ผญา คติสอนใจประจำวันที่ 24 พฤศจิกายน 2557:: อ่านผญา 
ให้เจ้าค่อยเพียรสร้าง เสมอแตนแปงซ่อ ให้สร้างก่อสืบไว้ เสมอเผิ้งสืบฮัง แปลว่า ให้พากเพียรสร้างทำ ประหนึ่งแตนทำรัง ประหนึ่งผึ้งสร้างรัง หมายถึง ขอให้ขยันหมั่นเพียร รู้จักเก็บ รู้จักออม


  ล็อกอินเข้าระบบ  
ชื่อ ::
รหัสผ่าน::
*จำสถานะ
 
  ลายเพลง/วีดีโอการแสดงพื้นบ้านอีสาน  
  ข้อควรทราบ
ลายเพลง ที่เหมาะสมในการนำมาแบ่งปันให้พี่น้องฟังในที่นี้ คือลายเพลงพื้นบ้านอีสาน ที่คณะผู้บรรเลงยินยอมให้เผยแพร่
วีดีโอการแสดง ที่เหมาะสมในการนำมาแบ่งปันให้พี่น้องดูในที่นี้ คือวีดีโอการแสดงสด ที่คณะผู้แสดง ยินยอมให้เผยแพร่

ลายเพลง ที่มีการบันทึกเทป หรือซีดี จำหน่าย ถือเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของผลงาน... ทว่า ทำนองลายเพลง เป็นของมีมาแต่โบราณ หรือครูบาอาจารย์ผู้ไม่หวงในลิขสิทธิ์ ประพันธ์ขึ้น หากไม่ช่วยกันเผยแพร่ หรือรณรงค์ให้รักษ์ลายเพลงพื้นบ้าน ลายเพลงเหล่านั้น อาจจะค่อยๆเลือนหายไป... ดังนั้น ทางเว็บไซต์อีสานจุฬาดอทคอม ขออนุญาตท่านเจ้าของผลงาน เผยแพร่ลายเพลงพื้นบ้านอีสาน เพื่อส่งเสริม อนุรักษ์ศิลปะ วัฒนธรรมอีสาน ให้คงอยู่สืบไป

ไม่อนุญาต โพสต์เพลงลูกทุ่ง หมอลำ หรือสตริง ซึ่งไม่ใช่การบรรเลงของวงโปงลาง เว้นแต่ เป็นผลงานของท่านเอง

กระทู้สำคัญ (เพื่อให้อยู่ด้านบน)... มีข้อความโพสต์ใหม่
กระทู้ธรรมดา... มีข้อความโพสต์ใหม่

  หน้า: 1 2 3 4 5 ตอบกระทู้  
  โพสต์โดย   89) ลายดนตรี (อีสาน)  
  โหวดฟ้า    คห.ที่21)  
  สุดยอดปรมาจารย์

ภูมิลำเนา : ชัยภูมิ
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 16 ธ.ค. 2551
รวมโพสต์ : 910
ให้สาธุการ : 30
รับสาธุการ : 533,060
รวม: 533,090 สาธุการ

 
ผมขอยืนยันว่าการ ขับ กับการลำ นั้น แตกต่างกัน

ผมจะขออธิบายถึงทีมาของการขับบางประเภทซึ่คงพอที่จะชี้ทางแก่ผู้ทีกำลงทำการศึกษาอยู่ได้ว่าการขับ ต่างจากการลำและทั้งการขับและการลำนั้นมีที่มาอย่างไร

เช่น การขับโสม เหตุใดจึงเรียกว่า เป็นการขับโสม

ขับโสม มีที่มาจากการขับกล่อมเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์ฮินดู โดยมีท่วงทำนองหลักอยู่สามช่วง คือ การขับเพื่ออัญเชิญเทพเจ้า การสรรเสริญเทพเจ้า และการกล่อมองค์เทพเจ้า

