ผญา คติสอนใจประจำวันที่ 27 มิถุนายน 2562:: อ่านผญา 
มีผมบ่มีหวีป้องสิเป็นฮังนกเป็ดป่อง มีปากบ่มีแข้วพร้อมคางสิเจ้ยเจิดดัง แปลว่า มีผม ถ้าไม่มีหวีหวีสาง จะเป็นรังนกเป็ดน้ำ มีปาก ถ้าไม่มีฟันด้วย คางจะจรดจมูก หมายถึง กิจบางอย่าง ไม่สามารถทำสำเร็จได้ด้วยคนคนเดียว พึงรู้รักสามัคคี


  ล็อกอินเข้าระบบ  
ชื่อ ::
รหัสผ่าน::
*จำสถานะ
 
  โสเหล่เฮฮาสภาไนบักขามคั่ว  
  สิทธิของท่าน
1. สามารถอ่านกระทู้ อ่านความคิดเห็นได้ทั้งหมด ยกเว้นห้องโสกันฉันพี่น้อง
2. ไม่สามารถตั้งกระทู้ ตอบกระทู้แสดงความคิดเห็นได้
3. ไม่สามารถแก้ไขกระทู้หลัก และความคิดเห็น ที่ท่านโพสต์เอง
4. ไม่สามารถลบความคิดเห็นและกระทู้หลัก ที่ท่านโพสต์เอง
5. ไม่สามารถส่งรูปภาพ(ไม่เกิน100kb)ประกอบความคิดเห็น และไม่สามารถอัพโหลดรูปภาพ(ไม่เกิน50kb)
6. ไม่สามารถแก้ไขข้อมูลส่วนตัวของท่าน ไม่สามารถเลือกสไตล์เว็บไซต์ได้
7. ไม่มีรูปแทนตัว รวมถึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไขรูปแทนตัว
8. ไม่นับสถิติจำนวนการโพสต์

หมายเหตุ
1. ข้อความที่โพสต์ทั้งหมด เกิดจากการส่งโดยผู้อยู่ทางบ้าน ทางผู้ดูแลฯ มีหน้าที่คัดกรอง แต่ไม่100%
2. ทางผู้ดูแลฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือ ลบข้อมูล ตามพิจารณาเห็นสมควร

  หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 ตอบกระทู้  
  โพสต์โดย   20) ฟังนิทานก้อม หย่ำไนบักขามคั่ว  
  ผู้บ่าวเฮิ่ม    คห.ที่229)  
  ยอดปรมาจารย์

ภูมิลำเนา : นครพนม
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 23 ส.ค. 2550
รวมโพสต์ : 783
ให้สาธุการ : 0
รับสาธุการ : 671,740
รวม: 671,740 สาธุการ

 
ใหญ่กว่านี้สักหน่อย แม่เลายังสิเอาเครือบรเพ็ดป้าย
ให้ลูกออกนม (หลูโตนเด็กน้อยยามหิวนม)หว่า

 
 
สาธุการบทความนี้ : 24 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  24 ส.ค. 2551 เวลา 12:28:18  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  ลูกแม่โขง    คห.ที่230)  
  ศิษย์น้องเล็ก

ภูมิลำเนา : มุกดาหาร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 12 มิ.ย. 2551
รวมโพสต์ : 21
ให้สาธุการ : 0
รับสาธุการ : 41,650
รวม: 41,650 สาธุการ

 
เข้ามาเบิ่งแล้ว..บ่เว้านิทานจักเทื่อ..พากันเว้าแต่นม....ถ้าอ่านอยู่เด้อครับเด้อ..

 
 
สาธุการบทความนี้ : 34 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  24 ส.ค. 2551 เวลา 21:00:59  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  ผู้บ่าวเฮิ่ม    คห.ที่231) ทัพพปุบผาชาดก - แบ่งกันไม่ลงตัว  
  ยอดปรมาจารย์

ภูมิลำเนา : นครพนม
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 23 ส.ค. 2550
รวมโพสต์ : 783
ให้สาธุการ : 0
รับสาธุการ : 671,740
รวม: 671,740 สาธุการ

 


ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถีทรงปรารภพระอุปนันทศากยบุตรผู้โลภมาก ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิ์สัตว์เกิดเป็นรุกขเทวดาประจำอยู่ต้นไม้ที่ฝั่งแม่น้ำแห่งหนึ่ง ณ ที่ไม่ไกลจากนั้น มีสุนัขจิ้งจอกสองผัวเมียอาศัยอยู่
อยู่มาวันหนึ่งสุนัขจิ้งจอกตัวเมียพูดกับสามีว่า "พี่ ฉันแพ้ท้องอยากกินเนื้อสด ๆ ที่ยังมีเลือดอยู่ ที่ช่วยหามาหาให้หน่อยสิ" สุนัขสามีรับคำว่า "น้องไม่ต้องเป็นห่วงเดี๋ยวพี่จะจัดการหามาให้" จึงเดินไปตามริมฝั่งแม่น้ำนั้น
ขณะนั้นเองมีนาก ๒ ตัวหากินอยู่ฝั่งแม่น้ำนั้น ตัวหนึ่ง หากินอยู่ในน้ำลึก อีกตัวหนึ่งหากินตามฝั่ง วันนั้น นากตัวหากินในน้ำลึกได้ปลาตะเพียนแดงตัวใหญ่ตัวหนึ่ง แต่ไม่สามารถนำปลาขึ้นฝั่งได้ เพราะปลาตัวใหญ่เกินไป จึงเรียกนากอีกตัวมาช่วยกันลากปลาขึ้นฝั่ง
พอลากปลาขึ้นฝั่งได้แล้วนากทั้งสองตัวทะเลาะกันตกลงแบ่งปลากันไม่ได้ พอดีสุนัขจิ้งจอกตัวนั้นเดินไปพบเข้า นากทั้งสองตัวจึงวิงวอนให้สุนัขจิ้งจอกช่วยแบ่งปลาให้หน่อย
สุนัขจิ้งจอกจึงบอกว่า "สบายมากสหายทั้งสอง เราเคยเป็นผู้พิพากษามาก่อน" ว่าแล้วก็แบ่งปลาออกเป็น ๓ ส่วนพร้อมกับพูดว่า "ท่อนหางเป็นของนากผู้หากินตามฝั่ง ท่อนหัวเป็นของนากผู้หากินทางน้ำลึกนะ ส่วนท่อนกลางเป็นของเราผู้พิพากษา" กล่าวจบก็คาบปลาท่อนกลางเดินจากไป
นากทั้งสองเห็นเช่นนั้น และก็ได้แต่นั่งซึมเซาพร้อมกับบ่นว่า "ถ้าพวกเราไม่ทะเลาะกัน ท่อนกลางก็จะเป็นอาหารของเรากินได้อีกหลายวัน เพราะทะเลาะกันท่อนกลางจึงตกเป็นอาหารของสุนัขจิ้งจอกไป"
ฝ่ายสุนัขจิ้งจอกก็คาบปลาท่อนกลางไปให้เมียได้กินตามความต้องการ เมียเห็นก็ดีใจพร้อมกับถามว่า "พี่ไปได้มาอย่างไร" สุนัขจิ้งจอกจึงตอบด้วยความเย่อหยิ่งว่า "น้องรัก คนทั้งหลายผ่ายผอมเพราะทะเลาะกัน สูญเสียทรัพย์ก็เพราะทะเลาะกัน นาก ๒ ตัวก็เพราะทะเลาะกัน จึงทำให้ไม่ได้กินปลาท่อนกลางน้องรักเจ้าจงกินปลาสดเถิด" รุกขเทวดาผู้เห็นเหตุการณ์นั่นแล้วได้แต่ให้เสียงสาธุการ
พระพุทธองค์เมื่อตรัสอดีตนิทานมาสาธกแล้ว จึงตรัสพระคาถาว่า "ในมนุษย์ ขอพิพาทกันเกิดขึ้น ณ ที่ใด พวกเขาจะวิ่งหาผู้พิพากษาเพราะผู้พิพากษาเป็นผู้แนะนำพวกเขา ฝ่ายพวกเขาก็จะเสียทรัพย์ ณ ที่นั้น เหมือนนาก ๒ ตัวนั้นเอง แต่คลังหลวงเจริญขึ้น"

 
 
สาธุการบทความนี้ : 504 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  02 ก.ย. 2551 เวลา 13:52:20  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  มังกรเดียวดาย    คห.ที่232)  
  มหาเซียน

