ์  นั่นคือ “ ท่านั่งเทียน “  สหายร่วมทางยิ้มเล็กน้อย
“ อืมม...ท่านี่ลึกล้ำนัก  แม้ทางราชสำนัก ผู้บริหารบ้านเมือง   ยังใช้แก้ปัญหาเป็นประจำ เพียงเพื่อ เบี้ยอัฐ “
กระบี่โลหิต ไม่เพียงแต่มีวรยุทธยอดเยี่ยม ยังมีวิสัยทัศน์กว้างขวางยิ่ง  ทั้งสองสนทนากันอย่างถูกคอตลอดทาง
จนมาถึงเนินก่อนทางเข้าประตูเมือง ซึ่งเป็นป่าไผ่  รอบด้านมิน่าไว้วางใจนัก
“ หยุดก่อนสหาย “
กระบี่โลหิด ยั้งมือไว้ที่หน้าอกของ กูเทียนเหรอ เพื่อปรามมิให้สหายวู่วาม ก้าวเดินไปข้างหน้า
“ มีอันไดรึ “  กูเทียนเหรอสงสัย
พลัน กระบี่โลหิดก็ ตวาดก้อง ด้วยน้ำเสียงอันดัง  นกกาที่อาศัยป่าไผ่เป็นที่หลับนอน บินแตกฮือ
“ หลบเร้นไปใย  รีบไสหัวออกมา อย่าช้า !“
สายตาของกระบี่โลหิด จ้องไปยังพุ่มไม้ไผ่หนาด้านหน้า ที่ห่างออกไปร่วม 10 วา เหมือนรู้ว่ามีผู้ใดแอบซุ่มอยู่
ไม่นาน ร่างหนึ่งก็โผล่มาจากหลังพุ่มไม้ไผ่  ที่แท้ เป็น “ ตอฟางปุ้ยป้าย “  ผู้ถูกขนานนามว่า มีวิชาตัวเบาเป็นที่ 1
ในยุทธภพ ที่น่าแปลกใจกว่านั้น กระบี่โลหิต รับรู้ถึงการมาของนางได้ยังไง  ด้วยรูปร่างที่บอบบาง ประกอบกับวิชา
ตัวเบาเป็นเลิศกว่าใครในยุทธภพ แม้วูบวาบผ่านหน้าสุนัข หรือค้างคาว ผู้มีหูตาดี ยังมิอาจจับทิศทางได้

“ อิอิอิ....นี่ถ้าหากข้าไม่ไปยืนแอบบน ขวยมดแดงทราย  หล่ะก็ เจ้ามิมีทางรู้ได้หรอก ว่าข้ามา “
น้ำเสียงแหลมเล็กดังออกมาจาก ผู้มาเยือน  ว่าพลางเกาขา พัลวัน เพราะมดกัด

 
 
สาธุการบทความนี้ : 452 ครั้ง
จากสมาชิก : 2 ครั้ง
จากขาจร : 450 ครั้ง
 
 
  08 ก.ค. 2554 เวลา 17:30:09  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   115) กระบี่หยันยุทธภพ  
  ปิ่นลม    คห.ที่25)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 

ขอบคุณ ป้า พี่ น้อง ป้องปาย ที่ติดตาม
พุลังคน คือ สีมิดๆ  
แม่นหนีไป ออกเฮือน ละ บ้อ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 128 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 128 ครั้ง
 
 
  28 ก.ค. 2554 เวลา 17:26:18  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   115) กระบี่หยันยุทธภพ  
  ปิ่นลม    คห.ที่40)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 

ฮ่าๆ..สมน้ำหน้าเจ้านัก วรยุทธเลิศล้ำ กลับเสียท่า มดคันไฟ “  กระบี่โรคหิด  เย้ยหยัน อย่างโจ่งแจ้ง
แม่นางตอฟาง ปุ้ยป้าย  บันดาลโทสะ จนตัวสั่น
“ บังอาจนัก ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง “  ดรุณีเยี่ยมยุทธ  ตวาดลั่น  ทำให้  กูเทียนเหรอ  ถึงกลับอดกลั้นไม่ไหว
“ ชะ ชะ ชะ  บังอาจ เปรียบเทียบข้ากับ  พ่อค้าอสังหาริมทรัพย์  ที่ ถมห้วย ถมหนอง คูคลอง ทางน้ำไหลลงต่ำ ขาย “

ว่าแล้วก็ ทะยานลิ่วเข้าจู่โจม แม่นางตอฟาง  ทั้งสองเข้าโรมรันกัน หน้ามืดตามัว
ฝ่ายหนึ่ง ใช้วิชา “ฐานันดรใต้หล้า” อีกฝ่าย ใช้เคล็ดวิชา “ เงินตราสะท้านทหัย”   หวังช่วงชิง ความได้เปรียบ

แม่นางตอฟาง  สาดผ่ามือ สยายพลัง “ ท่าหว่านปุ๋ย “   แผ่พลังอันแข็งแกร่ง รายล้อมกาย ทำให้ กูเทียนเหรอ
ต้องผงะหลบ  ออกมาห่าง ตั้งท่า “ นำเข้า “ เพื่อรวบรวมพลัง   นับว่าเป็นการแก้ทางได้ดี
บีบบังคับให้ แม่นางตอฟาง  ต้อง ใช้ท่า “ ปั่นมูก “ ให้คลอบคลุมพื้นที่  แถมท้ายด้วยกระบวนท่าไม้ตาย “ ปางหยูก “

กระปี่โรคหิด ถอยห่างจากการต่อสู้ แอบมาเกาหลัง บรรเทาความคัน อย่างเมามัน  รอลุ้นผลการประมือครานี้
ไม่นาน กูเทียนเหรอ ก็ ระเบิดท่า “ กางทุกโหย่ง”  ทำลายฐานพลังของจอมยุทธหญิง  จนดรุณีน้อย เข่าอ่อน
ขยับตัวลำบาก  ไวเท่าความคิด เพื่อเอาตัวรอด แม่นางตอฟาง จึงใช้ท่า “ ปีเกาไหล “ ทะยานกายออกนอกความกดดัน
อันว่า “ ท่ากางทุกโหย่ง” สามรถพิชิต ศรัตรูได้ อย่างรวดเร็ว และ ง่ายดาย หากแต่ เมื่อพลาดเป้า จะทำให้ผู้ใช้
ได้รับผลสะท้อนกลับของพลัง  จนกระอักเลือดได้    กูเทียนเหรอ ผู้วาดหวัง เผด็จศึก จึงได้รับผลนั้นทันได
“ อ๊ากก..! แค๊ก ๆ  !  “

กระปี่โรคหิด เห็นสหายเสียท่า จึงสะกดอาการคันไว้ชั่วขณะ  เร่งถีบทะยานกายไปพยุงสหายรัก  ฝ่ายแม่นางตอฟาง
หลังจากใช้กระบวนท่า “ ปีเกาไหล” เพื่อหลบหลีก   ร่างของดรุณีน้อย ก็ลอยติดลม  ไม่สามารถย้อนกลับได้
ร่างจึงปลิว หว่าง  ..หว่าง  ดังใบไผ่เดือนสาม   ลับหายไปจากการต่อสู้
“ สหายท่าน อาการเป็นเช่นไรบ้าง “
กระปี่โรคหิด ระล่ำระลักถามด้วยกังวล
“ ไกลหัวใจนัก  แต่ก็จุกเอาการเช่นกัน “    กูเทียนเหรอ ฝืนกายยืนขึ้น เช็ดเลือดออกตามไรฟัน
“สหายกล่าวเช่นนั้นได้อย่างไร  เลือดออกตามไรฟันเช่นนี้  ต้องกินโอสถ อาการถึงจะดีขึ้น ไปเถอะข้าจะพาเข้าเมือง “
ว่าแล้วกูรีบพยุงสหาย บ่ายหน้าสู่เมือง
“ มิได้  มิได้   อาการช้ำในที่เกิดจากท่า “ ทางทุกโหย่ง “ มีวิธีเดียวที่รักษาได้  คือ กินไข่กา “ กูเทียนเหรอกล่าว
“ งั้นคงต้องพาท่าน ไปพบ สหายแสน “  กระบี่โรคหิดกล่าวเปรยๆ
“ ใยต้อง พบ สหาย แสน “  กูเทียนเหรอสงสัย

“ ไม่รู้จัก  แสน นากา  รึ       นาของแก มีอีกาเป็นแสน    คงจะพอมีไข่กา สักใบ รักษาอาการท่าน “

สิ้นคำเสียงหัวเราะของสองจอมยุทธก็ดังก้องป่าไผ่   เสียงกังวานผ่านห้วงแห่งสิงขร ค่อยๆแผ่วเบาลงจางหายในที่สุด    


ปล. ได้รับความกรุณาจาก ท่านมังกรหนีน้ำ  ช่วยแปล ชื่อ กระบวนท่าต่างๆ ในท้องเรื่อง ดังนี้
       ท่า ปั่นมูก   =  ปลูกมัน
       ท่า  ปางหยูก =ปลูกยาง
       ท่า กางทุกโหย่ง = โกงทุกอย่าง
       ท่า ปีเกาไหล  =    ไปเกาหลี
       ไข่กา             =  ขาไก่

 
 
สาธุการบทความนี้ : 139 ครั้ง
จากสมาชิก : 3 ครั้ง
จากขาจร : 136 ครั้ง
 
 
  30 พ.ย. 2554 เวลา 11:09:52  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   115) กระบี่หยันยุทธภพ  
  ปิ่นลม    คห.ที่45)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 

เซาเล่นแล้วเฟซ  เล่นไพ่กะหลุบ
ปลูกผักกะตาย
ขายอาหารกะเจ้ง....
..............................
กลัีบมาเฮ็ด รูปเล่ม โสกฮัง ส่งต้นฉบับให้ป้าหน่อยดีกว่า

 
 
สาธุการบทความนี้ : 136 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 136 ครั้ง
 
 
  14 พ.ค. 2555 เวลา 17:19:42  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   116) กระบี่หยันยุทธภพ ภาคพิเศษ  
  ปิ่นลม    คห.ที่7)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 

หายไปด่น ญ้อน นำหา ผู้ประพันธุ์ ฉบับผญาที่หละ  
บังเอิญ ไปไร่ ( ไร่เพ่น เล่นไพ่ ) กะเลยลุกบ่ได้ มันขาดขา

ลป.ไม่เล่นแล้วหละ เกมส์ไพ่เท็กซัส   เล่นก็มีแต่เสีย
มาหน่ำทางพี้ ดีกว่า

 
 
สาธุการบทความนี้ : 617 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 617 ครั้ง
 
 
  08 ก.ค. 2554 เวลา 11:54:03  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   116) กระบี่หยันยุทธภพ ภาคพิเศษ  
  ปิ่นลม    คห.ที่9)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 


ภาพจาก อินเตอร์เน็ต

มา ๆๆ    แทงเลย     เขย่าแรง แทงต่ำ
ฉีดยา  ห้าต่ำ  เอี่ยวสูง  เชิญๆๆ
กว่าเจ้าของกะทู้ ฉบับผญาสิมา  เฮากะสิได้ทุนคืนพอดี

ลป.เบิ่งทางแนเด้อ  ย้าน แม่ออก มาพ้อ..ดอกหวา

 
 
สาธุการบทความนี้ : 232 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 232 ครั้ง
 
 
  08 ก.ค. 2554 เวลา 14:11:39  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   116) กระบี่หยันยุทธภพ ภาคพิเศษ  
  ปิ่นลม    คห.ที่13)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 


ป๊าดด..ท่านจารย์ ฟอสซิล เจ้าบ่จัก  ทิดรุทธ์ เอี่ยวสูง ซั้นติ
เล่นยามได๋ แทงแต่  เอี่ยวสูง
ถืกเขา ยักไป เบิ๊ดปี

 
 
สาธุการบทความนี้ : 315 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 315 ครั้ง
 
 
  08 ก.ค. 2554 เวลา 21:57:24  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   118) หาหน่อไม้ โครงการล่าสุด  
  ปิ่นลม    คห.ที่4)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 

พร้อมต้อนรับเสมอ   ขอให้เป็นต้นเดือนครับ   เสาร์ - อาทิตย์
หากว่าเป็นวันแม่ อาจจะต้องกลับบ้านไปหา บักปิ่นลมน้อย

ช่วงนี้ หน่อไม้กำลังออก  ไผอยากมาม่วน มาซื่น  โอเค ลงชื่อได้เลย
ทางสำนัก วายุติ้ว พร้อมรับมือ เสมอ  ฮ๋าๆๆๆๆ

