ผญา คติสอนใจประจำวันที่ 27 มิถุนายน 2562:: อ่านผญา 
บ่ทันได้ต่อนซี้นอย่าฟ้าวอ่าวหาแกง กินบ่ทันลงคออย่าจาคำสิแค้น แปลว่า หาชิ้นเนื้อยังไม่ได้ อย่าเพิ่งคุยจะแกงเนื้อ กินยังไม่ทันกลืนลงคอ อย่าเพิ่งพูด อาหารจะติดคอ หมายถึง ไม่พึงคุยโวโอ้อวด พึงรู้จักเสงี่ยมเจียมตน


  ล็อกอินเข้าระบบ  
ชื่อ ::
รหัสผ่าน::
*จำสถานะ
 
  โสเหล่เฮฮาสภาไนบักขามคั่ว  
  สิทธิของท่าน
1. สามารถอ่านกระทู้ อ่านความคิดเห็นได้ทั้งหมด ยกเว้นห้องโสกันฉันพี่น้อง
2. ไม่สามารถตั้งกระทู้ ตอบกระทู้แสดงความคิดเห็นได้
3. ไม่สามารถแก้ไขกระทู้หลัก และความคิดเห็น ที่ท่านโพสต์เอง
4. ไม่สามารถลบความคิดเห็นและกระทู้หลัก ที่ท่านโพสต์เอง
5. ไม่สามารถส่งรูปภาพ(ไม่เกิน100kb)ประกอบความคิดเห็น และไม่สามารถอัพโหลดรูปภาพ(ไม่เกิน50kb)
6. ไม่สามารถแก้ไขข้อมูลส่วนตัวของท่าน ไม่สามารถเลือกสไตล์เว็บไซต์ได้
7. ไม่มีรูปแทนตัว รวมถึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไขรูปแทนตัว
8. ไม่นับสถิติจำนวนการโพสต์

หมายเหตุ
1. ข้อความที่โพสต์ทั้งหมด เกิดจากการส่งโดยผู้อยู่ทางบ้าน ทางผู้ดูแลฯ มีหน้าที่คัดกรอง แต่ไม่100%
2. ทางผู้ดูแลฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือ ลบข้อมูล ตามพิจารณาเห็นสมควร

  หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 ตอบกระทู้  
  โพสต์โดย   20) ฟังนิทานก้อม หย่ำไนบักขามคั่ว  
  ผู้บ่าวบ้านหนองกุลา    คห.ที่20) เซียงเมี่ยง 1 ตอน แม่ใหญ่ลงส่าง  
  ศิษย์พี่รอง

ภูมิลำเนา : ร้อยเอ็ด
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 22 มี.ค. 2550
รวมโพสต์ : 148
ให้สาธุการ : 45
รับสาธุการ : 78,420
รวม: 78,465 สาธุการ