ภูมิลำเนา : ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 03 มี.ค. 2550
รวมโพสต์ : 3,638
ให้สาธุการ : 8,145
รับสาธุการ : 4,549,660
รวม: 4,557,805 สาธุการ

 
อืม..
ได้จังหวะจะโคน เนาะ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 34 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  02 ก.ย. 2551 เวลา 16:13:35  
    www    offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  ลูกแม่โขง    คห.ที่233)  
  ศิษย์น้องเล็ก

ภูมิลำเนา : มุกดาหาร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 12 มิ.ย. 2551
รวมโพสต์ : 21
ให้สาธุการ : 0
รับสาธุการ : 41,650
รวม: 41,650 สาธุการ

 
ข้าน้อยขออนุโมทนาสาธุการ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 33 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  07 ก.ย. 2551 เวลา 15:44:47  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  ผู้บ่าวเฮิ่ม    คห.ที่234) ลิงเจ้าปัญญา  
  ยอดปรมาจารย์

ภูมิลำเนา : นครพนม
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 23 ส.ค. 2550
รวมโพสต์ : 783
ให้สาธุการ : 0
รับสาธุการ : 671,740
รวม: 671,740 สาธุการ

 
ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภความพยายามเพื่อปลงพระชนม์พระองค์ของพระเทวทัต ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า...
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพญาวานรตัวหนึ่ง มีรูปร่างขนาดเท่าลูกม้า มีพละกำลังมาก อาศัยอยู่ในชายป่าแห่งหนึ่ง เที่ยวหากินอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำแห่งหนึ่งซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยผลไม้นานาชนิด
พญาวานรจะกระโจนจากฝั่งแม่น้ำข้างนี้ไปพักที่แผ่นหินกลางน้ำ แล้วกระโจนจากแผ่นหินไปขึ้นบนเกาะนั้นในเวลาเช้า เที่ยวหากินผลไม้ต่างๆ ในเกาะนั้นในเวลากลางวัน แล้วจะกระโดดกลับทำนองเดียวกันในเวลาเย็น โดยลักษณะเช่นนี้เป็นประจำทุกวัน
ในแม่น้ำนั้น มีจระเข้ผัวเมียคู่หนึ่งอาศัยอยู่ ได้มองเห็นลิงนั้นกระโดดข้ามไปมาทุกเช้าเย็น ในเช้าวันหนึ่ง จระเข้ผู้เมียเกิดแพ้ท้องต้องการกินหัวใจของลิง จึงพูดกับสามีว่า "พี่ ฉันแพ้ท้องต้องการกินหัวใจของลิงตัวนั้น พี่จงหามาให้ฉันหน่อยนะ"
จระเข้ผู้สามีกล่าวว่า "ได้จ้า ที่รัก เดี๋ยวพี่จะคอยจับมันที่มาจากเกาะในเย็นวันนี้"
ฝ่ายพญาวานรเที่ยวหากินบนเกาะนั้นทั้งวัน ครั้นถึงเวลาเย็นก็มายืนอยู่ที่ชายฝั่งที่เคยกระโดดข้ามทุกวัน มองเห็นความผิดปกติของแผ่นหินกลางน้ำแล้วคิดว่า "วันนี้ ทำไมแผ่นหินจึงสูงกว่าเดิม ปริมาณน้ำก็ยังเท่าเดิม เห็นทีจะมีสัตว์อะไรมานอนบนแผ่นหินนั่นกระมัง"
จึงทำเป็นเรียกแผ่นหินว่า " หิน หิน "
ก็ไม่ได้รับคำตอบ จึงพูดเปรยๆขึ้นว่า " หิน ทำไมวันนี้ ท่านจึงไม่ขานรับข้าพเจ้าละ"
ฝ่ายจระเข้ที่นอนอยู่บนแผ่นหิน ได้ฟังเช่นนั้นคิดหลงกลว่า " ในวันอื่นๆ แผ่นหินนี้ คงให้คำตอบแก่ลิงเป็นแน่ "
จึงขานรับออกไปว่า " อะไร ท่านลิง"
พญาวานร  " ท่านเป็นใคร ? "
จระเข้ " เราเป็นจระเข้"
พญาวานร  " ท่านมานอนอยู่ที่นี่ทำไม ? "
จระเข้ " เพื่อต้องการหัวใจของท่าน"
พญาวานร  " ท่านต้องการไปทำไม ? "
จระเข้ " เมียเราแพ้ท้อง ต้องการกินหัวใจของท่าน "
พญาวานรคิดว่า " เราไม่มีทางอื่น นอกจากจะลวงจระเข้ตัวนี้ " จึงพูดว่า " จระเข้สหายรัก เราตกลงสละร่างกายให้ท่านแล้วละ เพื่อเห็นแก่ลูกน้อยของท่าน ท่านจงอ้าปากไว้ เราจะกระโจนเข้าปากของท่านเอง "
หลักความจริงมีอยู่ว่าเมื่อจระเข้อ้าปาก ตาทั้ง ๒ ข้างก็จะหลับ จระเข้ไม่ทันคิดถึงเหตุนี้ จึงอ้าปากคอย พญาวานรจึงกระโดดเหยียบหัวจระเข้กระโดดข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว
จระเข้พอคิดได้ว่าหลงกลพญาวานรก็สายเสียแล้ว จึงกล่าวเป็นคาถาว่า "พญาวานร ผู้ใดมีธรรม ๔ ประการนี้ คือ สัจจะ ธรรมะ ธิติ และจาคะ เช่นกับท่าน ผู้นั้น ย่อมครอบงำศัตรูที่ตนพบเห็นได้"
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : ผู้มีปัญญาสามารถเอาชีวิตรอดได้ด้วยสติปัญญาของตน