เอ้า ฟ้าว ลงชื่อกันเข้ามา พี่น้อง ม่วนๆ  

ลป. บอกไว้ก่อน บ่าวปิ่น เข้าพรรษา  บ่กินของมึนเมา เด้อ ( ยกเว้นเบียร์ กรึ๊บได้อยู่)  
      

 
 
สาธุการบทความนี้ : 249 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 249 ครั้ง
 
 
  25 ก.ค. 2554 เวลา 14:16:11  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   118) หาหน่อไม้ โครงการล่าสุด  
  ปิ่นลม    คห.ที่7)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 

แม่นควม อ้ายต้องแล่ง ว่าเนาะ  อิอิ
แต่รับศีล กะยังว่า สุรา เมรัยยะ  ฯ  
คือบ่มี  คำว่า  สุรา เบียร์ รัยยะ  เด้อหละ  

ฮอด บ่าวหน่อ  อย่าลืม ชวน บ่าว ชาญ แดนพนม มือโหวตข่อยมานำเด้อ
สิพาไป เป่ามิ้ม  ดอก หวา    

 
 
สาธุการบทความนี้ : 210 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 210 ครั้ง
 
 
  25 ก.ค. 2554 เวลา 19:00:54  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   118) หาหน่อไม้ โครงการล่าสุด  
  ปิ่นลม    คห.ที่10)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 

สาวส่า เมืองยโส  (ลงนาม คนแรก)

บ่าวหน่อ เจ้าของต้นเรื่อง  ว่าแนวได๋ คือมิด
มาวันเสาร์ อาทิตย์ นี้โลด เด้อ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 253 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 253 ครั้ง
 
 
  28 ก.ค. 2554 เวลา 17:23:59  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   118) หาหน่อไม้ โครงการล่าสุด  
  ปิ่นลม    คห.ที่20)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 

โอเค แม่ใหญ่สอน   ตามนั้น   พาบ่าวดุ่ย พ่อมะนาว มานำเด้อ

ส่วนเรื่อง ลูกชาย หายดีแล้ว  ครับ ขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วง

เสาร์ อาทิตย์  มาโลด เด้อ บ่าวหน่อ  ไวๆ   หน่อไม่ สิ วาย

 
 
สาธุการบทความนี้ : 132 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 132 ครั้ง
 
 
  18 ส.ค. 2554 เวลา 07:25:01  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   118) หาหน่อไม้ โครงการล่าสุด  
  ปิ่นลม    คห.ที่36)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 

บ่าวหน่อ มีเกวียน มาใส่ทรัพย์ ไปงาน สาวส่า ฯ อยู่ บ่
กรุณา มา ฮับ บ่าวปิ่นลม ไปนำ แน เด้อ  
สิซ่อยค่า "น้ำมัน" (งัว)  ดอก หวา

 
 
สาธุการบทความนี้ : 119 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 119 ครั้ง
 
 
  29 ธ.ค. 2554 เวลา 18:50:40  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   118) หาหน่อไม้ โครงการล่าสุด  
  ปิ่นลม    คห.ที่38)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 
คุณต้องแล่ง:
ไปนำแหน่   หอนว่ากะดาย


อยากไปนำกะ นั่ง สามล้อ มาถ่า อยู่แยก ประทายเด้อ คูบาท่าน

 
 
สาธุการบทความนี้ : 129 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 129 ครั้ง
 
 
  30 ธ.ค. 2554 เวลา 09:29:30  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   119) { บทเรียนชีวิต }  
  ปิ่นลม    คห.ที่16)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 


เว้าเรื่อง ลาบหมาน้อย   เขาบ่ใส่ขี้เพี้ย  ใส่แต่ป่นปลา..

ส่วนลาบหมาใหญ่  ใส่หยังกะอย่า อย่าลืม สูตร บ่าวหน่อ บึงผลาญชัย

บักสองซาว ผสม EM  


 
 
สาธุการบทความนี้ : 238 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 238 ครั้ง
 
 
  13 ม.ค. 2555 เวลา 19:25:20  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   119) { บทเรียนชีวิต }  
  ปิ่นลม    คห.ที่22)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 


หั่งว่าอยู่ กอข้าวคือมุ่นแถะ  แจไฮ่นานี้   บักไม้  มาลักใส่เบ็ดนี่เอง

สงสัยแนวหนึ่ง  ชื่อเรื่องนี่ ไผตั้งให้  เปลี่ยนใหม่ สาเปียง

จาก "บทเรียนชีวิต "  มาเป็น " ต้มโลด"

คือบ่ ท่าน UFO

 
 
สาธุการบทความนี้ : 137 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 137 ครั้ง
 
 
  23 ม.ค. 2555 เวลา 20:45:23  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   119) { บทเรียนชีวิต }  
  ปิ่นลม    คห.ที่30)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 

หนูอยากอ่าน  หนูอยากอ่าน ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 0 ครั้ง
 
 
  04 ก.พ. 2555 เวลา 10:42:35  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   119) { บทเรียนชีวิต }  
  ปิ่นลม    คห.ที่33)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 


คักขนาด  บ่เสียชื่อที่ไปฝึก ตะบะ กับ ฤาษีตอนตาล ท่าน UFO

เรื่อง หมอเป่ากระดูก  อันนี้ กระผมเคย เห็นเหตุการณ์ คล้ายๆกับ ในท้องเรื่อง
ในหมู่บ้านผม สมัยก่อน มี พ่อเฒ่าทิดดง  เป็นหมอเป่ากระดูก  
คนที่กระดูกหัก เอวซ้น  ควายซน ตกกกไม้ ตกควาย  ในหมู่บ้านต้องพึ่งเพิ่น
โอกาสหาย ผม ว่า 90%  

มีเหตุการร์ครั้งหนึ่ง ที่ผมประทับใจ
คือมีคนในหมู่บ้าน ถูกรถยนต์เหยียบขา จนกระดูกแตกละเอียด
ไป รพ.จังหวัด คุณหมอบอก ต้องตัดขาทิ้งเท่านั้น เพราะกระดูกแตกละเอียดหลายชิ้น
ปล่อยไว้ คงพิการ รังแต่จะเกิดแผลภายในติดเชื้อ ถึงตาย
ญาติไม่ยอมให้ตัดขา  จึงหันมาพึ่ง "พ่อเฒ่าทิดดง"

พ่อเฒ่าทิดดง ก็เอาคนนั้นเข้าเผือกไม้ไผ่ธรรมดา นี่หละ แล้วก็เป่า
พร้อมทาน้ำมัน  ทุกวันพระ ต้องมาเป่าทาน้ำมัน  
ใช้เวลา 3 เดือน คนคนนั้น เดินป๋อ  หายเป็นปกติ โดยไม่ต้องตัดขา

โอกาสที่จะเกิดการหายดีจาก พิธีกรรมดังกล่าว เว้ากันในทางการแพทย์สมัยใหม่
แค่ 1 %   แต่ไฉน เกิดขึ้นกับเขาคนนั้น    งึดจนหัวสิแตก  
ถ้าบ่าวปิ่นลม ขี้ตั๊วะ ขอให้ ฟ้าผ่า   นั่นคือ วิถีอีสาน ที่เฮายังบ่ได้ศึกษาแบบถ่องแท้

 
 
สาธุการบทความนี้ : 355 ครั้ง
จากสมาชิก : 2 ครั้ง
จากขาจร : 353 ครั้ง
 
 
  09 ก.พ. 2555 เวลา 13:21:14  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   119) { บทเรียนชีวิต }  
  ปิ่นลม    คห.ที่35)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 


ภาพจาก เฟซ ญาคูต่องแล่ง  ฮูปแต้ม  วัด สนวนวารีพัฒนาราม


"ตอน"  แบบนี้ ติ  ท่านฤาษี     จื่อไว้ ไผมักต้ม ตกหม้อนะฮกไป  เจอแบบนี้แน่

 
 
สาธุการบทความนี้ : 266 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 266 ครั้ง
 
 
  10 ก.พ. 2555 เวลา 12:34:23  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   119) { บทเรียนชีวิต }  
  ปิ่นลม    คห.ที่48)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 

อ่านไปเพลินไป  พาคิดฮอดตอนเด็กน้อย  นี่หละชีวิตคนอีสาน
อยู่กับดิน  กินกับหญ้า

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 0 ครั้ง
 
 
  24 ม.ค. 2556 เวลา 13:30:47  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   119) { บทเรียนชีวิต }  
  ปิ่นลม    คห.ที่50)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 
คุณบ่าวหน่อ:
คุณปิ่นลม:

อ่านไปเพลินไป  พาคิดฮอดตอนเด็กน้อย  นี่หละชีวิตคนอีสาน
อยู่กับดิน  กินกับหญ้า


แม่นครับ อยู่กับดิน กินกับข้าว นำ

สำบายดี ผบ ทบ.


ซำบายดี กินข้าวบ่ายปลาครับ   ท่าน  หน่อ  ลส.

 
 
สาธุการบทความนี้ : 506 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 506 ครั้ง
 
 
  25 ม.ค. 2556 เวลา 09:13:02  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   119) { บทเรียนชีวิต }  
  ปิ่นลม    คห.ที่52)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 
คุณอีเกียแดง {แห่งรัตติกาล}:
คุณปิ่นลม:
คุณบ่าวหน่อ:
คุณปิ่นลม:

อ่านไปเพลินไป  พาคิดฮอดตอนเด็กน้อย  นี่หละชีวิตคนอีสาน
อยู่กับดิน  กินกับหญ้า


แม่นครับ อยู่กับดิน กินกับข้าว นำ

สำบายดี ผบ ทบ.


ซำบายดี กินข้าวบ่ายปลาครับ   ท่าน  หน่อ  ลส.


จะแม่นเพินได้ตำแหน่งให้กันคักน้อ ผบ ทบ.(ผู้อยู่เทิงบน ติ) อั่น ลส.นี่แม่นหยั๋งขอรับอ้าย


  ลังเทื่อกะอยู่ทางล่างอยู่ เห็นว่ากะดาย  เดียวเขาสิหาว่า เผด็จการ เหมบเต็งเขาโพด
ลส.  กะ ลูกสอง  นั่นเด่   แปลบ่ยากดอก ตำแหน่งเพิ่น

 
 
สาธุการบทความนี้ : 202 ครั้ง
จากสมาชิก : 1 ครั้ง
จากขาจร : 201 ครั้ง
 
 
  25 ม.ค. 2556 เวลา 14:43:39  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   120) เพลงหวานของบ้านทุ่ง  
  ปิ่นลม    คห.ที่21)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 

สุดยอดปรมาจารย์ กลอนอีสานอีหลี   ผมลองแต่งแล้ว
มันบ่ลื่นไหลครับ  สงสัยใจเฮาบ่เป็นอริระเสรีพอ

คำว่า  หล่า กับ ลุน     หอบโซม   ส่วยคิง

อ่านแล้ว หมากหัวใจ อ่วยข้ามหย่วย  แล่นแท้แล้ เมือบ้าน
ขอบคุณหลายๆ ครับ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 236 ครั้ง
จากสมาชิก : 1 ครั้ง
จากขาจร : 235 ครั้ง
 
 
  11 ส.ค. 2555 เวลา 11:49:59  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   121) เสนอแนะการแก้ปัญหาน้ำท่วม  
  ปิ่นลม    คห.ที่0) เสนอแนะการแก้ปัญหาน้ำท่วม      [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 


(พื้นที่ สีน้ำตาลที่เห็น คือ น้ำท่วมขัง เฉลี่ย 15 เมตร  ใน 20 ปี ข้างหน้า )

ในอนาคต เมื่อน้ำแข็งขั้วโลก ละลาย และ ภาคอีสาน ตัดไม้พยูง เกลี้ยง  เกิดภาวะโลกร้อน
ซึ้งส่งผลกระทบ ดังที่เห็นในปัจจุบัน วัฒนธรรม คาร์ฟอร์แคท ทำให้เกิด ภาวะโลกร้อน
ธรรมชาติผันแปร  ซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทสเทศไทย คือ ระดับน้ำทะเลสูง 15 เมตร
เกิดน้ำท่วม พื้นที่  ดังที่เห็นในภาพ   ปลายน้ำท่วม ถึง จ.พิษณุโลก      ทางภาคอีสาน ฮอดโคราช
ภายใน 20 ข้างหน้า ( ปัจจุบัน ธรรมชาติ เขาได้เตือนแล้วว่า จะท่วมถึงไหน )
  