ระหว่างนั้นจะมีการถวายเหล้าที่หมักจากรากไม้ชนิดหนึ่ง เรียกว่า เหล้าโสม

การขับทั้งหลายก็มีพื้นฐานมจากการขับโสมนี้ทั้งสิ้น  ขับทุ้ม เช่น ทุ้มเชียงขวาง ทุ้มหลวงพระบาง ก็หมายถึงการขับในคีย์ A ไมเนอร์ ซึ่งเรียกแคนคีย์นี้ว่า แคนผู้ ซึ่งหมายถึงแคนคีย์ที่มีเสียงใหญ่ หรือเสียงทุ้ม  ถ้าแคนเสียงหลม  เรียก แคนแม่  
ขับงึม คือ การขับในแบบของกลุ่มชนที่อาศัยอยู่ในแถบแม่น้ำงึม เป็นต้น

นี่คือ การ ขับ ส่วนการลำนั้น ผมจะมาอธิบายในโอกาสตไปครับ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 91 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  29 ต.ค. 2552 เวลา 12:52:40  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  คนกอดแผ่นดิน ศิลปินรากหญ้า    คห.ที่22)  
  ศิษย์พี่

ภูมิลำเนา : ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 18 ต.ค. 2552
รวมโพสต์ : 94
ให้สาธุการ : 45
รับสาธุการ : 72,140
รวม: 72,185 สาธุการ

 

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  29 ต.ค. 2552 เวลา 13:04:47  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  อ้ายโอ๊ต    คห.ที่23)  
  อนุเซียนผู้อมตะ

ภูมิลำเนา : ร้อยเอ็ด-สาเกตนคร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 10 ก.ย. 2550
รวมโพสต์ : 6,468
ให้สาธุการ : 630
รับสาธุการ : 7,878,380
รวม: 7,879,010 สาธุการ

 
คุณจารย์ใหญ่:
  ผมว่า การขับ การลำ มันก็ไม่ต่างกันเท่าไรหรอก ต่างกันแต่ชื่อเรียก ลำประเภทต่างๆก็คงจะเกิดมาพร้อมๆกัน นั่นแหล่ะ แรกๆก็คงเป็นการเล่าเรื่องเล่านิทาน หรือสวดอ้อนวอน การอบรมสั่งสอนหรือในพิธีกรรม อาจจะพูดเป็นภาษาธรรมดา ต่อมาก็พูดเป็นกาพย์เป็นกลอน เมื่อมันเป็นกลอนแล้วก็มีการเอื้อนการโอ่ เมือมีการเอื้อนโอ่แล้วก็มีการนำดนตรีเข้าประกอบ..............
...............ที่พระอ่านกลอนนิทานหรือคำสั่งสอนให้พ่อออกแม่ตน (ญาติโยม) ได้ฟัง เป็นการเทศนาสั่งสอนอีกวิธีหนึ่งนอกจากการเทศน์แหล่ แต่ก็คล้ายๆกันนั้นแหล่ะ การลำทุกอย่างแบบดั้งเดิมจะมีแคนประกอบเป็นส่วนมาก ยกเว้น การแหล่ การเทศน์ลำ เพราะว่าผู้แสดงเป็นพระ เห้นด้วยหรือไม่อย่างไร ก็โพสต์มาโสกันเด้อ........ขะน้อย

    
ข้อแตกต่างของการเทศน์ของพระกับหมอลำคือ หมอลำจะมีการโอ่ ขึ้นก่อน แต่พระจะขึ้นต้นด้วย นโมตัสสะ ฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่แตกต่างกันตามจุดประสงค์ในการเทศน์และการลำครับ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 101 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  29 ต.ค. 2552 เวลา 14:09:31  
    www    offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  จารย์ใหญ่    คห.ที่24)  
  อนุเซียนผู้อมตะ

ภูมิลำเนา : มุกดาหาร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 13 ก.ย. 2552
รวมโพสต์ : 5,168
ให้สาธุการ : 3,230
รับสาธุการ : 4,370,350
รวม: 4,373,580 สาธุการ

