ผญา คติสอนใจประจำวันที่ 23 กันยายน 2557:: อ่านผญา 
สิบตำลึงอยู่ฟากน้ำ อย่าฟ้าวอ่าวคนิงหา สองสลึงมามือ ให้ฮีบกำมาเมี้ยน แปลว่า อย่ามัวแต่คิดถึงเงินสิบตำลึงอยู่ฝั่งน้ำด้านนู้น เงินสองสลึงมาถึงแล้ว ให้รีบคว้าเก็บไว้ หมายถึง ไม่ควรหวังแต่ของไกลตัว พึงยินดีในสิ่งที่ตนหาได้


  ล็อกอินเข้าระบบ  
ชื่อ ::
รหัสผ่าน::
*จำสถานะ
 
  โสเหล่เฮฮาสภาไนบักขามคั่ว  
  สิทธิของท่าน
1. สามารถอ่านกระทู้ อ่านความคิดเห็นได้ทั้งหมด ยกเว้นห้องโสกันฉันพี่น้อง
2. ไม่สามารถตั้งกระทู้ ตอบกระทู้แสดงความคิดเห็นได้
3. ไม่สามารถแก้ไขกระทู้หลัก และความคิดเห็น ที่ท่านโพสต์เอง
4. ไม่สามารถลบความคิดเห็นและกระทู้หลัก ที่ท่านโพสต์เอง
5. ไม่สามารถส่งรูปภาพ(ไม่เกิน100kb)ประกอบความคิดเห็น และไม่สามารถอัพโหลดรูปภาพ(ไม่เกิน50kb)
6. ไม่สามารถแก้ไขข้อมูลส่วนตัวของท่าน ไม่สามารถเลือกสไตล์เว็บไซต์ได้
7. ไม่มีรูปแทนตัว รวมถึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไขรูปแทนตัว
8. ไม่นับสถิติจำนวนการโพสต์

หมายเหตุ
1. ข้อความที่โพสต์ทั้งหมด เกิดจากการส่งโดยผู้อยู่ทางบ้าน ทางผู้ดูแลฯ มีหน้าที่คัดกรอง แต่ไม่100%
2. ทางผู้ดูแลฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือ ลบข้อมูล ตามพิจารณาเห็นสมควร

  หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 ตอบกระทู้  
  โพสต์โดย   555) ช่างฟ้อนวงโปงลางเลยพิทยาคม ในคาบต่างๆ ในงานกาชาดจังหวัดเลย  
  ลูกเลยพิทย์ ศิทย์มหาพิษณุพงศ์    คห.ที่10)  
  ศิษย์พี่รอง

ภูมิลำเนา : เลย
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 23 เม.ย. 2552
รวมโพสต์ : 125
ให้สาธุการ : 0
รับสาธุการ : 138,290
รวม: 138,290 สาธุการ

 


แม่เป้ง

 
 
สาธุการบทความนี้ : 190 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  30 เม.ย. 2552 เวลา 16:09:09  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  ลูกเลยพิทย์ ศิทย์มหาพิษณุพงศ์    คห.ที่11)  
  ศิษย์พี่รอง

ภูมิลำเนา : เลย
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 23 เม.ย. 2552
รวมโพสต์ : 125
ให้สาธุการ : 0
รับสาธุการ : 138,290
รวม: 138,290 สาธุการ

 


พี่ๆนางรำรุ่นใหญ่ ในคาบรับจ้างถือป้าย

 
 
สาธุการบทความนี้ : 119 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  30 เม.ย. 2552 เวลา 16:10:51  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  ลูกเลยพิทย์ ศิทย์มหาพิษณุพงศ์    คห.ที่12)  
  ศิษย์พี่รอง

ภูมิลำเนา : เลย
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 23 เม.ย. 2552
รวมโพสต์ : 125
ให้สาธุการ : 0
รับสาธุการ : 138,290
รวม: 138,290 สาธุการ

 


พระเวสสันดร+นางมัททรี

 
 
สาธุการบทความนี้ : 113 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  30 เม.ย. 2552 เวลา 16:13:35  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  ลูกเลยพิทย์ ศิทย์มหาพิษณุพงศ์    คห.ที่13)  
  ศิษย์พี่รอง

ภูมิลำเนา : เลย
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 23 เม.ย. 2552
รวมโพสต์ : 125
ให้สาธุการ : 0
รับสาธุการ : 138,290
รวม: 138,290 สาธุการ

 