การแก้ปัญหา พ่อแม่พี่น้องที่ อาศัยในพื้นที่ลุ่ม ซึ่ง เมื่อ 800 ก่อน เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์
มีน้ำตลอดปี  ปัจจุบัน จะกลายเป็น พื้นที่ลุ่มน้ำ  น้ำท่วม สูงบเฉลี่ย 5 เมตร (20ปีข้างหน้า )

เมื่อธรรมชาติเปลี่ยนแปลง เราต้องเปลี่ยนตามธรรมชาติ  สร้าง นวตกรรมใหม่ สำหรับ การอยู่อาศัย


นี่คือโครงสร้างบ้าน สำหรับ ในอนาคต สมารถ ลอยน้ำได้ เมื่อฤดูน้ำท่วม แก้ปัญหาระยะยาว

แนวความคิดสร้าง แนวกั้นน้า   ถือว่า ห่วย และ โง่ที่สุด  จะกั้นน้ำทั้งโลกได้ไง ธรรมชาติของน้ำ
ของไหลลงที่ต่ำ มีน้ำที่ไหล ไหลย้อนขึ้นที่สูง  เพราะฉะน้น ต้องสร้างบ้านให้ลอยน้ำได้
เพื่อให้ลดผลกระทบ แทนที่จะ เอาชนะน้ำ ก็ เปลี่ยนแนวคิดใหม่ " กินตามน้ำ " อย่างที่ เราถนัด

\

นี่คือแนวทางของ ปีโป้ปิ่น แก้ปัญหา ระยะยาว และ ระยะยืด ส่งเสริมการ สร้างบ้านในพื้นที่ลุ่มน้ำให้เป็นแบบนี้


สำหรับพี่น้องที่อยู่ทางภาคอีสาน อาศัยตามริมแม่น้ำ ทีคาดว่าน้ำจะเอ่อท่วม  ให้สังเกต ธรรมชาติ
ท่านเคยเห็น น้ำท่วม " ฮังต่อ" บ้างหรือเปล่า  ถ้าไม่เคยเห็น แสดงว่ามันประสบผลสำเร็จ
ในการหลบลี้หนีภัย น้ำท่วม เราต้องเอาอย่าง



ข้อความจาก ปีโป้ปิ่น   ส่งถึงยุค  ก่อน อีซาเนีย ล่มสลาย    

ในปี 2011  น้ำ จะท่วมดังนี้




สังเกตุ สึ น้ำเงิน  หากท่านอยู่ แถบใหน ให้ อพยบ โดยด่วน    คาดว่า    อีสานจุฬาจะรอด ไปประมาณ 3  ปี
จากนั้น เทพสี่ตา และมังกรเดียวโดด จะ ขนย้าย  ข้อมูล "งิ้วต่องต้อน " ขึ้นสู่พื้นที่สูง

เป็นห่วงที่สุด คือ ศาลายา   ปัจจุบัน ท่วมถึงขาอ่อน  อาจ ท่วม ฮูดัง ภายใน หนึ่งวัน

 
 
สาธุการบทความนี้ : 308 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 308 ครั้ง
 
 
  22 ต.ค. 2554 เวลา 09:21:31  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   121) เสนอแนะการแก้ปัญหาน้ำท่วม  
  ปิ่นลม    คห.ที่6)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 

ขอบคุณ สำหรับ ทุกควมเห็น พะนะ พี่น้อง
ตอบสำหรับ สาวทิพ  ทางสกล ไม้พยุง หมดแล้ว กะใช้ ไม้ สามขา หรือไม้ง่าม ค้ำไว้ เอาเด้อ

มาโสกันต่อ เนาะ



บ้านในโครงการ " เอื้ออา..ทน"   มัลักษณะ ขึ้นลง ตามน้ำได้ ลดผลกระทบ
น้ำท่วม  โดยเฉพาะชุมชน ริมน้ำ  สามรถทิ้งสมอ  ถ่วงไว้ กันไหลได้






ส่วนอันนี้ " โครงการบ้านลิงลม"  สำหรับผู้มี รสนิยมสูง



สำหรับ "คนโคก " คือจารย์ใหญ่   ต้องแบบนี้



บรรยากาศ การ "ไต่ขัว"  สำหรับ  อ้ายต้องแล่ง แตนลาม ผู้ พิศมัย การ " ไต่เต้า"



บรรยากาศ สำหรับ ป้าหน่อย และ พ่อลุง ได้ ผ่อนคลาย    



บรรยากาศ สำหรับ ทิด อีเกียแดง  ผู้ หลงไหล  การ " ร่วมหลับนอน"

 
 
สาธุการบทความนี้ : 224 ครั้ง
จากสมาชิก : 2 ครั้ง
จากขาจร : 222 ครั้ง
 
 
  22 ต.ค. 2554 เวลา 16:57:25  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   121) เสนอแนะการแก้ปัญหาน้ำท่วม  
  ปิ่นลม    คห.ที่14)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 
คุณบ่าวหน่อ:
หัวกะเข้ามาพ้อ เน๊าะ บ่ซั่น น้ำบ่ได้กินบ้านบ่าวหน่อดอก

พี่น้องเอ๊ย  เฮ็ดคันกั้นน้ำไว้อย่างดี สุดท้าย น้ำกะเข้าบ้านคือเก่า คันมีเวลา สิได้เอาภาพมาให้เบิ่งกัน เป็นตาย้านขนาด



จัดมาเบิ่งดุ๊    เปนตาย้านกว่าเมียบ่  บ่าวหน่อ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 223 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 223 ครั้ง
 
 
  09 ธ.ค. 2554 เวลา 21:23:22  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   123) ใจเอา  
  ปิ่นลม    คห.ที่1)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 
คุณฟ.ฟาง:
คันแม่นใจประสงแล้ว  แนวได๋บ่ได้หว่า
มีแต่หันหน้าสู้ บู๋หม่นก่นบ่อถอย



คันว่าถอยไปแล้ว        เมืองแกวกะด้นฮอด
ก่นจนซอดบาดาลซ้น   หม่นคึ  แม่นบ่คือ
ฟ.ฟางนี   บ่คือ แนวอื่น   พี่นอง
ฟางไปฮอดบาดเฒ่า      ร้อยเอ็ดนั้น  ใส่แว่นตา  แท้แหล่ว

 
 
สาธุการบทความนี้ : 317 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 317 ครั้ง
 
 
  09 ธ.ค. 2554 เวลา 21:28:24  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   123) ใจเอา  
  ปิ่นลม    คห.ที่10)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 


เว้าให้คิดยากนำแถ่ เฉลยแน่ บ่กล้า เพราะหยัง

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 0 ครั้ง
 
 
  22 ธ.ค. 2554 เวลา 11:24:15  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   123) ใจเอา  
  ปิ่นลม    คห.ที่12)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 


โสเรื่อง คนถืกต้ม  พะนะ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 0 ครั้ง
 
 
  22 ธ.ค. 2554 เวลา 14:57:23  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   123) ใจเอา  
  ปิ่นลม    คห.ที่14)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 

ต้มแบบนี้ มี บ่ทิด

    


 
 
สาธุการบทความนี้ : 296 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 296 ครั้ง
 
 
  22 ธ.ค. 2554 เวลา 16:24:07  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   124) โสข่าว ชาวบ้าน  
  ปิ่นลม    คห.ที่0) โสข่าว ชาวบ้าน      [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 

โลกตะลึง ไทยพัฒนาเทคโนโลยี่ ล้ำหน้า ชาวโลก





  



ภาพจากอินเตอร์เน็ต

 
 
สาธุการบทความนี้ : 297 ครั้ง
จากสมาชิก : 1 ครั้ง
จากขาจร : 296 ครั้ง
 
 
  22 ธ.ค. 2554 เวลา 12:33:23  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   124) โสข่าว ชาวบ้าน  
  ปิ่นลม    คห.ที่1)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 

รายงานข่าวจาก หนังสือพิมพ์ ยายเมี้ยน


คนไทยติด เซชวล เน็ตเวิค กันมาก  แม้คนที่แต่งงาน
เลี้ยงลูกเลี้ยงเมีย ยัง มิวาย ปล่อยวาง โลกออนไลท์ แม้แต่ วินาที

  

ภาพจากอินเตอร์เน็ต

 
 
สาธุการบทความนี้ : 274 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 274 ครั้ง
 
 
  22 ธ.ค. 2554 เวลา 12:38:19  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   124) โสข่าว ชาวบ้าน  
  ปิ่นลม    คห.ที่2)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 


ช็อค  !  ซุปเปอร์ฮีโร่ ดัง   แฉ ชีวิตระทม  นั่ง ซด น้อยทิง กับ เจ้าตูบ



ลป. น้อยทิง =  เหล้าขาวครึ่งขวด ผสม กระทิงแดง 1 ขวด  

ภาพจาก อินเตอร์เน็ต

 
 
สาธุการบทความนี้ : 303 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 303 ครั้ง
 
 
  22 ธ.ค. 2554 เวลา 12:43:24  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   124) โสข่าว ชาวบ้าน  
  ปิ่นลม    คห.ที่5)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 
สถาบันวิจัย ว.ค.ท. ค้นพบหลักฐานการวิวัฒนาการ ของ คนปัจุบัน

หลายแสนปีที่มนุษย์เฮา พยายาม วิวัฒนาการกระดูกสันหลัง ให้ตั้งฉากกับแกนโลก
และแล้ว สูงสุด กะคืนสู่ สามัญ พะนะ  นี่หละวิวัฒนาการ คนรุ่นใหม่



ลป.  ว.ค.ท. = วัดโคกหนามแท่ง

 
 
สาธุการบทความนี้ : 263 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 263 ครั้ง
 
 
  22 ธ.ค. 2554 เวลา 15:09:40  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   124) โสข่าว ชาวบ้าน  
  ปิ่นลม    คห.ที่6)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 


ฮือฮา...ปีใหม่นี้ สถานที่ท่องเที่ยวใหม่ คาดว่า คนท่องเที่ยว ตรึม..!
แต่เป็นที่แห่งเดียว ที่ ผู้ชาย ไม่อยากไป

ทาง อ.บ.ต.  จึงจัด โปรโมชั่นพิเศษ สำหรับ ท่านชาย ฟรี ตลอดงาน

 
 
สาธุการบทความนี้ : 216 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 216 ครั้ง
 
 
  22 ธ.ค. 2554 เวลา 15:18:50  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   124) โสข่าว ชาวบ้าน  
  ปิ่นลม    คห.ที่29)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 


คันซั้นกะ   ป้าหน่อย  ตัวย่อว่า  ป.ห.  ติหละ
จารใหญ่  กะ  จ.ห.
บ่าวหน่อ  กะ  บ.ห.

สมัยกระผมลงเรียน   ครูเพิ่นสอนให้นักเรียนสะกดคำ
วันนี้ เสนอคำว่า "รีบ"   เอ้า"  เด็กชาย ทวยทน  สะกด
ด.ช.ทวยทน ลุกขึ้นยืน  สะกดเสียงดัง

รอ อี  รี   รี  บอ   ลีบ

เอ้า เด็กชาย ปิ่นลม  สะกดคำว่า "หีบ"  
เด็กชายปิ่นลม.........
สะกดเสียงดังกว่า เด็กชายทวยทนอีก

ห  อี     xx   xx   บอ  หีบ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 111 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 111 ครั้ง
 
 
  10 ก.พ. 2555 เวลา 12:12:25  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   124) โสข่าว ชาวบ้าน  
  ปิ่นลม    คห.ที่34)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 

ไปเฮียนอยู่ร้านได๋  ไปนำแน อิอิ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 0 ครั้ง
 
 
  14 พ.ค. 2555 เวลา 17:13:16  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   124) โสข่าว ชาวบ้าน  
  ปิ่นลม    คห.ที่37)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 
ฮ้วย...ฮังกะหรี่ พะนะ
ไปเทื่อแรกในชีวิต แม่น บ่  
แบบนี้เขาเอิ้นว่า   "ขึ้นครู"  เด้ เนาะ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 0 ครั้ง
 
 
  15 พ.ค. 2555 เวลา 10:05:02  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   125) รวมเรื่องสั้น ของ บ่าวปิ่นลม  
  ปิ่นลม    คห.ที่0) รวมเรื่องสั้น ของ บ่าวปิ่นลม      [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 



เรื่อง   "เอาอยู่"