 
 
สาธุการบทความนี้ : 287 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  07 ก.ย. 2551 เวลา 15:58:59  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  ผู้บ่าวเฮิ่ม    คห.ที่235) มิตรแท้  
  ยอดปรมาจารย์

ภูมิลำเนา : นครพนม
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 23 ส.ค. 2550
รวมโพสต์ : 783
ให้สาธุการ : 0
รับสาธุการ : 671,740
รวม: 671,740 สาธุการ

 
ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภมิตรของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีชื่อกาฬกรรณี เรื่องมีอยู่ว่า...
ทราบว่า มิตรของท่านเศรษฐีผู้นี้ เคยเป็นสหายร่วมเล่นฝุ่นและร่วมสำนักเรียนอาจารย์คนเดียวกัน ต่อมาเขาตกทุกข์ได้ยาก จึงมาหาเศรษฐีช่วยทำกิจการงานต่าง ๆ ที่จะทำได้ แต่ชื่อของเขาได้สร้างความไม่สบายใจแก่หมู่ญาติของท่านเศรษฐี พวกเขาจึงเข้าไปพบท่านเศรษฐีและขอร้องให้ส่งนายกาฬกรรณีหนีไปเสีย
ท่านเศรษฐีจึงบอกว่า " หมู่บัณฑิต มิได้ถือชื่อเป็นประมาณ เราไม่อาจอาศัยเหตุเพียงชื่อแล้วทิ้งเพื่อนผู้เล่นฝุ่นมาด้วยกันได้ "
วันหนึ่ง อนาถบิณฑิกเศรษฐีไปบ้านส่วยของตน ได้มอบหมายให้นายกาฬกรรณีเป็นผู้แลรักษาเคหะสถาน (รปภ.) พวกโจรคบคิดกันว่า " เศรษฐีไม่อยู่ พวกเราจะปล้นบ้านของเขา " ต่างพากันถืออาวุธไปล้อมเรือนของเศรษฐีไว้ในเวลากลางคืน
ฝ่ายนายกาฬกรรณี ระแวงอยู่ว่าโจรจะปล้น จึงนั่งเฝ้าไม่ยอมหลับนอน ครั้นเห็นว่าพวกโจรจะมา ก็ปลุกผู้คนด้วยการให้ประโคมดนตรีเหมือนมีมหรสพโรงใหญ่ บรรเลงตลอดทั้งคืน จนรุ่งแจ้งพวกโจรไม่มีโอกาสเข้าปล้นจึงทิ้งอาวุธไว้แล้วหลบหนีไป
รุ่งขึ้น ผู้คนเห็นก้อนดินและไม้พลองเป็นต้น จึงได้ทราบเหตุการณ์ ต่างพากันยอมรับในความสามารถของนายกาฬกรรณี พอเศรษฐีกลับมาก็บอกเรื่องนั้นให้ฟังทุกประการ
เศรษฐีได้ทีจึงพูดว่า " เห็นไหม ถ้าเราไล่เพื่อนของเราตามคำของพวกท่าน ทรัพย์สินของเราคงสูญสิ้นไปมิใช่น้อยในวันนี้ ธรรมดาชื่อไม่เป็นประมาณ จิตที่เกื้อกูลเท่านั้นเป็นประมาณ "
แล้วให้ทุนทรัพย์แก่มิตรเพิ่มขึ้นอีก ได้ไปกราบทูลพระพุทธเจ้า แล้วได้กล่าวคาถานี้ว่า "บุคคลชื่อว่าเป็นมิตร ด้วยการเดินร่วมกัน ๗ ก้าว ชื่อว่าเป็นสหาย ด้วยการเดินร่วมกัน ๑๒ ก้าว และชื่อว่าเป็นญาติ ด้วยการอยู่ร่วมกันเดือนหนึ่งหรือครึ่งเดือน ส่วนผู้ชื่อว่า มีตนเสมอกัน ก็ด้วยการอยู่ร่วมกันยิ่งกว่านั้น เราจะละทิ้งมิตรชื่อว่ากาฬกัณณี ผู้ชอบพอกันมานาน เพราะความสุขส่วนตัวได้อย่างไร "
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : คบคนอย่าคบเพียงชื่อ จิตใจสำคัญที่สุด