 
คุณอ้ายโอ๊ต:
คุณจารย์ใหญ่:
  ผมว่า การขับ การลำ มันก็ไม่ต่างกันเท่าไรหรอก ต่างกันแต่ชื่อเรียก ลำประเภทต่างๆก็คงจะเกิดมาพร้อมๆกัน นั่นแหล่ะ แรกๆก็คงเป็นการเล่าเรื่องเล่านิทาน หรือสวดอ้อนวอน การอบรมสั่งสอนหรือในพิธีกรรม อาจจะพูดเป็นภาษาธรรมดา ต่อมาก็พูดเป็นกาพย์เป็นกลอน เมื่อมันเป็นกลอนแล้วก็มีการเอื้อนการโอ่ เมือมีการเอื้อนโอ่แล้วก็มีการนำดนตรีเข้าประกอบ..............
...............ที่พระอ่านกลอนนิทานหรือคำสั่งสอนให้พ่อออกแม่ตน (ญาติโยม) ได้ฟัง เป็นการเทศนาสั่งสอนอีกวิธีหนึ่งนอกจากการเทศน์แหล่ แต่ก็คล้ายๆกันนั้นแหล่ะ การลำทุกอย่างแบบดั้งเดิมจะมีแคนประกอบเป็นส่วนมาก ยกเว้น การแหล่ การเทศน์ลำ เพราะว่าผู้แสดงเป็นพระ เห้นด้วยหรือไม่อย่างไร ก็โพสต์มาโสกันเด้อ........ขะน้อย

    
ข้อแตกต่างของการเทศน์ของพระกับหมอลำคือ หมอลำจะมีการโอ่ ขึ้นก่อน แต่พระจะขึ้นต้นด้วย นโมตัสสะ ฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่แตกต่างกันตามจุดประสงค์ในการเทศน์และการลำครับ

    ถูกต้องแล้วครับ เห็นด้วย

 
 
สาธุการบทความนี้ : 93 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  29 ต.ค. 2552 เวลา 20:55:37  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  จารย์ใหญ่    คห.ที่25) ตัวอย่างกลอนเรื่อง ปฐมกัปป์  
  อนุเซียนผู้อมตะ

ภูมิลำเนา : มุกดาหาร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 13 ก.ย. 2552
รวมโพสต์ : 5,168
ให้สาธุการ : 3,230
รับสาธุการ : 4,370,350
รวม: 4,373,580 สาธุการ

 
               นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)

บัดนี้  จักได้เล่าพากพื้นตั้งแต่เก่าเดิมดา  ตั้งแต่ศาสนาบ่ทันตั้ง

        องค์พุทโธบ่ทันเกิด พระแม่เจ้ามารดานั้นกะบ่มี

        มีแต่อากาศกว้างบ่อาจสังขยา บ่อาจคณานับเปรียบเทียมเสมอเผี้ยง

        มีแต่วาโยพัดผู้เดียวเป็นเค้า วาโยพัดกันเข้าเป็นน้ำแผ่นดิน

        เป็นหินผาสืบมาเดียวนี้ เผิ่นจั่งแผ่นดินท่อฮอยไก้ ต้นไม้ท่อลำเทียน

        เวียนให้เป็นญิงชายอยู่นำดินไม้ ไกลกันล้ำเหิงนมนานมาก ฯลฯ

เป็นกลอนเก่าของโบราณ  ผมจำได้ไม่ค่อยจะครบถ้วน จึงขอเชิญให้ผู้มีกลอนนี้
นำมาลงต่อหน่อยครับ  ซึ่งยาวเหมือนกัน...ขอบคุณครับ....

 
 
สาธุการบทความนี้ : 95 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  29 ต.ค. 2552 เวลา 21:29:01  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  โหวดฟ้า    คห.ที่26)  
  สุดยอดปรมาจารย์

ภูมิลำเนา : ชัยภูมิ
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 16 ธ.ค. 2551
รวมโพสต์ : 910
ให้สาธุการ : 30
รับสาธุการ : 533,060
รวม: 533,090 สาธุการ

 
มันยาวมากครับ ไอ้ลำกำเหนิดโลก ปู่สังกะสา ย่าสังกะสีเนี่ย

บ่ สะนาย สิพิมย์ดอกครับ

ในศูนย์อีสานสิรินธร ของ มมส มีครับ


ส่วน การลำ การเทศน์ นอกจากจะต่างกันที่การขึ้นโอ๋ แล้ว การลงก็ยังต่างกันด้วยครับ

ส่วนในประเด็นเรื่อง การขับ ต่างจากการลำอย่างไร ก็อยู่ที่การขึ้นลงนี้ด้วยส่วนหนึ่งครับ