เสียงสามล้อเครื่อง สกายแล็ป   ดังกระหึ่มขึ้นหน้าประตูโขง ซุ้มประตูทางเข้าวัด พร้อมกับฝุ่นสีแดงจากลูกรัง คลุ้งเคล้ากับ
สายลม   ไอ้มอม  หมาวัด นอนซึมเซา เพราะฤทธิ์ข้าวก้นบาตร อยู่ใต้ถุน ศาลาการเปรียญหลังเก่า ผุดตัวขึ้นนั่ง
ตาเบิกโพลงมองไปยัง รถสามล้อเครื่องคันนั้น  พร้อมกับ สูดจมูก ฟุตฟิด  สืบเอากลิ่นไอ น้ำมันปิโตเลี่ยมค่าอ็อกเทนสูง
หลวงตากอ หรือ นายกอ เมื่อ สิบปีที่แล้ว กำลังล้างบาตร อยู่บนศาลาการเปรียญ  หลังจากฉันภัตตาหารเช้าเสร็จ

รถสามล้อเครื่องหยุด จอดสนิท ที่ใต้ร่มกระท้อน หรือ “หมากต้อง” ในภาษาอีสาน  โชเฟอร์ สวมแว่นตาดำ
เลียนแบบ “ ไอ้หนวดเหล็ก” หนังไทยดัง  ที่นำแสดงโดย “ ทวนธน  คำมีศรี” ทั้งๆ ที่หน้าไม่ให้สักนิดเดียว
หลวงตาชรา เดินไปหยิบเอาผ้าจีวรมาห่ม เมื่อรู้ว่า มีอาคันตุกะ มาเยี่ยมถึงวัด  เสร็จแล้วก็ไปนั่ง เรียบร้อยอยู่หน้าพระประธานในศาลา  กิริยา สงบเสงี่ยม สมดังเป็นพระ ที่ ปฏิบัติตามพระวินัย ปกติของสงฆ์
“ กระผมมานิมนต์หลวงตา ไปสวดในงานศพ ลุงทิดมา ครับ ขะน้อย “
อาคันตุกะ ก้มลงกราบ พร้อม ยื่นถวาย ดอกไม้ 1 คู่ เทียน 1 คู่    
“ ทิดมา  ไปแล้วหนอ “  หวงตาชรา  พึมพำในลำคอ
......................................................................................................................
ตกเย็นโพล้เพล้ หลังสวดมนต์ทำวัดเสร็จสรรพ   รถสามล้อสกายแล็ป คันเดิม พร้อมพลขับ แว่นดำ มาตามเวลานัดหมาย
หลวงตาชรา ห่มคลุมผ้าจีวรเรียบร้อย สะพายย่ามคู่ใจ ที่มีโยมถวายให้ตั้งแต่ บุญผะเหวด  เมื่อหลายปีก่อน
หลวงตา เดินมาที่รถสามล้อเครื่อง แลเห็น นายรวย ผู้มารอรับ นั่งคุกเข่าอยู่ข้างสามล้อ  แกฉีกยิ้มให้หลวงตาอย่างเคารพ

“ เจริญพร  โยม รวย ...ยังจนเหมือนเดิมใช่ไหม “  หลวงตาทักทายอย่างเป็นกันเอง
“ ขะรับกระผม  คิดว่าคงจนแบบนี้ไปตลอดชาติหละครับ หลวงตา “  
แกตอบอย่างตรงไปตรงมา พร้อมนิมนต์หลวงตาขึ้นสามล้อ   พอขึ้นนั่งเสร็จหลวงตา ชำเรืองมองไปยัง คนขับ เห็นว่า
ยังใส่แว่นดำ เหมือนเมื่อตอนกลางวัน ทั้งที่ยังมืดค่ำแล้ว
“ เออ...โยม...แล้วแบบนี้ จะเห็นหุ่งไหมนี่ “  หลวงตาทักด้วยสงสัย
“ ซำบายครับหลวงตา ...ถ้าผมไม่ใส่แว่นดำแล้วมันขับไม่มีความมั่นใจหน่ะ ขะรับ “ พลขับตอบ
หลวงตาพยักหน้า เข้าใจในความเป็นปัจเจก
.............................................................................................................................
ภายในบริเวณงาน แสงไฟจากหลอดไฟ “ตูมกา”  สว่างจ้า เสียงผู้คนบนบ้านจอแจ  กลิ่นธูปเจือจางมากับสายลมหัวค่ำ
ทิดมา เป็นคนมีบุญ มีลูกอยู่ 3 คน แกส่งเสียจนได้เรียนสูง ๆ  “ผลสัมฤทธิ์ ทางการศึกษา”  ทำให้ได้งานการดีๆ ทำ
คนโตเป็นถึง ปลัดอำเภอ  อีกคนเป็น ผู้อำนวยการ และ อีกคนเป็นครูน้อย โรงเรียนชนบท  แต่แกยังเป็นชาวนาเช่นเดิม
ก้าวแรกที่หลวงตาขึ้นบนบ้านคือ พวงหรีด เต็มไปหมด รายชื่อแปลก ๆ   มากกว่าครึ่งในรายชื่อ  เชื่อว่า ทิดมา ไม่เคยรู้จัก
บางพวง ห้อยความคาดหวังมาด้วย  บางพวงถูกบังคับ บางพวงให้ตามมารยาท และบารมี ของลูก ๆ
เหลือบไปมองเห็น “ นายบุญลาภ “    ที่ทั้งชีวิต ไม่เคยถูกหวยเลย  หลวงตาจึงทักประสาคนคุ้นกัน
“ ว่ายังไง นายลาบ     ยังชอบทานก้อย  อยู่ไหม “  ถามพลางยิ้มที่มุมปาก
“ เอ้า ยายยืน....ยังนั่งอยู่เหมือนเดิมนะ “  แว๊บไปเห็น อุบาสิกา ที่คุ้นหน้าเป็นประจำ
“ ยืนแต่ชื่อเจ้าค่ะ   ทุกวันนี้เจ็บออด ๆ แอดๆ  สงสัยอายุจะไม่ยืน เจ้าค่ะหลวงตา “ แกตอบพร้อมพนมมือ ประหลก ๆ
...........................................................................
เมื่อหลวงตานั่ง รับประเคนน้ำจาก มกทายก แล้ว จึงเปรยๆ กับ ลูก ๆ ของทิดมาว่า
“ หลวงตาเคยบอกให้แกไปรักษา ซะ ไอ้โรคกระเพราะนี่  จะได้หาย  แต่ ทิดมา ก็ยังยืนยัน ว่า “ ผมเอาอยู่ “
หลวงตา เว้นวรรคไว้นิดหนึ่ง..ถอนหายใจแรง ปล่อยให้ บรรดาญาติ ลุ้นว่าท่านจะพูดอะไรต่อ.............

“ ถูกของแก......ถ้าแกยัง “ไม่เอาอยู่”   คงไปบวชแบบหลวงตาแล้วหละ “
นายรวย..ที่นั่งพนมมืออยู่ แอบยิ้ม ๆ ไม่กล้าหัวเราะเสียงดัง ..กลัวแขกผู้มี เกิบในงาน มองตาเขียว

 
 
สาธุการบทความนี้ : 405 ครั้ง
จากสมาชิก : 6 ครั้ง
จากขาจร : 399 ครั้ง
 
 
  26 ธ.ค. 2554 เวลา 16:24:13  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   125) รวมเรื่องสั้น ของ บ่าวปิ่นลม  
  ปิ่นลม    คห.ที่3)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 

เชิงอรรถ สำหรับ ผู้อินทรีย์ บ่แก่กล้า แปลบ่ออก
แต่สำหรับ อ้ายมังกรฯ  คงบ่ต้องแปล ผู้นั้น เกินมนุษย์

“ หลวงตาเคยบอกให้แกไปรักษา ซะ ไอ้โรคกระเพราะนี่  จะได้หาย  แต่ ทิดมา ก็ยังยืนยัน ว่า “ ผมเอาอยู่ “
หลวงตา เว้นวรรคไว้นิดหนึ่ง..ถอนหายใจแรง ปล่อยให้ บรรดาญาติ ลุ้นว่าท่านจะพูดอะไรต่อ.............

“ ถูกของแก......ถ้าแกยัง “ไม่เอาอยู่”   คงไปบวชแบบหลวงตาแล้วหละ “

( หมายความว่า   ทิดมา ยังเอาได้อยู่ เอาไม่ได้แล้ว คงไปบวชแน่นอน )

 
 
สาธุการบทความนี้ : 292 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 292 ครั้ง
 
 
  26 ธ.ค. 2554 เวลา 17:44:35  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   125) รวมเรื่องสั้น ของ บ่าวปิ่นลม  
  ปิ่นลม    คห.ที่4)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 
คุณบ่าวหน่อ:
ใช้ชื่อเรื่องยอดฮิตเลยครับ

"เอาอยู่" พะนะ



หรือว่าเจ้า.."เซาเอาแล้ว"  บ่าวหน่อ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 291 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 291 ครั้ง
 
 
  26 ธ.ค. 2554 เวลา 17:49:03  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   125) รวมเรื่องสั้น ของ บ่าวปิ่นลม  
  ปิ่นลม    คห.ที่9)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 




เรื่อง  “ไข่”

สายหมอกโรยระเรี่ยไล้ ยอดเขาสูง ดวงสุรีย์สาดแสงเรื่อเรือง ลูบโลมขอบเมฆขาว ปรากฏให้เห็นเพียงลำแสงเจือจาง
ดังถนุถนอมสิงขรในม่านเมฆ ของ แนวเขตชายแดนไทย
ฐานปฏิบัติการหลังน้อยๆ  เป็นกระท่อมมุงหญ้าคา แทรกตัวอยู่ตามเหลื่อมเขา  นั่นคือฐานปฏิบัติการ “ดอยหมึง”
หากว่าความศิวิไลมีอยู่จริง  สำหรับที่นี่คงเป็นเพียง เทพนิยาย ที่เอาไว้เล่ากล่อมเด็กนอนนิทรา

“ ซีรอน 1  จาก ซีรอน 2 ทราบแล้วเปลี่ยน “

เสียงจากวิทยุ PRC -745 เครื่องมือสื่อสารเดียวที่มีในฐานนี้ดังขึ้น   ทหารหนุ่ม  หรือ สิบตรี “ เปลี่ยน  บูญค้ำ “
สะดุ้งเฮือกตื่นจากอาการ “ ซ่อนตาดำ” รีบกระวีกระวาด หยิบ ปากพูดหูฟัง ของ ชุดวิทยุ มาโต้ตอบ
“ จาก ซีรอน 2 เปลี่ยน “  น้ำเสียงเคลือ ด้วยมีเสลดนิดๆ ติดลำคอ เพราะอากาศที่หนาวเหน็บ
“ รายงานสถานการณ์ ตามห้วงเวลาด้วย เปลี่ยน” เสียงสั่งการจาก บก.ร้อย ฟังดูเข้มงวด ทั้งที่อยู่ห่างออกไป ร่วม 10 กม.
“ เหตุการณ์ ปกติ  เปลี่ยน “ ผู้หมู่เปลี่ยน  หายจากอาการซึมเซา ตอบด้วยเสียงชัดแจ้ง
“ ตอนนี้ หมู่ลาดตระเวน  ว.1 “ ทาง บก.ร้อย ยังตังการทราบ ว่า ตอนนี้ หมู่ลาดตระเวน  อยู่ที่ใหน จึง แจ้งมาเป็น รหัสวิทยุ
“ เมื่อกี้รายงานมาว่า  ว.1  ที่ หมู่บ้าน แม่จ๋อง  มีความคืบหน้าอย่างไร จะแจ้งให้ทราบ เปลี่ยน “
“ ว.หกสิบหนึ่ง   รายงานด้วยนะ เดี๋ยว “เห่าดอย” จะ ติดต่อเข้าไป  คอยฟังด้วย “
ศูนย์วิทยุ บก.ร้อย แจ้งเตือน ว่า “ เห่าดอย” ก็คือ “ผู้พัน “จะติดต่อวิทยุเข้ามา ให้ คอยฟังวิทยุไว้
“ ว.2 ว.8 เปลี่ยน“  จ๊วดดด...!  “

หมู่เปลี่ยน รีบตอบรับทราบ พร้อมกับกดคีย์ยาว เกิดเสียง จ๊ว.ว.วด.!   .