 
 
สาธุการบทความนี้ : 336 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  07 ก.ย. 2551 เวลา 16:04:55  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  ผู้บ่าวเฮิ่ม    คห.ที่236) นกคุ่มโพธิสัตว์  
  ยอดปรมาจารย์

ภูมิลำเนา : นครพนม
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 23 ส.ค. 2550
รวมโพสต์ : 783
ให้สาธุการ : 0
รับสาธุการ : 671,740
รวม: 671,740 สาธุการ

 
ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า เมื่อคราวเสด็จเที่ยวจาริกไปในมคธชนบททั้งหลาย ทรงปรารภการดับไฟป่า
เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่ง พระพุทธองค์พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ ได้ไปบิณฑบาตในหมู่บ้านชาวมคธแห่งหนึ่ง ฉันเสร็จแล้วเสด็จไปตามทาง วันนั้น เกิดไฟป่ารอบด้าน พวกภิกษุปุถุชนต่างกลัวตายจึงพากันจะดับไฟ
ถูกพวกภิกษุห้ามไว้และให้อยู่ในอาการที่สงบ ไฟป่าไหม้มารอบด้าน พอใกล้เข้ามาหาพื้นที่พระพุทธองค์และหมู่สงฆ์อยู่ก็ดับไปเอง สร้างความแปลกประหลาดใจแก่ภิกษุทั้งหลาย เพื่อคลายความสงสัยของพวกภิกษุ พระพุทธองค์จึงได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีนกคุ่มผัวเมียคู่หนึ่งกำลังมีลูกน้อยตัวหนึ่ง ทุกวันนกคุ่มผัวเมียจะออกจากรังไปหาอาหารมาป้อนลูกนกอยู่เป็นประจำ
วันหนึ่ง เกิดไฟไหม้ป่ารอบข้าง นกต่างๆ รวมทั้งนกคุ่มสองผัวเมีย ได้บินออกจากรังไป เพราะกลัวตาย ปล่อยให้นกคุ่มลูกน้อยนอนผจญภัยอยู่ตามลำพัง
นกคุ่มน้อยเมื่อเห็นไฟไหม้ใกล้เข้ามา จึงรำลึกถึงคุณแห่งศีลว่า " คุณแห่งศีลมีอยู่ในโลก ความสัจ ความสะอาด และความเอ็นดู มีอยู่ในโลก ด้วยความสัจนั้น ข้าพเจ้าจักทำสัจกิริยาอันยอดเยี่ยม ข้าพเจ้าพิจารณากำลังแห่งธรรม ระลึกถึงพระชินเจ้าทั้งหลายในปางก่อน อาศัยกำลังสัจจะ ขอทำสัจจกิริยา "
แล้วกล่าวเป็นคาถาว่า  " ปีกของเรา มีอยู่ แต่ก็บินไม่ได้ เท้าทั้งสองของเรา มีอยู่แต่ก็เดินไม่ได้
       มารดาและบิดาของเรา ออกไปหาอาหาร นี่ไฟป่า ท่านจงถอยกลับไปเสีย "
ด้วยอำนาจแห่งการทำสัจกิริยาของลูกนกคุ่มไฟป่าได้ดับลงไปหมดสิ้น