 
มีเสียงส่าเสียงลือว่า เซียงเมี่ยง เป็นผู้มีปัญญาเลิศล้ำตั๋วไผกะได้
แม่ใหญ่สีเพิ่นกธได้ยินมาจั่งสั่น แต่เพิ่นกะเป็นคนฉลาดเพิ่นเลยอยากลองเบิ่งว่าเซียงเมี่ยงสิตั๋วเพิ่นได้บ่
มื้อหนึ่งแม่ใหญ่สีเพิ่นไปตักนำอยู่ส่างหลังหมู่บ้านเห็นเซียงเมี่ยงย่างมาพอดีเพิ่นเลยอยากลองเบิ่งว่าเซียงเหมี่ยงสิเก่งปานได๋เพิ่นเลยเอิ้นถามไปว่า
"บักเหมี่ยง กูได้ยินมาว่ามึงเก่งนักเก่งหนาเรื่องตั๋ว ต้ม ผู้อื่น ใสมึงลองตั๋วกูลงส่างเบิ่งดู๊"ว่าแล้วเม่ใหญ่สีกะระวังโตเต็มที่ สิบ่หลงเสื่อคำเซียงเหมี่ยงเด็ดขาดเซียงเมี่ยงได้ยินคำท้าจของเเม่ใหญ่สีแล้วกะเลยตอบว่า
"โอ้ย ข้าน้อย ! อันว่าสิให้แม่ใหญ่ลงส่างนั้นข่อยคือสิเหมิดปัญญาแล่ว"แม่ใหญ่สียิ้มน้อยยิ้มใหญ่คิดว่าบักเหมี่ยงคงสิ้นชื่อมื้อนี้แท้
"มึงยอมกูล่ะบ๊อ บักเหมี่ยง""ยอมแล้ว ๆ เอาจังซี้สา ข้อยว่าให้ค่อยตั๋วเจ้าขึ้นจากส่างสิง่ายกว่ารับรองข้อยตั๋วเจ้าได้แท้"แม่ใหญ่สียิ่งได้ใจและคิดว่ามื้อนี้สิให้บักเมี่ยงมันแพ้ทั้งสองเทื่อ
แล้วแม่ใหญ่สีก็ลงส่างไป
"ไสมึงลองตั๋วให้กูขึ้นจากส่างเบิ่งบาดเนี่ย มึงคือว่ามึงสิตั๋วกูได้ง่ายปานนั้นบ้อ"เซียงเมี่ยงหัวเราะคิก ๆ
"กะแล้วแต่เจ้าสิขึ้นหือบ่ขึ้นแหล่ว ข่อยตั๋วให้เจ้าลงได้ล่ะแหม 5555"
แล้วก็เดินจากไป
แม่ใหญ่สีช้ำใจเป็นที่สุดได้แต่บ้อยบักเมี่ยงนำก้น
จบสั่นแหล่ว

 
 
สาธุการบทความนี้ : 431 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  25 มี.ค. 2550 เวลา 12:24:51  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  บ่าวหน่อ    คห.ที่21)  
  อภิมหาเซียน

ภูมิลำเนา : ร้อยเอ็ด
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 03 มี.ค. 2550
รวมโพสต์ : 4,188
ให้สาธุการ : 180
รับสาธุการ : 5,175,430
รวม: 5,175,610 สาธุการ

 
มีผู้บ่าวคนนึง บ้านเลาอยู่ทางก๋าคามพุ่นล่ะ เอิ้นเลาว่า บ่าวตู้ ซะเนาะ

บ่าวตู้เลาแวะเวียนไปจีบสาว จนในที่สุด ผู้สาวกะมักเลาจ้อย ตกลงแต่งงานกันเรียบร้อยบริบูรณ์บาน....

บ่าวตู้ รอคอย คอยกะบ่มาจักเทื่อ (ย่อนว่าคอย เป็นคนฉลาด คอยเลยบ่มาหาบ่าวตู้.... งงงง ติ๊ล่ะ???)

บ่าวตู้ รอลูก จนในที่สุด  อยู่กันไปกันมา กะมีลูกตี๊ล่ะ บัดตาทีเนี่ย
เมียเลาออกลูกเรียบร้อย (โดยบ่มีไผได้กินต้มน้อง) ลูกบ่าวตู้ กะกำลังเป็นตาฮักเนาะ

มื้อนึง ขณะที่บ่าวตู้ นอนไกวอู่ลูกอยู่นั้น เมียเลา กลับจากตลาด ซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปกลับมา แล้วกะอธิบายวิธีใช้ผ้าอ้อมให้บ่าวตู้ฟังอย่างดิบดี จากนั้นกะออกไปสวนมอน

ด้วยความฮักเป็นห่วงลูก บ่าวตู้ กะแกะห่อผ้าอ้อมสำเร็จรูปออกมา แล้วกะ เอาผ้าอ้อมไปซัก ปั้นตากไว้หลังบ้าน ห้อยโอ้นโต้น เอ้นเต้น ขาวจากพาก เอาโลด.. กะยังว้า กะยังว่า

เลาย่านลูกเลาคันคาย นั่นหนา.....