เหตุการณ์เหล่านั้น อยู่ในสายตาของ พลทหารไข่   ที่กำลังก่อไฟ ทำ คั่วหนูตะเภา ให้ผู้หมู่กินเป็นอาหารเช้า
พลทหารไข่ ยิ้มกริ่ม ในขณะที่ ถอนขน อาหารจานเด็ดวันนี้  พลางรำลึกในใจ  
“ โธ่..รู้แล้ว ว่าเขาติดต่อพูดวิทยุ กันยังไง   ครานี้หละ จะได้ไปอวดภูมิให้ ไอ้ โข่ง มันฟัง “
คิดแล้วก็ ระริก ระรี้  นึกถึงหน้าไอ้โข่ง พลทหารผลัดเดียวกัน  “บ้านโคกแฮ้ง” ตอนมันทำหน้าฉงวน ประหลาดใจ ที่ตัวเอง
รู้ รหัสวิทยุ ช่างฉลาดล้ำ

“ ฮึ..ซีรอน 1 คือ บก.ร้อย  ซีรอน 2 คือฐานดอยหมึง ของเรา  ส่วน เห่าดอย คือ ผู้พัน “
  พลทหารไข่นึกในใจ
ไม่นานอากาศหนาวเหน็บ ก็ออกฤทธิ์ ทำให้ ผู้หมู่เปลี่ยน  ปวดหนักขึ้นมากะทันหัน
“ เฮ้ย..ไอ้ไข่  เดี๋ยวหมู่ จะไปปลดทุกข์  ฝากดูหน่อยนะเว้ย “
ว่าแล้วแกก็หน้าบิดหน้าเบี้ยว วิ่งกรูดตรงไปยัง สุขา ที่อยู่ห่างออกไป ร่วม 500 เมตร  พลทหารไข่ได้แต่ชะเง้อตาม
“ เอาหละวะ  ได้มีโอกาสพูดวิทยุทางทหารก็ครานี้หละ “  ไข่ตรึกตรอง
..............................................
“ ซีรอน 2  จาก เห่า ดอย “ เสียงวิทยุดังขึ้น
“ซีรอน 2  จากเห่าดอย  เปลี่ยน “ เสียงเรียกย้ำอีกครั้ง เมื่อยังไม่ได้รับการตอบ
พลทหารไข่ รู้ทันที ว่าผู้พันเรียกเข้ามา  แต่ยังเก้ๆ กังๆ ไม่กล้ารับ และไม่กล้าพูดตอบ
“ ซีรอน 2 จากเห่าดอย เปลี่ยน “
ตายหละหว่า ผู้หมู่ก็ไม่อยู่  เอาไงดีหละทีนี้
“ ซีรอน 2....จากเห่าดอย  เปลี่ยน ! “  

น้ำเสียงลงท้ายชักไม่ค่อยพอใจเอาซะแล้ว    เป็นไงเป็นกันวะ  พลทหารไข่ ใจสั่นเล็กน้อย ออกอาการประหม่า
นึกทบทวนที่เคยได้ยิน ผู้หมู่เปลี่ยน  พูดตอบโต้ เป็นประจำ  พลางทำปาก พึมพำ ก่อน จับคีย์วิทยุ มาพูดโต้ตอบ

“ จาก ซีรอน 2   ไข่  “   พลทหารไข่ พูดเสียงดังฟังชัด
“ อะไรนะ พูดใหม่ ซิ   เปลี่ยน “ ผู้พันตกใจ
“ จาก ซีรอน 2  ไข่ “   ย้ำคำเดิม

“ ไม่ใช่หมู่เปลี่ยนครับ  ผมพลทหารไข่  “
“ !!!!!! “  ผู้พันถึงกับสะอึก

“ ไอ้...xxxxxxx  “     ผู้พันตะโกนใส่วิทยุ สุดเสียง

 
 
สาธุการบทความนี้ : 362 ครั้ง
จากสมาชิก : 4 ครั้ง
จากขาจร : 358 ครั้ง
 
 
  27 ธ.ค. 2554 เวลา 11:03:38  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   125) รวมเรื่องสั้น ของ บ่าวปิ่นลม  
  ปิ่นลม    คห.ที่14) Serie หมา หมา (ตอนที่ 1 )      [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 




แม่เล่าว่าผมเกิดตอนดึก ในคืนที่หนาวเหน็บของเดือนแรกของปี   ในซอกตรอกเล็กๆ ใกล้กับตลาดสด
แม่เคยมีบ้านที่ใหญ่โตโอ่อ่า อยู่กินสบาย  กินอิ่มสามเมื้อ  มีร่มต้นปาล์มประดับ ไว้นอนเล่นสบายในหน้าร้อน
แม่ไม่เข้าใจ ทำไมโชคชะตาฟ้าผ่า  ให้แม่ต้องระหกระเหิน   วันนั้นมีคนแต่งตัวประหลาดสีกากีแกมน้ำตาล
ใส่หมวกประหลาด ๆ  มาที่บ้านจับเอาคนที่แม่รักไป   จากนั้นเขาก็ไม่กลับมาอีก  
แม่ไม่มีอะไรกิน แม่หิวจึงต้องออกมาหากินข้างนอก   นึกไม่ถึงในสังคมของเรา มีการแก่งแย่งรุนแรงปานนี้  
พวกเขาไล่ตะเพิดแม่เพราะหากินในถิ่นของเขา  ไม่มีใครแบ่งปัน  แม่ถูกรังแก ทำร้าย และถูกข่มขืนในพุ่มดอกเข็ม
ณ สวนสาธารณะ   แม่จะแจ้งความ หรือร้องทุกข์กับใครได้.....เพราะแม่เป็นหมาที่ไร้เจ้าของ


สังคมหมาไร้กฎหมาย  ไร้สิทธิ  ไร้ความเป็นธรรม  ไม่มีความเสมอภาค  ใครดีใครได้  ใครมีกำลังมาก
ย่อมได้รับความเกรงใจ   ใครมีเจ้านายดี  มีสิทธิรักษาเข้าโรงพยาบาล   เข้าสถานเสริมความงาม   ส่วนใครไม่มีเจ้าของ
หรือมีเจ้าของ หมา หมา  อดมื้อ กินเมื้อ  เจ็บไข้ได้ป่วยไร้คนดูแล   โดนรังแก  เจ็บทั้งกายใจ อย่าว่าแต่เข้าโรงบาลเลย
แค่เดินผ่าน ยังถูก ภารโรง เอาด้ามไม้กวาดตีเอา  อนิจจา


ผมซุกไออุ่นแม่ในคืนที่หนาวเหน็บอีกหนึ่งฤดูกาล แม่หาวเล็กน้อย ก่อนหอนยาวๆ บ่งบอกถึงอาการเหงา
หมาก็มีภาษาหมา  เช่นหอนสั้นๆ คือ อาการเซ็ง  หอนยาวๆ  บอกว่าเหงา เห่าสั้นสองครั้ง คือ เห่าใบตองแก้เครียด
หอนลากยาวและโหยหวน คือเห็นผี  ครางหงิงๆ หลับตา คือ หมาฝัน เห่าเสียงหนัก สี่ครั้ง คือขู่ขวัญ  
ครางฮือ ๆ แยกเขี้ยว เพื่อข่มขวัญ    เห่าเบาๆ 3 ครั้ง คือทักทาย  แลบลิ้นเลียปากหนึ่งครั้งคือ เปรี้ยวปาก   

ด้วยความเป็นหมาจอมแส่  เลยถามแม่ว่า  หมามันไม่ดีตรงไหน เขาถึงด่าว่า “ไอ้หน้าหมา” กันนัก
แม่บอกว่า   หมาไม่มีศาสนา  ไม่มีความยับยังช่างใจ  ไร้ศีลธรรม  อยากทำอะไรก็ทำ นิยมรุม กินโต๊ะ เช่นหมาหมู่
อยากผสมพันธุ์ใคร ตามใจชอบ  ไม่เลือกเวลา สถานที่  และท้ายสุด “กินขี้” อันนี้รุนแรงสุด

ผมเคยเห็นหมาตัวผู้ ลูกศิษย์ก้นกุฏิ ของ นายห้อย เจ้าของเขียงหมูในตลาด  ฟาด อีด่าง กลางแจ้ง
ผู้คนมุงดูมากมาย พร้อมสาปแช่งด่า...” ไอ้หมา  ไอ้จังไรหมา เอากันได้กลางชุมชน
“


เมื่อวันก่อนขณะที่แม่นอนให้นมผม ใต้แคร่ขายเนื้อ เจ๊บุญมี  ได้ยินเจ๊ แกคุยกันว่า
“ นี่ตะเอง..เห็นข่าวในทีวีปะ  เด็กมัธยม 7 คน ถ่ายคลิปหวิวเอากัน   แชร์ทางเฟช คนแห่ดูนับแสน”

เจ๊บุญมีออกอาการหมั่นไส้
ผมเลยเห่าประชดไป สองที  “ โฮ่ง(โธ่..ไอ้หน้าคน...)  โฮ่ง...(จังไรแมน) “

ไม่นานท้ายตลาดก็มีเสียงเอะอะโวยวายลั่น
“ ช่วยด้วย  ช่วยด้วย  คนตีกัน   !”  ป้าศรีโวยลั่น
“ ใครวะอีศรี ตีกันกลางวันแสก ๆ “  เจ๊บุญมีถาม
“ อ๋อ.คงเป็น พวกจิ๊กโก๋ สักลายท้ายตลาด รุมยำหนุ่มต่างถิ่น หนะ “  ป้าศรีตอบหน้าตาแหยงๆ
“โฮ่ง.!.(ไอ้พวกคน หมู่ )   แม่เห่าสมทบ
ไม่นาน ทิดขวัญคนร้อยเอ็ด เดินดุ่ม ๆ   ยิ้มร่ามาแต่ไกล
“ ป้า..ป้า...  เอา ซี้น 1 โล  พร้อม  ขี้เพี้ย  2 ถุง “  ทิดขวัญพูดจาเสียงดังตามนิสัยแก
ผมรีบเห่าเบาๆ ด้วยอาการดีใจ  
โฮ่ง!  โฮ่ง  โฮ่ง  แลบลิ้นเลียปาก 1 ที

     


                                  ภาพจาก google

 
 
สาธุการบทความนี้ : 266 ครั้ง
จากสมาชิก : 3 ครั้ง
จากขาจร : 263 ครั้ง
 
 
  17 ม.ค. 2555 เวลา 14:08:23  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   125) รวมเรื่องสั้น ของ บ่าวปิ่นลม  
  ปิ่นลม    คห.ที่16)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 


สรุปแล้ว...เมียฮ้าย อยู่บ่   บ่เหลือสมทบทุน ไอคอนน้อย

คักหลาย ไผมีเรื่อง ซีรี่ หมา หมา แบบนี้ เล่าสู่ฟังแนเด้อ....

ขอบคุณ บ่าวหน่อ ครับ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 225 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 225 ครั้ง
 
 
  17 ม.ค. 2555 เวลา 16:04:28  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   125) รวมเรื่องสั้น ของ บ่าวปิ่นลม  
  ปิ่นลม    คห.ที่37)       [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 

คลิปอีหยัง มาปันเบิ่งดู๋      คลิปกินแมวติ  หรือคลิบต้ม

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 0 ครั้ง
 
 
  04 ก.พ. 2555 เวลา 10:40:13  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   125) รวมเรื่องสั้น ของ บ่าวปิ่นลม  
  ปิ่นลม    คห.ที่39) ศาลา      [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 

เครดิตภาพจาก www.wittaya.net

เรื่อง "ศาลา"

ศาลาการเปรียญหลังเก่าคร่ำครึ แทรกตัวในแมกไม้ใหญ่ในบริเวณวัด    ตัวศาลาทำด้วยไม้ทั้งหลัง
เสาทำด้วยไม้เนื้อแข็งทั้งต้น  ทั้งระเบียงและหน้ามุข แกะสลักไว้สวยงาม ตามแบบช่างฝีมือ บรรพบุรุษ
ด้วยสร้างมานานนับร้อยปี จึงดูเก่าโข ขาดการบูรณะให้สวยงามดังเก่า