พระเวสสันดร รับบทโดย อิอิ ผมเองคับ บาส ช่างฟ้อน+พิธีกรประจำวง+ประสานงานวง
นางมัททรี รับบทโดย พี่เนยคับ ช่างฟ้อนรุ่นใหญ่+พิธีกรประจำวง

 
 
สาธุการบทความนี้ : 119 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  30 เม.ย. 2552 เวลา 16:16:28  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  บ่าวภูไท นครฯ    คห.ที่14)  
  จอมยุทธน้อย

ภูมิลำเนา : นครพนม
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 30 ส.ค. 2551
รวมโพสต์ : 215
ให้สาธุการ : 0
รับสาธุการ : 199,460
รวม: 199,460 สาธุการ

 
ขอคำเสนอแนะจากผู้รู้ในการเรียกระหว่าง  "ช่างฟ้อน"  กับ "นางรำ"

ที่เคยได้ยินมานั้น  คำว่า  "ช่างฟ้อน" เป็นการใช้เรียกนางรำของทางล้านนาหรือการแสดงของคนเมือง  (ภาคเหนือ)  เพราะตอนที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่นั้นมีเพื่อนๆหลายคนก็เป็นนางรำของชมรมพื้นบ้านล้านนา(ไม่ใช่ของคณะวิจิตรศิลป์)  เขาเรียกพวกนางรำว่า  "ช่างฟ้อน"
แต่สำหรับอีสานบ้านเรานั้นผมไม่เคยได้ยินพื้นที่ไหนเรียก  "นางรำ"  ว่า  "ช่างฟ้อน" อันนี้ก็เลยไม่แน่ใจและเริ่มจะสรุปไม่ได้ว่าอีสานเองเรียกนางรำว่าเช่นไร  แต่บ้านผมเรียก  "นางรำ"  
อันที่จริงความหมายไม่แตกต่าง  แต่ไม่อยากให้เข้าใจผิดและใช้คำผิด  เพราะเรามีวัฒนธรมของเรา  ไม่แตกต่างกับคำว่า  "ทุง"  กับ  "ตุง"  ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายเดียวกัน  แต่เรามีวัฒธรรมทางด้านภาษาพูดแตกต่างกัน(ล้านช้างกับล้านนา)  ปัจุบันคนทั่วไปก็จะเรียกว่า  "ตุง"  แทนคำว่า  "ทุง"  ซึ่งเป็นคำพื้นเพอีสานบ้านเฮา  หรืออาจเป็นเพราะผมเป็นภูไทหรือเปล่าที่ทางบ้านผมเรียก  "ทุง"  แล้วกลุ่มชาติพันธุ์อื่นที่อยู่ในภาคอีสานหละครับเขาเรียกว่าอย่างไร

 
 
สาธุการบทความนี้ : 229 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  01 พ.ค. 2552 เวลา 08:16:47  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  อ้ายโอ๊ต    คห.ที่15)  
  อนุเซียนผู้อมตะ

ภูมิลำเนา : ร้อยเอ็ด-สาเกตนคร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 10 ก.ย. 2550
รวมโพสต์ : 6,439
ให้สาธุการ : 625
รับสาธุการ : 7,202,540
รวม: 7,203,165 สาธุการ

 


ในความคิดของผมนะครับ คือ

คำว่านางรำเป็นนาฏยศัพท์ทางภาคกลางซึ่งนำมาเรียกใช้ผู้ที่ฟ้อนรำในภายหลัง บ้างก็เรียกว่า นาฏศิลป์ชาย-นาฏศิลป์หญิง ซึ่งเกิดจากการที่เรารับเอาแนวความคิดแบบภาคกลางมาใช้ครับ

เพราะถ้ามีผู้ชายเป็นคนฟ้อนบางแห่งก็เรียกว่า นายรำ............มันฟังดูแหม่งๆยังไงไม่รู้

ในภาษาอีสาน คำว่า รำ ไม่มีความหมายในภาษาไทลาว มีเพียงคำว่าลำหรือขับลำ
เพราะตัว ร ในภาษาอีสานหรือภาษาลาวจะออกเสียงเป็น ฮ
เช่น รำข้าว ก็ออกเสียงเป็นฮำข้าว เป็นต้น

ในประเทศลาวก็จะเรียกนาฏศิลป์ว่า ช่างฟ้อน เช่นเดียวกันครับ
เพราะจะทำให้สื่อให้เห็นภาพของนาฏศิลป์ได้ง่ายกว่า
และเป็นคำเรียกใช้ในภาษาอีสานที่ชัดเจน
คือ นักดนตรี หมอลำ หมอแคน ช่างฟ้อน

 
 