อั่นนี้เว้าจากประสบการณ์จริงแม่นบ่

 
 
สาธุการบทความนี้ : 293 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  26 มี.ค. 2550 เวลา 16:30:27  
    www    offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  บ่าวบั้งไฟ    คห.ที่22) นกเถิด เถิด เถิด  
  จอมยุทธ

ภูมิลำเนา : ยโสธร
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 04 มี.ค. 2550
รวมโพสต์ : 288
ให้สาธุการ : 10
รับสาธุการ : 345,550
รวม: 345,560 สาธุการ

 
มีผัวเมียอยู่คู่หนึ่ง อยู่นำกันมาโดนแล้ว ผู้เมียกะเกิดอาการอยากลองของใหม่ๆ
จึงลักผัวมีชู้ โดยนัดกับชายชู้ว่าถ้ามาฮอดแล้วให้ไปถ่าอยู่ป่ากล้วยหลังบ้าน ละกะฮ้องให้สัญญาณว่า "นกเถิด เถิด เถิดๆ"กะจะลงไปหา จึ๊กๆ กัน
มื้อต่อมาพอได้ยินเสียง "นกเถิด เถิด เถิดๆ"ฮ้อง ผู้เมียได้ยินกะฟ่าวลงหากินทันที
เผิ่นกะเฮ็ดจั่งสิมาได้ระยะหนึ่ง บ่านนี้ผู้ผัวกะเลยสงสัยว่าเมียจะของไปไส
กะเลยสังเกตเบิ่งว่าผู้เมีย นี่สิหายไปยามได้ยินเสียง"นกเถิด เถิด เถิดๆ"
กะเลยทำท่านอนหลับ คราวหนึ่งกะได้ยินเสียงนกฮ้องอีก
ซืมตาแนมเบิ่งกะเห็นเมียจะของฟ้าวย่างลงเฮือนไป
จั่งค่อยลุกหลอยหลังนำก้นไปกะเห็นเมียจะของกำลัง จึ๊กๆๆ กับชายชู้
เผิ่นสูนหลายเลยฟ่าวแล่นเมือบ้านไปลี้ถ่าอยู่ใต้บันได
ทางผู้เมียพอเสร็จภารกิจแล้วกะย่างยิ้มสิสึ้นเมือเฮือน
พอกำลังขึ้นบันไดผู้ผัวที่ลี้อยู่ใต้บันได กะเอากะบอง(ไต้)จุดไฟซั่ว(ทิ่ม)เข้า
ไปในซิ่นผู้เมีย(สมัยนั้นบ่มีลิงเด้อ)ทางผู้เมียกะฮ้องเสียงหลง
ปานควยออกลูก ย่อนเพิ่นเจ็บหลาย  มื้อต่อมาชายชู้เผิ่นหย่าม พอได้เวลากะฮ้องส่งสํญญาณคือเก่า แต่เทือนี้ฮ้องอยู่โดนกะบ่มาจักเทื่อ
กะเลยฮ้องแฮงกว่าเก่า ทางผู้ผัวได้ยินกะเลยฮ้องตอบไปว่า
"นกเถิด เถิด เถิด นกเถิด เถิด เถิด....ห.....ถลอกปอกเถลิกไปมิได้เดิก....."


เรื่องนี้พ่อใหญ่บัวเผิ่นเว่าให้ฟังตะยังเด็กน้อยพุ่นล่ะครับผม โอ๊ยคึดฮอดบ้านเด้นอ..                                          

 
 
สาธุการบทความนี้ : 358 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  27 มี.ค. 2550 เวลา 10:26:11  
    www    offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  บ่าวหน่อ    คห.ที่23) นิทาน เรื่องหอมจริงหรือ  
  อภิมหาเซียน

ภูมิลำเนา : ร้อยเอ็ด
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 03 มี.ค. 2550
รวมโพสต์ : 4,188
ให้สาธุการ : 180
รับสาธุการ : 5,175,430
รวม: 5,175,610 สาธุการ

 
          มีผู้หญิงสาวคนหนึ่ง มีรูปร่างสวยเหลือเกิน ในละแวกตำบลหมู่บ้านนั้น ดูเหมือนจะไม่มีสาว ๆ คนใดสวยเท่า พวกหนุ่ม ๆ ต่างพูดกันเล่น ๆ ว่า หากสาวคนนี้ขี้ออกมาจะต้อง เป็นขี้ผึ้งทาปากและถ้าเยี่ยวออกมาจะต้องกลายเป็นน้ำมันใช้ทาผมได้ และยิ่งกว่านั้นยังลือกันว่า ของลับสาวนี้มีกลิ่นหอมเหลือเกิน