“นมัสการหลวงตา   กระผมมาหารือเรื่องจะ เรื้อศาลาหลังเก่า แล้วสร้างหลังใหม่ขะรับ “
“บุญศรี” เพิ่งได้รับการเลือกตั้งให้เป็น นายก อบต.มาหมาด ๆ  กราบลงแล้วพนมมือเจรจา
“ สร้างใหม่ทำไมหละโยม  หลังเก่าก็พอใช้ได้  “
หลวงตานั่งจิบน้ำร้อนสายตาดูสงบ
“ หลังเก่ามันเล็ก รับคนได้ไม่เยอะ และทรุดโทรมแล้ว ไม่ใหญ่โถงโอ่อ่า สมกับฐานะวัดและคนในหมู่บ้าน”
บุญศรีให้เหตุผล
“ ทำไมไม่ใช้การบูรณะเอาหละ จะประหยัดกว่าไหม”  
หลวงตาวางน้ำชาลงสายตายังสงบดังเดิม
“ คือว่า...หมู่บ้านเราปัจจุบันลูกหลานก็ไปทำงานในเมือง  ได้เงินได้ทองมาเยอะ  เรี่ยรายไม่นาน
ก็มีเงินสร้างใหม่ได้แล้วครับหลวงตา  สร้างเป็นหินอ่อน ให้สมหน้าตาหมู่บ้าน”
บุญศรียังยืนยันเจตนา
“ อืมม..หลังเก่ามันไม่ดีแล้วหละซิ ใช่ไหม “  หลวงตามองหน้า
“วัดเป็นของชุมชน มิใช่ของหลวงตา  หลวงตาเป็นเพียงพระสละเรือนแล้วจึงออกบวช  “
.......................................
“วัตถุที่ยิ่งใหญ่ใช่หมายว่า คนจะเป็นสุขและสงบ  จิตใจที่ปราศจากการยึดมั่นต่างหาก นำพาให้พ้นทุกข์ “
สมัยโบราณ ความเป็นอยู่ลำบาก ไปมาไม่สะดวก  เดินทางได้ไม่รวดเร็ว  ติดต่อสื่อสารกันช้า
จึงมีความคิด สร้างโน่น สร้างนี่   เอ....หากเราบินได้ดังนก คงจะเป็นสุข   เราเดินทางได้รวดเร็ว
สื่อสารกันรวดเร็วคงเป็นสุข  ปัจจุบันเราสร้างความคิดนั้นให้เป็นจริงแล้ว   สังคมยังเป็นสุขกว่าเดิมไหม “
หลวงตาถาม
“ไม่ขะรับ  มีแต่ก่อให้เกิดกิเลส ยั่วยวนจิตใจ ให้ดิ้นรน วุ่นวาย “ บุญศรีตอบ

“บุญศรีเอ๋ย..หลวงตามองเห็น ศาลาหลังใหม่ใหญ่ยิ่ง  รองรับผู้คนมากมาย  แต่คนมีศีลธรรมมีนิดเดียว
ไม่เต็มศาลาหลังเก่าเสียด้วยซ้ำ   หลวงตาเห็นคนทำบุญให้ทานมากมาย  แต่มีคนที่ใจเมตตาต่อกัน
เพียงหยิบมือ   เห็นคนเข้าวัดมากมาย แต่เห็นคนศึกษาปฏิบัติตามหลักคำสอน เพียงหย่อมเดียว
หลวงตาเห็น คนศรัทธาในเม็ดเงิน มากมายคณานับ  แต่กลับเห็นคนที่ศรัทธาในความถูกต้องน้อยนิด
หลวงตาเห็นคนประท้วงเรียกร้อง ประชาธิปไตยกันมากมาย แต่เห็นคนที่เคารพสิทธิคนอื่น น้อยจริงๆ
เราศรัทธา ศาลา หรือ คำสอนพุทธองค์    บุญศรี “


“ตกลงเราจะสร้างใหม่ใช่ไหมครับหลวงตา “ บุญศรีแอบยิ้มๆ
“ต้องลงประชามติ ก่อนนะ “
หลวงตานั่งแบบสบาย ๆ ผ่อนคลาย เอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาๆ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 200 ครั้ง
จากสมาชิก : 1 ครั้ง
จากขาจร : 199 ครั้ง
 
 
  23 ก.ค. 2555 เวลา 21:39:29  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   125) รวมเรื่องสั้น ของ บ่าวปิ่นลม  
  ปิ่นลม    คห.ที่43) ใครหมู่      [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 


รถ 2 แถว สีส้ม คาดอักษรสีขาว บอกจุดหมายปลายทางที่ด้านข้างตัวรถ  “ วานร – สกล “  
เปิดไฟเลี้ยว “ด๊อกแด๊ก” แล้วหักเลี้ยวเข้าสู่ถนนลูกรังสีถ่านเพลิง  ไอฝุ่นคละคลุ้งตามไฟท้าย
ผู้โดยสารบนรถ บางคนทำกริยาเหมือนชื่อจุดหมายปลายทาง  บ้างก็ “ว่านอน  และ สะกรน”
บางคนน้ำลายยืดสะดุ้งตื่น หัวสั่นหัวคลอน
ถนนลูกรังคดเคี้ยวไปตามทุ่งนา และป่าเบญจพรรณเต็งรัง ถนนทางหลวงชนบท
บ้างก็เกิดหลุมบ่อ ต้องใช้ความชำนาญขั้นเทพในการบังคับ  ในคราที่รถ”ลงมอ” หรือทางลาดชัน
แม่ใหญ่ศรี ต้องเอาเท้าเกี่ยวกับ “มัดมันเพา”ไว้ กลัวข้าวของหลุด
“มันเพา”  มัดนี้ แกซื้อมาจากตัวเมือง หวังเอาไปฝากหลานน้อย ด้วยราคา มัดละ 5 บาท



ฝุ่นลูกรังโปรยปลิวตามแรงลม จนทำให้ใบไม้และต้นไม้ริมทาง ถูกแต้มสีแดงไปด้วย
หนทางก็ งอคดไปตามภูมิประเทศ สะพานข้ามลำห้วย ยังเป็นสะพานไม้ตอกหมุด
รถวิ่งผ่านที่เสียงดังโครมคราม  ป้ายจำกัดความเร็วข้างทาง ระบุ “ 400 กม.”
“แอ๊ดรถ” (แอ๊ด ย่อมาจาก Administer ) หรือเด็กท้ายรถ ชื่อ นายแว  ขยี้ตาตัวเอง
ดูป้ายจำกัดความเร็วข้างทางอีกครั้ง นึกว่าตาพล่าแดด
“ โอยย..ไผเอาขี้ถ่านไฟมาเขียนเติมเลข 0 วะ  “  
ที่แท้ ป้ายจำกัดความเร็ว เอียงกระเท่เล่  เขียนไว้แค่  40 กม. แต่โดนเด็กน้อยที่หาเลาะยิงกะปอม
เอาถ่านไฟเติมเลข 0 อีกตัว เท่ากับความเร็วรถไฟหัวกระสุนชาวซามูไร

สองข้างทางเต็มไปด้วยวิถี  คราใดที่รถวิ่งผ่านหมู่บ้าน จะเห็นเด็กเล็ก วิ่งตามเป็นพรวน
สูดดมกลิ่นเผาไหม้น้ำมันดีเซล  
“ คือหอมดัง ฮิ่นๆ แท้หวา “
เพราะกลิ่นที่คุ้นเคยคือ กลิ่นดิน กลิ่นโคลน สาบควาย กลิ่นหญ้า  หอมเปดอกไม้ถิ่น  
กลิ่นประหลาดจากน้ำมัน จึงเป็นจุดสนใจ
คราที่รถจอดส่งผู้โดยสาร จะเห็นภาพผู้คนกอดกันด้วยดีใจที่ได้พบ พร้อมหิ้วของฝากพะรุงพะรัง
ดังปลื้มปรีดาที่ไม่ต้องไปกับ “เจ้างูใหญ่สีแดงคดเคี้ยว” เส้นนี้

เด็กขี้ดื้อ(แสนซน) บางคน หลอย (แอบ) เอามือ “ต้วย” ( คุ้ย,ป้าย) ท่อไอเสียรถดำปื๋อ  
แล้วก็เอาไปป้ายดัง(จมูก) เพื่อน ๆ เป็นที่สนุกสนาน



ไม่นานรถก็เคลื่อนออกจากหมู่บ้าน ผ่านทุ่งนาหน้าแล้ง มองเห็นฝูงวัวควาย ออกันตามลำห้วยเก่า
ต้นเตยหนาม เกิดเป็นพุ่มหนามยาวตามลำห้วย น้ำในก้นบึ้งแห้งขอด มองเห็นดินแตกระแหง
ควายหลายตัวนอนแช่ปลัก หรือ “บวก” ในภาษาอีสาน เมื่อรถสีส้มวิ่งผ่าน  มันจะชะเง้อมอง
บางตัวก็ ยิงฟัน แยกเขี้ยวใส่ อย่างหวงถิ่น

ต้นกระโดนกลางทุ่ง ยืนเด่น ผลิใบอ่อน แทงยอด บางกิ่งก็งอกใบสีเขียว พร้อมสังเคราะห์แสง
ขัดแย้งกับบรรยากาศรอบด้าน ซึ่งกำลังเป็นสีน้ำตาลแห้งเพราะขาดน้ำ
ประหนึ่งเหมือนมัน เชื่อมั่นว่าในไม่ช้า ฝนจะถั่งโถมชโลมดิน ให้ถิ่นนี้วิไล
ต้นกระบก ยังเป็นพุ่มเขียวครึ้ม ดูไม่แยแสต่อฤดูแล้ง  ไม่ผลัดใบให้แตกต่าง
เหมือนปล่อยวางภาระแห่งการดิ้นรน  ฝนหรือแล้งแค่กาลฤดูผ่านไป

รถโดยสารสีส้มยังคงมุ่งทะยานไปตามถนนสีแดงที่ตัดผ่านป่าโคก  ไม้เต็งรังยืนเด่นทิ้งใบ
แต่กลับออกดอกสีแดง ,สีขาว เป็นช่อล้อเล่นต่อความกันดาร  
บางช่วงถนนเปลี่ยวเหมือนตั้งใจตัดผ่านป่า ไร้แม่วี่แววการอยู่อาศัยของสัตว์ประเสริฐ
พาลให้คิดว่าหากรถเสียหรือ รถ “ฮ้าง” ขึ้นมา คงต้องนอนกินข้าวลิงกันข้ามคืน

รถโดยสารวิ่งมาไกลโข  จอดส่งผู้คนตามรายทางหลายหมู่บ้าน จนตะวันบ่ายคล้อย
เหลี่ยมตะวันฉายโดนลบ โดยยอดไม้ข้างทาง แดดร้อนแรงกลายเป็นอ่อนโยนทันตา
ผู้โดยสารทยอยกันลงจากรถตามรายทาง จนเหลือแค่  หนุ่มหน้าตาดี สวมชุดกากีนวล
เขาคือ ครูใหม่ ที่เพิ่งได้คำสั่งบรรจุมาหมาด ๆ  จากการสอบบรรจุ ของ สพฐ.กันดาร
“ อีกนานไหมครับถึงบ้านเซียงเพ็ง “
ครูใหม่ถามแอ๊ดรถ ด้วยสีหน้าเพลียๆ เพราะนั่งรถมาตั้งแต่เที่ยงวัน
“ อีก โดนเติบครับครู  ถึงแล้วจะบอก”
แอ๊ดรถผู้ชำนาญเส้นทางบอกด้วยภาษาไทยปนลาวอีสาน สำเนียงแปร่งๆ
ชายหนุ่มชุดกากีนวล เอามือคลำกระเป๋าเสื้อหา ซองเอกสารรายงานตัว ต่อต้นสังกัด
ก่อนถอนหายใจคลายกังวลเพื่อพบว่ามันยังอยู่ที่เดิม  พลางครางในลำคอ
“ อืมม...เหิงเติบ  “



.................................................................................................

ขณะที่รถเคลื่อนไปอย่างใจเย็น ภาพแห่งความหลัง ผุดขึ้นในภวังค์ของครูหนุ่ม
ในสมัยเรียน วิทยาลัยครู และเปลี่ยนมาเป็น “สถาบันราชภัฏ” ในปี 2535
“ราชภัฏ”  หมายความว่า เป็นคนของพระราชา"
พระราชาที่ทรงธรรม ที่ทรงงานเพื่อประชนของพระองค์ อย่างที่ไม่เคยมีราชาองค์ใดเทียมเท่า
แม้ในถิ่นกันดารแค่ไหน พระองค์ไม่เคยย่อท้อ ในการบำบัดทุกข์ให้ปวงชน

ความทุกข์ยากในการตรากตรำ ร่ำเรียน  ทั้งต้องครองตนให้อยู่ใน จริยะอันควร ในฐานะวิชาครู
ผู้จะเป็นแบบอย่างให้เด็กตัวเล็ก ๆ  “ให้เกรงความชั่ว  ไม่กลัวการทำดี และมีวิชา”
ภาพพองเพื่อนร่วมคณะ และคณาจารย์ ผลัดกันปรากฏในห้วงคำนึง ภาพ ดรุณีสวยสดใสในชุดครุยวิทยฐานะ
ภาพกุฏิหลวงตาที่เคยอาศัยในตอนเรียน และอื่นๆ มากมายประดาดังโถมใส่ ดังการโคลงเครงของรถ
...................................................................
“เอี๊ยด.ดดดดด ! “
เสียงเบรกรถดังลั่น พร้อมกลิ่นฉุนของผ้าเบรกโชยเข้าจมูก ทำให้ครูใหม่ ตื่นจากห้วงภวังค์
“ฮอดแล้วคับครู  “
แอ๊ดมิน ฯ ประจำรถร้องบอก ครูใหม่เรียบหยิบสัมภาระลงจากรถ หันมองไปทั่วบริเวณ
รอบด้านมีแต่ป่าโคก วังเวง ประจวบกับตะวันคล้อยค่ำ ย่ำยามผีตากผ้าอ้อม
ทำเอาครูหนุ่มประวิงหวั่น
“ ไหนหละ เห็นมีแต่ป่า “
“โน้นครับ.ต้องย่าง(เดิน) ไปตามทางโนนหินแห่(ลูกรัง) เข้าไปอีก 5 กิโล “
มองไปตามมือชี้ เห็นถนนลูกรังแยกจากถนนสายหลัก เป็นถนนสายเล็ก ทอดยาวข้ามทุ่งกว้าง
5 กิโลที่ว่า อาจะเป็น “กิโลแม้ว”   มิใช่ ”กิโลเมตร” เสียแล้ว
..................................................................................................................................