 
 
สาธุการบทความนี้ : 308 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  07 ก.ย. 2551 เวลา 19:54:17  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  มังกรเดียวดาย    คห.ที่237) ห้ามกินของดอง  
  มหาเซียน

ภูมิลำเนา : ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 03 มี.ค. 2550
รวมโพสต์ : 3,638
ให้สาธุการ : 8,145
รับสาธุการ : 4,549,660
รวม: 4,557,805 สาธุการ

 
พ่อใหญ่ดี มีลูกสาว
พ่อใหญ่น้อย มีลูกชาย
ลูกชายพ่อใหญ่น้อย ลูกสาวพ่อใหญ่ดี ใหญ่เป็นหนุ่มเป็นสาวแล้ว พ้อกัน กะมักกัน ตั้วบาดหนิ
พ่อใหญ่น้อย กะไปสู่ขอลูกสาวพ่อใหญ่ดีให้ลูกชายซั่นตั้ว
พ่อใหญ่ดีกะบ่ขัดข้อง

พ่อใหญ่ดีกับพ่อใหญ่น้อยกะเลยเป็นดองกัน สองครอบครัว กะเป็นทองแผ่นเดียวกัน

มื้อนึง พ่อใหญ่ดีปวดท้อง ไปหาหมอ หมอถามอาการ ตรวจโรคเรียบร้อยแล้ว กะแนะนำพอใหญ่ดีว่า
"เจ้าเป็นโรคกระเพาะ... ช่วงนี้อย่ากินของดองเด้อ" พะนะ

"ครับ ครับ คุณหมอ" พ่อใหญ่ดีรับปาก

มื้อต่อมา พ่อใหญ่น้อย ได้ข่าวว่าพ่อใหญ่ดีบ่สำบาย กะซื้อของไปเยี่ยมยามถามข่าว โฮ้.. มีแนวกินหลายอย่าง ตั้วล่ะ มีผลไม้ หมากองุ่น หมากแอปเปิล ซุปไก่สกัด น้ำมันตับปลา โสมเกาหลี กะมี (บ่มีตะเบียร์อั่นของมักพ่อใหญ่ดีนั่นล่ะ)

หลังจากพ่อใหญ่น้อยกลับไปแล้ว ลูกสาวพ่อใหญ่ดี กะเอาซุปไก่สกัดกับหมากองุ่นมาให้พ่อใหญ่ดีกิน
"อีพ่อ กินซะ สิได้แข็งแรง"

พ่อใหญ่ดีกะเลยว่า
"สูเอาไปกินโลด กูอยากกินยุ แต่กินบ่ได้"

"เป็นหยัง?"

"หมอห้าม บ่ให้กินของดอง"

"???" (ลูกสาวงง..มันของดองตรงไหน)



ปล. พ่อใหญ่น้อย เป็นดองพ่อใหญ่ดี ของที่พ่อใหญ่น้อยเอามา พ่อใหญ่ดีกะเข้าใจว่า ของดอง ซึ่งมันคนละความหมายกับของดองที่หมอห้าม

 
 
สาธุการบทความนี้ : 324 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  08 ก.ย. 2551 เวลา 15:28:17  
    www    offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  ผู้บ่าวเฮิ่ม    คห.ที่238)  
  ยอดปรมาจารย์

ภูมิลำเนา : นครพนม
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 23 ส.ค. 2550
รวมโพสต์ : 783
ให้สาธุการ : 0
รับสาธุการ : 671,740
รวม: 671,740 สาธุการ

 
ถ้าหมอบอกว่า ห้ามกินยาดอง เลาคือสิกิน เบียร์แทนเน๊าะ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 42 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  08 ก.ย. 2551 เวลา 23:09:50  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  สภาไนบักขามคั่ว   ตอบเต็มรูปแบบ || Quick Reply  
  หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50

   

Creative Commons License
ฟังนิทานก้อม หย่ำไนบักขามคั่ว --- เว็บบอร์ดอีสานจุฬาฯ