          อยู่มาวันหึ่ง หญิงสาวคนนี้ไปตักน้ำในแม่น้ำใกล้ ๆ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ลึกและกว้างพอสมควร ณ ที่ท่าน้ำนั้นมีหาดทรายกว้างพอสมควรแห่งหนึ่งด้วย


          มีไอ้หนุ่มคนหนึ่งหลงรักหญิงสาวคนนี้อย่างชีวิตจิตใจ และอยากจะทราบเหลือเกินว่า สาวคนนี้ของลับหอมจริงไหมหนอ ดังนั้นเมื่อหญิงสาวคนนี้หาบถังลงไปตักน้ำที่ท่าน้ำจึงเดินลัดเลาะไปตามพุ่มไม้ค่อย ๆ ติดตามไปด้วย พอหญิงสาวไปถึงท่าน้ำ เผอิญปวดเยี่ยวจึงวางถังไว้ริมแม่น้ำ แล้วรื้อผ้าซิ่นขึ้นนั่งยอง ๆ เยี่ยวลงที่หาดทราย ไอ้หนุ่มคนนั้นได้โอกาสเหมาะจึงรีบวิ่งไปข้างหลังหญิงสาว แล้วรีบเอามือข้างหนึ่งล้วงลงไปใต้ก้นหญิงสาว พร้อมกับเอานิ้วมือแยงเจ้าไปในรูของลับทันที ให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ และทำอย่างรวดเร็ว หญิงสาวตกใจอย่างยิ่ง ปากก็ร้องแล้วรีบลุกขึ้นพร้อมกับเหลียวหลังมาเห็น ไอ้หนุ่มคนนั้น หญิงสาวรู้สึกโกรธจัด ปากก็ร้องด่าอย่างเจ็บแสบ พร้อมกับคว้าไม้คานไล่ตีไอ้หนุ่ม ไอ้หนุ่มวิ่งหนีไปทางท่าน้ำและว่ายน้ำหนีไปยังอีกฝั่งข้างหนึ่ง ขณะที่ว่ายน้ำไอ้หนุ่มพยายาม ชูมือข้างแยงรูของลับหญิงสาวให้พ้นน้ำสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเกรงว่าเมื่อน้ำถูกมือกลิ่นของลับจะระเหยไปเสียก่อนที่จะได้ดม เมื่อพยายามใช้เท้าสองข้างและมืออีกข้างหนึ่งว่ายน้ำไปจนถึงฝั่งแล้ว ไอ้หนุ่มรู้สึกดีใจมากที่จะได้ดมกลิ่นของลับหญิงสาว พอขึ้นบนบกก็เข้าไปในสวน ชาวบ้านแห่งหนึ่งซึ่งปลูกกอตะไคร้และต้นแมงลักไว้

          เมื่อถึงที่เหมาะไอ้หนุ่มก็ยกมือที่แหย่รูของลับหญิงสาวขึ้นดม และสูดลมหายใจเข้าไปย่างเต็มที่ แต่แทนที่จะหอมดังใจคิด กลับปรากฏว่ามีกลิ่นเหม็นอย่างที่แทบจะอาเจียนออกมา จึงเอามือข้างนั้นไปถูกับใบตะไคร้ ดมดูก็ยังมีกลิ่นเหม็นอยู่ จึงเอาไปขยำกับใบแมงลักแล้วดมอีก รู้สึกมีกลิ่นเหมือนกับม่ำหรือส้มฟักเนื้อของภาคอีสาน เมื่อไอ้หนุ่มได้กลิ่นเช่นนี้ เกิดนึกอยากจะกินข้าวขึ้นมาทันทีจนน้ำลายไหลออกมา จึงลงไปล้างมือที่ท่าน้ำแล้วลองดมดูอีก ก็ปรากฏมีกลิ่นเหม็นตึ ๆ อยู่นั้นเอง ตั้งแต่นั้นมาไอ้หนุ่มคนนั้นและคนอื่น ๆ ในละแวกบ้านก็หายสงสัยว่าหญิงสาวคนนี้นของลับหอมจริงสมกับคำเล่าลือหรือไม่