รองเท้าหนัง “คัทชู” สีน้ำตาลย่ำไปตามทางลูกรังตัดผ่านทุ่งนา มองรอบทิศเห็นแต่ ตอฟางแห้ง
มีเถียงนา ของชาวนาตามรายทาง ฝามุงใบตอง หลังคาห่มแฝกให้เห็นเป็นระยะ ๆ
สลับกับป่าโคกเปล่าเปลี่ยว  นานๆที ได้ยินเสียงกริ่งเกราะ วัวควายของชาวบ้านอยู่ไกลๆ
ลมพัดใบตองแห้งในป่าดังโกรกกราก ดังเสียงหลอกหลอนแห่งพงไพรให้ผวาตื่น
แดดอ่อนแรงลงโข  ยอดไม้ใบโกร๋นพาดผ่านตะวัน คือทัศนะสัญญาณบอกเวลา  “ชิงพลบ”
ต้นดอกจานต้นใหญ่ข้างทาง ออกดอกสีแดงส้มเต็มกิ่ง หยอกล้อแสงตะวันคล้อย
ใต้ต้นมีดอกเก่าอำลากิ่ง เกลื่อนกล่นพื้น  
ครูใหม่แหงนมองช่อดอกสีสด ในขณะเดินผ่าน เผยยิ้มที่มุมปาก
แม้ในถิ่นกันดาร ห่างไกลสิ่งอำนวยความสะดวกเช่นนี้ ยังมีสีสัน อัปสร อรชรให้ภิรมย์



...........................................................

ใครอื่นอาจะเร้นหลีกถิ่นกันดาร เลือกบรรจุในแถบเมือง แต่ไม่ใช่ครูคนนี้ เขาเลือกแบบนี้
เพราะเชื่อว่าทุกถิ่นในประเทศไทย ไม่ว่าจะห่างไกลหรือใกล้อาณาจักร ”โลตัส”
ล้วนมีความมืดมนทางปัญญา ที่รอประทีปน้อยๆ  ส่องสว่างให้เท่าเทียม

...............................................
การมารับราชการครั้งแรกครานี้ ช่างตื่นเต้นผจญภัยดีแท้   นั่งรถข้ามจังหวัด ข้ามอำเภอมาทั้งวัน
ได้พบเห็นอะไรมากมาย แถมยังต้องเดินกินฝุ่นจน “หัวแดง”  จนใกล้ค่ำก็ยังไม่ถึงที่หมาย
ท้องฟ้าสีแดงชาด เรื่อเรืองในเส้นขอบฟ้า  ทิวไม้เริ่มทะมึนทึบ  ความขมุกขมัวเริ่มคืบคลาน
หนทางเปล่าเปลี่ยวเส้นนี้ ยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดลง ณ แห่งใด
ครูใหม่ยังคงสะพายเป้ ดุ่มเดินจนเหงื่อซึมหลัง  บรรยากาศรอบทิศเริ่มมืดลงทีละน้อย
ชายหนุ่มรีบสาวเท้าก้าวยาวๆ  เพื่อเร่งเวลาให้พ้นจากความวังเวง
.................................................................................................
พอพ้นป่าโคกเปลี่ยวมาได้ ก็มืดมองแทบไม่เห็นลายมือแล้ว  เบื้องหน้าคือทุ่งกว้างอีกเช่นเคย
ชายหนุ่มปาดเม็ดเหงื่อบนหน้าผาก แลผ่าความขมุกขมัวไปด้านหน้า ไม่เห็นแม้แสงสว่างของ
ไฟฟ้าหรือตะเกียงใด ๆ  ในใจพะวงหน้าพะวงหลัง ไม่แน่ใจว่าตัวเองมาถูกทางหรือเปล่า
รอบด้านได้ยินเพียงเสียงแมลงกลางคืน  เพิ่มอรรถรสแห่งความวิตกจริต
เดินมาอีกชั่วอึดใจ จนถึงสะพานไม้ข้ามลำห้วย  ที่มีกอไผ่ขึ้นครึ้ม
“ สิไปทางได๋..น้อ..”
น้ำเสียงทุ้มร้องถาม ดังมาจากลำห้วย ในขณะที่ครูใหม่เดินข้ามสะพาน  ทำเอาชายหนุ่มสะดุ้งตกใจ
ร่างเงาของชายรูปร่างสันทัดเดินขึ้นมาจากลำห้วยที่แห้งขอด ทำให้ครูใหม่ ถอนหายใจโล่งอก

“ ไปบ้านเซียงเพ็งครับ  ไปทางนี้แม่นบ่ “
ครูใหม่ร้องถามตอบไปแก้อาการประหม่า
“ ทางนี้หละ อีกบ่ไกลดอก “
ชายวัย 50 กว่า เดินขึ้นมาจากลำห้วย สะพาย “ข่อง” (ภาชนะใส่ปลา)  ผ้าขาวม้าคาดเอว
ท่าทางจะเป็นคนในท้องถิ่น เดินมาใกล้จนเห็นใบหน้าชัด แม้จะยามตะวันโพล้เพล้
“ โห้..! คือแต่งตัวโก้แถะ  เป็นครู ซั้นติ “
ชายชรายิ้มเล็กน้อย มาพร้อมกับคำชม
“ ครับ ผมจะมาเป็นครูที่บ้านเซียงเพ็ง “  ชายหนุ่มตอบยิ้มๆ สีหน้าผ่อนคลาย
“ ซือหยังหละ ครับ ครูใหม่ นี่แมะ “  
“ซื่อ ต้อง  ครับ “
“ต้อง ...อืมมม.. ต้องแล่ง ติ “ ชายชรามองสำรวจผู้มาใหม่
“ บ่แม่นครับ  ต้อง ที่แปลว่า  ลูกกระท้อน ครับ “  ครูใหม่อธิบาย
“ อ๋อ...หมากต้อง “  ว่าแล้วก็หัวเราะร่า
“ไปๆ  ผมจะเมือ(กลับ) บ้านพอดี   ไปทางเดียวกัน จะได้มีเพื่อนคุย “
ชายวัยผมสองสี ชวนครูหนุ่มร่วมเดินทาง พร้อมเดินนำหน้าผ่าความขมุกขมัวไปตามทางลูกรัง
ครูใหม่ถอนหายใจคลายกังวล โชคดีที่มีเพื่อนร่วมทาง  อย่างน้อยก็ไม่ต้องหวาดหวั่น
.........................................................................................
ทั้งสองเดินคุยกันมาอยากออกรสชาติ มีเสียงหัวเราะขำบ้างปนเปไป  ลืมความมืดที่กำลังปกคลุม
จนเห็นแค่เงาตะคุ่มๆ  ด้วยทั้งสอง เป็นคนอีสานเช่นกัน จึงไม่ยากในการสื่อสาร
“ ครูต้อง มาสอนวิซาหยังหละครับ “
“วิชา วิทยาศาสตร์ครับ  “ ครูใหม่ตอบ
“ บ่ฮู้จักดอก  ฮู้แต่ เลข  เขียน  เลิก  สมัยผมเฮียนดอกหวา “ ชายชราหัวเราะเบาๆ
“ แล้วครูต้อง มีเมียหรือยังหละ “  คำถามนี้ทำเอาครูใหม่สะอึก
“ ยังครับ คุยผู้สาวบ่เป็น “  ครูต้องตอบแบบถ่อมตน
“ โอ๊ย..บ่ยากดอก  สาวบ้านเซียงเพ็งบ่อึด  แล่นตำกันพู้นแหล่ว พ้อบ่าวครู “
ว่าแล้วก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน
“ซาวบ้านแถวนี้อยากได้ครูผู้เสียสละ มาสอนเด็กน้อยลูกหลาน ให้มีวิซาควมฮู้ ทันโลกเขา “

ชายวัยผมสองสีกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เท่าที่สอบถามคุยกัน ทราบว่า หมู่บ้านนี้ไม่มีครูมาบรรจุใหม่นานแล้ว  เพราะเป็นหมู่บ้านห่างไกล
ทางอำเภอกำลังดิ้นรน หางบประมาณมาให้ไฟฟ้าเข้าถึงหมู่บ้าน แต่ต้องรออีก 4-5 ปี
โรงเรียนเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีครูอยู่ 15 คน  ปีกลายมีครูย้ายออกไปอีก  2 คน ขาดแคลนครู
หมู่บ้านนี้จึงเป็นหมู่บ้านที่พึ่งพาตัวเองเป็นหลัก  วิถีดั้งเดิม เรียบง่ายและงดงามในประเพณี
..................................................................................


ทั้งสองเดินฝ่าความมืดมาไม่นาน ก็ถึงหมู่บ้าน มีแสงไฟจากตะเกียงแวมไหว กลิ่นควันไฟจากการหุงหาอาหารโชย
“ผมส่งครูแค่นี้เด้อ...โน่นโรงเรียน  ที่เห็นแสงวับๆ นั่น บ้านครูใหญ่ “
“ขอบคุณ คุณลุงมากครับ ที่มาส่ง “
ครูใหม่ยกมือไหว้ชาวถิ่นผู้ใจดี ก่อนเดินเข้ารั้วโรงเรียน มุ่งหน้าไปหาแสงไฟ ณ บ้านครูใหญ่
“ สวัสดีครับครูใหญ่  ผมครู อาทิตย์  นิวาสวงษ์ มารายงานตัวครับ “
ครูต้อง ยืนตะโกนเรียกขึ้นไปบนบ้านพักครูใหญ่  ไม่นาน ครูสุย ครูใหญ่ประจำโรงเรียน ก็ออกมาต้อนรับ
“ โห้..คือมาค่ำแถะหละคุณครู “
ครูใหญ่รับไหว้ แล้วเชื้อเชิญขึ้นบ้านพัก  เร่งไฟตะเกียงขึ้นสว่างโล่
“ กินข้าวปลามาหรือยังหละ “  ครูใหญ่อ่านหนังสือรายงานตัวของครูใหม่แล้วเงยหน้าถาม
“ ยังครับ “ ครูใหม่ตอบสั้นๆ ยิ้มจืด ๆ
“ เอาหละ ไปอาบน้ำอาบท่าแต่งตัวก่อน  เดี๋ยวผมจะพาไปกินข้าว ที่บ้านงาน
ดีเลยจะได้แนะนำให้ชาวบ้านเขารู้จัก “
“ บ้านงานอะไรครับ  ชาวบ้านเขามีงานอะไร “ ครูใหม่ถามแก้อาการประหม่า
“ งานเฮือนดี “
ครูใหญ่ตอบสั้น ๆ
......................................................................................