สาธุการบทความนี้ : 127 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  01 พ.ค. 2552 เวลา 10:09:01  
    www    offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  ปังคุง    คห.ที่16)  
  จ้าวยุทธภพ

ภูมิลำเนา : _มณฑลเทศาภิบาลอุดร_
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 04 ม.ค. 2552
รวมโพสต์ : 1,357
ให้สาธุการ : 900
รับสาธุการ : 732,880
รวม: 733,780 สาธุการ

 
ขอบคุณรูปภาพสวยๆ จากพี่บาสคับผม  สุดยอดไปเลย  นางรำโรงเรียนพี่สวยดีนะครับ

งามสมเป็นสาวเลยจริงๆ  55+


พี่โอ๊ตก็ช่างสรรหารูปจริงๆ เลยนะครับ  รู้สึกว่ารูปที่พี่แกเก็บมาโพสแต่ละรูปมีแต่สวยๆ หายาก  แล้วก็มีคุณค่าด้วยครับ  อย่างรูปด้านบน


ผมชอบมากก  เอ  แล้วทำไมเขาบ่มิเอิ้นว่านางฟ้อนล่ะคับ


555+  ล้อเล่นๆๆ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 204 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  02 พ.ค. 2552 เวลา 00:43:40  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  บ่าวไทด่าน    คห.ที่17) สวยมากเลย แต่ไม่จริง  
  สุดยอดฝีมือ

ภูมิลำเนา : เลย
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 20 มี.ค. 2550
รวมโพสต์ : 464
ให้สาธุการ : 0
รับสาธุการ : 427,980
รวม: 427,980 สาธุการ

 


คัพ สวยมากเลยคัพ

สงสัยนาง ช่าง ฟ้อน ช่างเอ่ยของเลยพิทยาคมนะ
คนมาหน้าตาเหมือน ช่างฟ้อน  หรือ นางรำของ รร.ศรีสงรักษ์วิทยา
จากวงโปงลาง มุจรินโปงลาง ของด่านซ้ายมากเลยนะคัพ

งั้นถ้าไม่เวื่อวันหลังว่างๆๆ จะเอามาโชละกานนะ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 131 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  09 พ.ค. 2552 เวลา 13:20:56  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  ปะกิมไขเต่า    คห.ที่18)  
  ศิษย์พี่

ภูมิลำเนา : เลย-สารคาม
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 21 พ.ค. 2552
รวมโพสต์ : 82
ให้สาธุการ : 0
รับสาธุการ : 24,840
รวม: 24,840 สาธุการ

 
พอเหอะ  .. . มั่วทั้งสองแหละ .. .

พี่ทีว่า ช่างฟ้อนอ่ะ ชื่อเจมส์ เปนนางไห คนเก่าของ ร.ร.ศรีงครามวิทยา

ไม่อายบ้างรึไง หุหุ ...

 
 
สาธุการบทความนี้ : 263 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  24 พ.ค. 2552 เวลา 00:03:25  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  โหวดฟ้า    คห.ที่19)  
  สุดยอดปรมาจารย์

ภูมิลำเนา : ชัยภูมิ
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 16 ธ.ค. 2551
รวมโพสต์ : 910
ให้สาธุการ : 30
รับสาธุการ : 508,080
รวม: 508,110 สาธุการ

 
คำว่า ช่างฟ้อนนั้น ถูกต้องแล้วครับ
เป็นศัพท์ที่ใช้เรียกกันมาแต่โบราณแล้ว มีปรากฏอยู่ในกาพย์เซิ้งในวรรณกรรมเรื่องผาแดงนางไอ่ และเรื่องอื่นๆอีกหลายเรื่องอย่างชัดเจนครับ
ส่วนคำว่า รำ ในภาษาอีสานนั้น ออกเสียงเป็น ฮำ ที่หมายถึง รำข้าว ครับ
และคำว่า ลำ นั้น ถ้าเป็นกิริยาศัพท์นั้น จะหมายถึง การร้อง เช่นเดียวกับคำว่า ซอ ในภาคเหนือ ที่แปลว่า การขับร้องเหมือนกันครับ

กระจ่างแจ้ง

 
 
สาธุการบทความนี้ : 131 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  30 พ.ค. 2552 เวลา 19:15:41  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  สภาไนบักขามคั่ว   ตอบเต็มรูปแบบ || Quick Reply  
  หน้า: 1 2 3 4 5 6 7

   

Creative Commons License
ช่างฟ้อนวงโปงลางเลยพิทยาคม ในคาบต่างๆ ในงานกาชาดจังหวัดเลย --- เว็บบอร์ดอีสานจุฬาฯ