 
 
สาธุการบทความนี้ : 351 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  25 พ.ค. 2550 เวลา 11:39:45  
    www    offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  บักต๊อก    คห.ที่24) หลวงพ่อบักน้ำ  
  เซียน

ภูมิลำเนา : ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 22 มี.ค. 2550
รวมโพสต์ : 2,153
ให้สาธุการ : 2,845
รับสาธุการ : 1,549,440
รวม: 1,552,285 สาธุการ

 
      มีหลวงพ่ออยู่วัดองค์หนึ่ง เป็นวัดกันดาร อยู่ติดสวน ติดท่ง ชาวบ้าน
มื้อวันพระชาวบ้านมาเฮ็ดบุญหลาย เต็มศาลาเลย หลวงพ่อเพิ้นกะฉันจนอิ่มเลย
โดยเฉพาะบักน้ำ ( คล้ายๆกับฟักแฟง แต่เนื้อนิ่มกว่า ) มักกินหลาย
พอชาวบ้านกลับเบิด เพิ้นกะปวดท้องถ่ายแลห่วบาดที่นี่ วัดกะบ่มีส้วม
เราเลยไปนั่งลี้ถ่ายในพุ่มบักน้ำสวนข้างวัด  กะพอดีแม่ใหญ่เจ้าของสวนเราบอกหลานสาวไปเก็บบักน้ำมาต้ม ไปไว้ใส่จังหันเพล ซั่นติละ  
เราบอกหลานว่า บักน้ำหน่วยใดมันเก็บได่ให่มึง เคาะเบิ้งก่อน คั่นมันดัง ป๊องๆ จั่งเด็ดเอา  อีน้อยๆนั่นกะย่างไปเก็บบักน้ำให่แม่ใหญ่
พ้อหน่วยแรกกะเคาะเปอะๆ (คิดในใจ) มันบ่ทันแก่ บ่เอา  เคาะอีกหน่วย ป๊องๆ
ใช่ใด่ เด็ดเอาใส่กะต้า  เคาะหน่วยที่สาม ปุกๆ บ่ได่ อ่อนอยู่
เลยสิเคาะหน่วยที่สี่ เด้บาดนี่ มันผันบ่แม่นบักน้ำ แม่นหัวหลวงพ่อ
เราหันหลังนั่งถ่ายอยู่ อีน้อยๆนี่กะเคาะปองๆ บ่แน่ใจ เลยเคาะแฮงๆ
โป๊กๆๆ
  หลวงพ่อกะตื่นตกใจ แลนฟ้าวกลับวัด
อีน้อยๆนั้นกะตื่นคือกัน ฟ้าวแลนไปหาแม่ใหญ่  บอกว่า
"แม่ใหญ่ๆ บักน้ำแลนได่"  ว่าซั่น     จบ ซะละล่า


 
 
สาธุการบทความนี้ : 452 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  03 ก.ค. 2550 เวลา 17:48:34  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  บ่าวชัยเมืองอุดร    คห.ที่25) หลวงพ่อเจ้าเลห์  
  ศิษย์น้อง

ภูมิลำเนา : อุดรธานี
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 14 ก.ค. 2550
รวมโพสต์ : 31
ให้สาธุการ : 0
รับสาธุการ : 108,720
รวม: 108,720 สาธุการ

 
                    