“ ครูสุย......ครูสุย......”
เสียงตะโกนแหวกกลุ่มคนในบ้านงานมา  ในขณะที่ครูใหญ่กำลังซด “ซกเล็ก “
“ แม่นหยังบักเซียงข่อง”
“ มาเบิ่งครูน้อยเจ้าแน   เพิ่นเป็นลม ไทบ้านกำลังเป่าน้ำเอาอยู่ “

“ บักทิดสาขี้เหล้า มอมครูน้อยใหม่กูติ  ฮ้วย..! “
ครูสุย บ่นด้วยอารมณ์ไม่ดี พลางลุกออกจากวงอย่างรีบเร่ง
“ อ้าว..ครูต้อง...เป็นหยังบัดเทื่อนี่ “
ครูใหญ่หน้าซีด รีบเข้าไปประคองครูใหม่ ในขณะที่ชาวบ้านกำลังให้น้ำประพรม
ทั้งยาหอมยาดม สารพัดวี   ให้อาการทุเลา
“ เพิ่นไปจุดธูปกราบศพ  เงยหน้าเบิ่งฮูปภารโรง หมาน  ชี้มือแก่แด่ บอกว่า
อ้าว..ก็เพิ่งเดินมาส่งกันไม่ใช่เหรอ พะนะ “

บักเซียงข่องอธิบาย
“ แม่ใหญ่สีเลาว่า เป็นบ้าติ  คนตายได้  3 มื้อแล้ว  เท่านั้นหละ ครูน้อยเจ้าเลยล้มตึง“

..........................................................................................

 
 
สาธุการบทความนี้ : 246 ครั้ง
จากสมาชิก : 1 ครั้ง
จากขาจร : 245 ครั้ง
 
 
  26 ก.ค. 2555 เวลา 11:58:40  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  โพสต์โดย   125) รวมเรื่องสั้น ของ บ่าวปิ่นลม  
  ปิ่นลม    คห.ที่54) เรื่อง ต่วน AEC      [ไปที่ความเห็นนี้ ในกระทู้นี้]  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2190
ให้สาธุการ : 175
รับสาธุการ : 3763820
รวม: 3763995 สาธุการ

 



ณ ดอยมึ๋ง  ฐานทหารติดแนวตะเข็บชายแดน จังหวัดเชียงราย   เวลา 0800 น.
หมอกสีขาวโรยตัวคลุมทิวสิงขร ดังม่านแพรอัปสร พลิ้วไหว ล่อเล่นกับยอดไม้
ทหารไทยกำลังตั้งแถวเคารพธงชาติ    ส่วนทหารพม่าเคารพธงชาติตั้งแต่ 7 โมงเช้า
แล้วก็เข้านอนคลุมโปง หลบความหนาวเย็นบนดอยสูง
“แสดงการเคารพธงชาติ   ทั้งหมดตรง !     “
ทั้งหมดกระตุกเข่าขวาขึ้น ให้ขาทั้ง 2 ข้างตึง ยืดอกยกไหล่  ขมิบก้น  พร้อมเพรียงกัน พรึ๊บ !
“ ประเทศไทย...รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย..........”
เสียงร้องเพลงประสานขึ้นเป็นประจำทุกวัน  ธงไตรรงค์ ถูกชักขึ้นสู่ยอดเสาปลิวไสว
พลทหาร “ต่วน” ทบ.2 ลูกอีสาน ร้องเพลงในใจ ตามทำนองเพลงชาติ
“ ประเทศไทย แกงหน่อไม้ ใส่ยานาง ......”
ในใจลิ่วลอยกลับไปถึง “ขอนแก่น “  เห็นทุ่งนาอยู่ร่ำไร เพราะวันี้จะเป็นวัน ครบกำหนด “ผลัดพัก”
จะได้ลากลับบ้าน ไปหาบิดามาดร สิงขร “บ้านคำแคนเหนือ “  มัญจาคีรี

“ พลทหารต่วน  เวลาอยู่ในแถวห้ามยิ้ม  ห้ามดุกดิก  ผิดวินัยรู้ไหม “  
ผู้หมวดหมาด ๆ  กล่าวตักเตือนลูกน้อง เมื่อเคารพธงชาติเสร็จ    
“ รับทราบ และขออนุญาตแก้ไข ครับ ! “
พลทหารต่วนทำท่าเคารพ และรับคำเสียงเข้ม  
“ เอาหละทุกคน วันนี้ เป็นวันผลัดพัก ก่อนกลับไปบ้าน ผู้หมวดจะพากำลังพลเป็นเที่ยวชมตลาด “
ผู้หมวดแม้จะ ยืนกอดอก มาดเข้มแต่ก็ใจดี กับลูกน้องเสมอ
“ ผู้หมวดจะพาไปตลาด ม่องไหนครับ “
หมู่ ศรี  คนอุบล ฯ พูดไทยสำเนียงปนลาว ถามด้วยสงสัย
“ แม่สาย ตลาดแม่สาย ใครจะไปกับผู้หมวด ขึ้นรถได้เลย  “
ว่าแล้วก็ เฮโลสาระพา   ขึ้นรถกะบะรุ่นโบราณ นั่งกันเต็มจน หน้า “เงิง “  
“บักต่วน..มึงว่าผู้หมวดเป็นหยัง เลาคือมักกอดเอิ่ก  “
พลทหารบุญมา ถามสหายผลัดเดียวกัน  พลางกระซิบนินทาผู้หมวด
“ เลาย้านเอิ่กเลิ่น ละม้างง “
พลทหารต่วนตอบพร้อม งวกหน้างวกหลังระแวง
.................................................................................



เวลา 1100 น. ณ ตลาดแม่สาย  
“ นกน้อย จากท้องนา ราคาถูก  เธอเป็นลูก ที่ถูกพ่อแม่ ขายไฮ่....”
พลทหารต่วน และพรรคพวก ร้องเพลง “ แม่สาย” ของ  คาราบาว   เพิ่มความคึกคัก
“ เซาๆ สู ฮอดตลาดแล้ว  ลักอายคน “
หมู่ศรีห้ามปรามลูกน้องให้เพลาเสียงลง เมื่อรถวิ่งเข้าสู่บริเวณตลาด ย่านการค้า

“เอาหละผู้หมวดให้เวลา ถึง บ่ายโมง  จะซื้อหาอะไรก็ตามใจ    ต้องมีสติ รอบคอบ
ใช้เงินเบี้ยเลี้ยงให้คุ้มค่า  ห้ามข้ามไปฝั่งพม่า  บ่ายโมงเจอกันที่รถ “
ผู้หมวดออกคำสั่ง แล้วทั้งหมดก็แยกย้ายกันเดินชมตลาด    

ย่านท่าขี้เหล็ก คือด่านการค้าผ่อนปรนระหว่าง 2 ประเทศ  จึงเป็นตลาดที่ค้าขายกับคับคั่ง
มีสินค้าให้ซื้อหามากมาย ชาวพม่าก็ข้ามมาขายของในฝั่งไทย เต็มไปหมด  
อีกทั้งปัจจุบัน กลังก้าวเข้าสู่ AEC  ( ประชาคมเศรษฐกิจอาเซี่ยน)  ซึ่งสามารถหาซื้อสินค้าปลอดภาษี
และสินค้าราคาถูกได้ เพื่อเพิ่มรายได้ของพ่อค้าแม่ขายอาเซี่ยน  กลไกของระบบเศรษฐกิจ
จึงเห็นชาวต่างชาติมาค้าขายในไทยคับคั่ง


“ เอานาลิกาไหมอะ ต๊ะหาน  ถูก ๆ  ของลี ๆ ของแท้จาก จินเชียวนา
ต้อนรับ AEC  “
แม่ค้าพม่าปะแป้งเอาผ้าโพกหัวเชิญชวน
“ ป๊าด..นาฬิกาไซโก้ พะนะ   มีการจุ่มน้ำให้เบิ่งพร้อม  ถ่อได๋หละ “ พลทหารต่วนถาม
“ 600 ร้อยเอ็ง  เอาป๊ะ “
“ แพงไป  500 ละกัน “
“ อ๊ะเค ห้ามบอกคายนะว่าซื้อมาแค่ 500 ร้อย  เด่วนุ๋งขากทุง “  
เอาหละว่า ได้มีนาฬิกาเท่ห์ ๆ ใส่ไปสวดสาวที่บ้านคำแคนเหนือแล้ว  ต่วนคิดในใจ
เดินมาอีกสักพัก
“ ต๊ะหาร เอาแหวงพลอย พม่าสวยๆ ไปใส่ป๊ะ สินค้า AEC   “
“ เท่าไหร่  “
“ 400 ร้อย  หินพลอยของดี งางฝีมือเชียวนะ “
เอาหละวะ ได้ใส่ทั้งแหวน ทั้งนาฬิกา งานนี้ สาว”ส่วย” คุ้มบ้านเหนือต้องหันมามองบ้างหละ
ต่วนจึงตัดสินใจซื้อทันที    
......................................................................................
ขณะที่นั่งรอเพื่อนกลับมาจากการเที่ยวตลาด  มีพ่อค้าชาวกะเหรี่ยง หอบหิ้วถุงผ่านมา
“ พี่ ๆ เอา มาโบโร่ ไปสูบไหม ผมขายให้ ถุก ๆ บุหรี่ ปลอดภาษี “
“ แคปตอล ละเท่าไหร่ “
“ 200 ละกัน ผมจะรีบกลับ เดี๋ยวด่านปิด เห็นว่าเป็นทหารนะนี่ถึงขายราคานี้ให้ ”
ต่วนรีบควักเงินซื้อทันที มีที่ไหนเฉลี่ยแล้ว ตกซองละ 20 กว่าบาท ปกติ มาโบโร่  50 บาท
เคยเห็นแต่ผู้หมวดสูบ  งานนี้หละ จะได้เป็นหมวด “ต่วน” บ้างหละ
......................................................................................................
รถเคลื่อนออกจากแม่สาย  เพื่อนๆหลายคนอวดอ้างของที่ตนซื้อหามา
หมู่ศรีได้วิทยุเสียงแจ๋ว  ราคาแสนถูก  บอกว่าจะเอาไปฟังแก้เหงา เวลาเข้าเวร
เพื่อนๆหลายคน แซวพลทหาร “ต่วน”  ว่าใส่นาฬิกาแม่สายแล้ว เทห์  แหวนพลอยเม็ดโต
ต่วนได้แต่ยิ้มภาคภูมิใจ  
พอรถวิ่งมาถึง “ บ้านจ้อง “  นอกเขตแม่สายเท่านั้นหละ
“ ฮ้วยวิทยุคือบ่ดัง พะนะ “
หมู่ศรีอุทานขึ้นเป็นคนแรก เนื่องจากวิทยุที่เปิดฟังเพลงดี ไร้แม้เสียงซู่
“ กะยังว่า วิทยุแม่สาย  นี่มันฮอด”บ้านจ้อง” แล้ว มันกะบ่ดังละเนาะ “
“ 555555555”
“ หมู่ ครับ  นาฬิกาผม เข็มมันคือ ญ่างนำกันอุ้มหลุ่ม แนวนี้ “
พลทหารต่วน เอานาฬิกาที่ซื้อมาให้ หมู่ศรีดู
“ นาฬิกา รุ่นเข็มรวม   ทั้งเข็มวิ  เข็มนาที เข็มชั่วโมง  หมุนเป็นเข็มเดียวกันเลย “
“ 55555555555”
“ หุย....ถูกต้มแล้ว  “
พลทหารต่วนหัวเสีย  สะบัดข้อมือร่าๆ  เผื่อนาฬิกาจะเดินปกติ
“ เอ๋า..แหวนพลอยพม่า  หัวพลอยมันเสียไปแต่เมื้อเหิง  คือมีแต่แหวนบัดเทื่อนี้ “
ต่วนหน้าซีดเมื่อหันมาดูแหวนพลอย บัดนี้เหลือแต่โลหะ  หัวพลอยหลุดหาย
“ กะยังว่าแหวนพลอยแม่สาย  บักต่วน  หัวมันกะอยู่แม่สาย พู้นละเนาะ “
“555555555555555”
เสียงหัวเราะดังขึ้นทั้งรถกระบะ
“ หุย..ถืกต้มอีกแล้ว   คือดวงดีแท้น้อกู   “
ต่วนศักดิ์  ออกอาการฉุนเฉียวจนหน้าแดง  เครียดอย่างหนัก   จึงคว้าเอาบุหรี่ มาโบโร่
ที่ซื้อมา 1 แคปตอล ฉีกออก  หวังจะสูบให้ผ่อนคลาย  
“ ฟ้าแมบเอ้ย.....ยาสูบกะมีแต่รา  ขึ้นเขียวเต็มเลย ...โอ้ย.....”
“ ฮ่าๆ ... ต่วน  AEC  “

 
 
สาธุการบทความนี้ : 201 ครั้ง
จากสมาชิก : 0 ครั้ง
จากขาจร : 201 ครั้ง
 
 
  23 ส.ค. 2555 เวลา 18:28:03  
   ขึ้นบน ลงล่าง  
 
         

  หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39

   

Creative Commons License
รวมเรื่องสั้น ของ บ่าวปิ่นลม --- เว็บบอร์ดอีสานจุฬาฯ