แต่ขอชี้ทางว่า ที่แตกต่างกันจริงๆนั้น ก็คือ ทำนอง และขนบ ในการลำ หรือการขับครับ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 93 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  29 ต.ค. 2552 เวลา 21:59:40  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  จารย์ใหญ่    คห.ที่27)  
  อนุเซียนผู้อมตะ

ภูมิลำเนา : มุกดาหาร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 13 ก.ย. 2552
รวมโพสต์ : 5,168
ให้สาธุการ : 3,230
รับสาธุการ : 4,370,350
รวม: 4,373,580 สาธุการ

 
คุณโหวดฟ้า:
มันยาวมากครับ ไอ้ลำกำเหนิดโลก ปู่สังกะสา ย่าสังกะสีเนี่ย

บ่ สะนาย สิพิมย์ดอกครับ

ในศูนย์อีสานสิรินธร ของ มมส มีครับ


ส่วน การลำ การเทศน์ นอกจากจะต่างกันที่การขึ้นโอ๋ แล้ว การลงก็ยังต่างกันด้วยครับ

ส่วนในประเด็นเรื่อง การขับ ต่างจากการลำอย่างไร ก็อยู่ที่การขึ้นลงนี้ด้วยส่วนหนึ่งครับ

แต่ขอชี้ทางว่า ที่แตกต่างกันจริงๆนั้น ก็คือ ทำนอง และขนบ ในการลำ หรือการขับครับ

    ถ้ามีโอกาสก็จะแวะไปค้น ส่วนเรื่องการลำหรือทำนองลำต่างๆนั้น ที่กล่าวมาก็ถูกครับ
ซึ่งก็แตกต่างกันไปแต่ละท้องที่ ประเพณีความเชื่อหรือพิธีกรรมครับ อีกเรื่อง "แคนผู้ แคนแม่"
แถวบ้านผมก็เรียกเหมือนกันครับ เพราะว่าแคนที่มีเสียงทุ้มเสียงใหญ่ จะใช้กับหมอลำผู้หญิง
สว่นเสียงแหลมก็เหมาะกับหมอลำผู้ชาย ก็เลยเรียกว่า แคนผู้ แคนแม่ ....

 
 
สาธุการบทความนี้ : 99 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  29 ต.ค. 2552 เวลา 22:44:58  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  taponglang    คห.ที่28) ลาย  
  ยอดฝีมือ

ภูมิลำเนา : กาฬสินธุ์ถิ่นโปงลางนางไห
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 30 ก.ย. 2552
รวมโพสต์ : 379
ให้สาธุการ : 795
รับสาธุการ : 332,660
รวม: 333,455 สาธุการ

 
ลายในความหมายของคนอีสาน หมายถึงสิ่งที่มีมากกว่า 1 ขึ้นไปผสมผสานอยู่ในสิ่งเดียวกัน จะอยู่ในแนวเดียวหรอตัดกันก็ได้ เรียกว่า ลายหรือลวดลาย สามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ
1.ลายที่สามารถสัมผัสและให้ความรู้สึกทางสายตา เช่น ลายของอุปกรณ์เครื่องใช้ที่เกิดจากการถักทอ การจักสาน เช่น ผ้า ตะกร้า กระด้ง พัด ฝาผนังบ้านโบราณ หรือลายที่เกิดขึ้นจากการวาดเขียน
2.ลายที่สามารถสัมผัสและให้อรรถรสทางหู คือลายที่ใช้กับดนตรีอีสาน

 
 
สาธุการบทความนี้ : 93 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  08 พ.ย. 2552 เวลา 23:19:53  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  taponglang    คห.ที่29) ลาย  
  ยอดฝีมือ

ภูมิลำเนา : กาฬสินธุ์ถิ่นโปงลางนางไห
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 30 ก.ย. 2552
รวมโพสต์ : 379
ให้สาธุการ : 795
รับสาธุการ : 332,660
รวม: 333,455 สาธุการ