     เรื่องมันกะคือวา มีหมู่บ้านห่างไกลอยู่หมู่บ้านนึง ญาติโยมเพินเฮ็ดบุญเฮือน กะเลยได้มนต์หลวงพ่อ กับเณรน้อยไปสันจังหัน(ฉันท์เช้า)สั่นดอกหวา
เบิดวัดกะมีอยู่สององค์ทอนั่นหละ พอไปถึงบ้านเจ้าภาพ คือมันเป็นยามฝนน้อ
กิจนิมนต์กะบ่ค่อยมี หลวงพ่อบ่ค่อยได้สันของแซบมาโดนหลายมื้อ แมออกพูเฒ่าเพินกะ
เอาไปถวายบ่ได้แนวอยู่น้ำบ้านนอกน้อ ทางมันกะบ่คอยดี
หลวงพ่อได้เห็นของดีๆเพินกะลืมคาว(ลืมตัว)สะแหล่วหล่ะ สันเข้าไปจนเต็มที่จนขี้แตกกับ
หม่องเลยแหล่ว "เป็นจังซี่แล้วสิเฮ้ดจังได๋น้อ" พะนะหลวงพ่อเพินคิดอยู่ในใจ ทางแมออกนั่งนบมือพ่อว่อยังบ่ฮู้จักอีหยัง เณรน้อยนั่งอยู่ไกล้หลวงพ่อก่อมู
เหม็นจนวาสันต่อบ่ลงแล้ว "มันกะจังซี่หล่ะน้อหลวงพ่อบ้านนอกบ้านนาฝนตกซะขี่สีกใต้ตะลาง
มันกะเหม็นแนจักนอยคือสิบ่เป็นหยังดอกน้อ"
เจ้าภาพเพินบอกหลวงพ่อเพราะวาบ่อฮู้ว่าที่แท้กลิ่นนั้นมันบ่แมนกลิ่นขี้สีกแต่เป็นผลงานของ
หลวงพ่อเพินผุนน่ะ ทางหลวงพ่อยังคิดบ่ออกวาสิเฮ็ดจังใด๋ได้แต่เฮ็ดหน่าซงฮ่ายๆแล้วบอก
เจ้าภาพวา "ฮือ เหม็นกะเรื่องของมันโลดเป็นหยัง ไปยากหยังนำมันแถ่"พะนะเพินวาน่ะ
ตั้งถี่แท้แมนเหม็นขี้เจ้าของ ......................ทางเณรน้อยเริ่มเอามือมาปิดดังเจ้าของแล้ว
  นั่งคึดอยูโดนเติบหลวงพ่อเพินกะเลยคิดวาสิเอาสาดที่เพินนั่งอยู่ตุ้มขี้เจ้าของกลับวัด คิดได้จังซั่นเพินกะทำทาเอามือลูบสาดหล่อยๆสั่นแหล่วหล่ะ.
"โอ้วววว.....สาดผืนนี่้คือจังลายงามแท้น้อหลวงพ่อมักแล้วล่ะ ให้ขอไปใซ้อยู่วัดซะเป็นหยัง" แมออกนึกวาแมนหลวงพ่อเพินเว้าหยอก "อยากได้กะให้บ่อไ้ดดอกค่ะ
เพราะวาสาดผืนนั้นมันเป็นของเพิน อิสันกะยืมเขามาคือกัน" หลวงพ่อได้ยินจังซั่นกะเลยเปลื่ยนแผนทันที เพินเลยเฮ็ดหน่าขึงขังใส่เจ้าภาพ "หือ ประสา
วาสาดผืนเดียวขอซำนี้กะบ่อไดมันคือสิขี่ล่ายตายมันแท้ กูสิขี้ใส่ซ่ำซะดอก"พะนะเพินวา        ทางแมออกเพินนึกว่าแมนหลวงพ่อเว้าเหล่นซี่อๆเพินผัดเลยตอบหลวงพ่อไปวา
"โอย ขั่นกล้าขี้ใส่กะขีใส่โลดสิอดสาเมี้ยนเอาดอก"วาซ้าน
เว้าจั่งซี่มันกะเข้าแผนหลวงพ่อหั่นแหล่ว หลวงพ่อได้ยินจังซั่นกะลุกป่องงองซิดผ้าสบง
" พรือดดด" ขี่้ก้อนบักใหญ่ตก  เปะ  โลด!!!!!!
ซุมแมออกเหลียวเบิงหน่ากันซองลองปากกะบ่อออก ทางเณรน้อยนั่งอยู่ข้างๆบ่อฮู้จัก
ความสิเฮ็ดคือกันเพินเลยถามหลวงพ่อ "เอ้าหลวงพ่อขี้ไส่สาดเพินอีหลีสั่นติ" หลวงพ่อหันมาทางเณรน้อย "มึงสิไปออนซอนเฮ็ดอีหยังมันบ่อแมนของพ่อของแมเฮาตั้ว
ไปน้อย เมือวัด" วาทอนั้นเพินกะยางกุนกุนเมือวัดเลยแหม....
                                                      ซาธุ..อย่าให้บาปเด้อ..
ี                  