 
ลายดนตรี หมายถึง เพลงหรือท่วงทำนองที่เกิดจากการบรรเลงดนตรีอีสาน เช่น โปงลาง พิณ แคน โหวด ซอ เป็นต้น คำว่าลายต่างจากเพลง คือ เพลงมีความสั้นยาวของวรรคตอนที่ชัดเจน เช่น เพลงลูกทุ่ง หรือเพลงไทยเดิม เพลงๆ หนึ่งจะมี 1-4 ท่อน เป็นส่วนใหญ่ เมื่อบรรเลงครบทุกท่อนแล้วจะย้อนกลับมาท่อน 1 หรือท่อนใดก็ได้แล้วจบเพลง ส่วนลายจะมีความสั้นยาวไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับความสามารถบวกกับความเชี่ยวชาญของผู้บรรเลง จะยาวหรือสั้นเท่าไหร่ก็ได้
ธรรมชาติของทำนองของดนตรีพื้นบ้านอีสาน มักจะมีอยู่ 5 เสียง ส่วนใหญ่จะไม่มีเสียงครึ่ง ถึงจะมีบ้างก็เป็นส่วนน้อย เช่น ลายทางเต้ย คือ เต้ยพม่า และเต้ยเดือนห้า ซึ่งแต่เดิมลายต่างๆ เครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลง คือ แคน และแคนก็มีครบทั้ง 7 เสียง ดังนั้น เครื่องดนตรีอีสานจะมีกี่เสียงก็ได้ ไม่ใช่เรื่องแปลก เช่นโปงลาง แต่เดิมมีอยู่ 5 เสียง คือ โด เร มี ซอล และลา ต่อมาได้เพิ่มเสียงฟาเข้ามาอีกหนึ่งเสียง ซึ่งเสียงฟาเป็นเสียงครึ่ง สาเหตุที่เพิ่มเสียงฟาเข้ามา ก็เพราะสามารถเปลี่ยนกลุ่มเสียงจากกลุ่มเสียงต่ำให้เป็นกลุ่มเสียงสูง ซึ่งภาษานักดนตรี เรียกว่า ทางใหญ่ และทางน้อย แต่ทั้งนี้ไม่ว่าทางใหญ่หรือทางน้อย ก็ยังคงบรรเลงในทำนอง 5 เสียงเหมือนเดิม
ลายดนตรีพื้นบ้านอีสานส่วนใหญ่จะยึดลายแคนเป็นหลัก ซึ่งมีอยู่ 5 สายด้วยกัน คือ
1.ลายใหญ่
2.ลายน้อย
3.ลายสุดสะแนน
4.ลายโป้ซ้าย (หัวแม่มือซ้าย)
5.ลายสร้อย

 
 
สาธุการบทความนี้ : 91 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  08 พ.ย. 2552 เวลา 23:35:33  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  โหวดฟ้า    คห.ที่30)  
  สุดยอดปรมาจารย์

ภูมิลำเนา : ชัยภูมิ
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 16 ธ.ค. 2551
รวมโพสต์ : 910
ให้สาธุการ : 30
รับสาธุการ : 533,060
รวม: 533,090 สาธุการ

 
ครับ ในหนังสือก็กล่าวไว้เช่นนั้น

แต่เสียงที่เป็น ครึ่งเสียง ที่เรารียกว่า เสียงเพี้ยน หรือ เสียงส้ม ในอีตของอีสานนั้นมันหายไปไหนจากระบบการแบ่งแบบนี้

เช่น เสียงพิณ เสียงอีเต็ง เสียงหึน

เป็นต้น

ครึ่งเสียง ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ก็อยู่ในปี่ เป็นต้น

และลายเซ ละครับ

การแบ่งแบบนี้ ใช้ได้แค่เสกลเสียงของแคน

ถ้าบอกว่า ทุกลายมาจากลายแคน

ครึ่งเสียงที่ไม่มีในแคน ลายพวกนี้จะมาจากไหน


ท่วงทำนองทุกชนิดของลายอีสาน มาจาหมอลำ หมอแคน จริงหรือ

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ลายแคนมาจากไหน

 
 
สาธุการบทความนี้ : 88 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  09 พ.ย. 2552 เวลา 16:48:48  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  ลายพื้นบ้านอีสาน   ตอบเต็มรูปแบบ || Quick Reply  
  หน้า: 1 2 3 4 5

   

Creative Commons License
ลายดนตรี (อีสาน) --- เว็บบอร์ดอีสานจุฬาฯ