 
 
สาธุการบทความนี้ : 333 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  15 ก.ค. 2550 เวลา 03:30:53  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  บักต๊อก    คห.ที่26)  
  เซียน

ภูมิลำเนา : ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 22 มี.ค. 2550
รวมโพสต์ : 2,153
ให้สาธุการ : 2,845
รับสาธุการ : 1,549,440
รวม: 1,552,285 สาธุการ

 
ฮ่วยเว่าเป็นตาย้านแท้  

อ่านนำสิบาปบ่น้อ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 20 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  17 ก.ค. 2550 เวลา 15:46:54  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  บ่าวชัยเมืองอุดร    คห.ที่27)  
  ศิษย์น้อง

ภูมิลำเนา : อุดรธานี
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 14 ก.ค. 2550
รวมโพสต์ : 31
ให้สาธุการ : 0
รับสาธุการ : 108,720
รวม: 108,720 สาธุการ

 
                                ลำใยกะโหลก
  ความเดิมจากตอนที่แล้วเด้อ หลวงพ่อพูเก่าอีกนั้นหละ อยู่เดินวัดเพินมีต้นลำใยกะโหลก
ต้นนึง จักแมนพูได๋ปลูกไว้แต่ยามได๋ ฮู้แต่วานวยมันดกขนาด แต่ว่าหลวงพ่อเพินแพ้งแพง พูได๋ไปขอกินกะบ่ได้ เพินสิเอาไว้กินพูเดียวเพินสั่นแหลวหล่ะ แต่คันสิเอาให้คนอื่่นเห็น
เพินกะย่านเขาขอน้อเพินกะเลยลักไปขึ้นเอายามกลางคืนพุ่นน่ะเบิงความขี่ถี่เล้าดู้หล่ะ.
    หลวงพ่อได้ย่ามกะพุ่นแหล่ว ด้อแด้ด้อแด้อยู่ปลายต้นลำใยกะโหลกพุ่นน่ะ เณรน้อยเลา
กะบ่ซวนไปนำเด้...........โด๋นเติบยายสาเฮือนข้างวัดนั่นแหละ ถือไม้ส่าวยางพ่อว่อพ่อว่อ
มาทางต้นบักลำใยกะโหลกที่หลวงพ่อกำลังขึ้นอยู่นั่นหล่ะ เล้าสิมาลักบักลำใยกะโหลก พอมาฮอดเล้ากะวางกะตาปับแปบ
เอาไม้ส่าวขึ้นไปหมิ่นบักลำใยกะโหลกหลวงพ่อเลยแหละทางปากเพินกะจ่ม "หือ ขอให้
หลานกินจักนอยกะบ่ได้มันคือแพงตายมันแท้หลวงพ่อหัวล้านหนิ ลักเอาหนิล่ะมันจังสิได้กิน"
พะนะ มาลักของเพินแล้วยังด่าเพินอีกน้อ  หลวงพ่อได้ยินสูนวาสั่นแต่กะปากบ่ได้ย่านยายสาฮู้จักวามาลักกินบักลำใยคือกันมันสิเสีย
ฟอร์มหั่นน่ะ ได้แต่ยืนกอจอบ่ปากบ่ตีงอยู่เทิงปลายต้นลำใยผุ่นน่ะ ทางยายสาเล้ากะเอา
ไม้ส่าวดึงเอาดึงเอา จนเพินแยไม้ส่าวไปดึงเอาพวงนึงน้อดึงจังได๋กะดึงบ่ลง ทางหลวงพ่อ
เพินสะเดิดโด่งพุ่นแหล่วแนวยายสาเล้ากำลังเอาไม้ส่าวหมิ่นพวงบักลำใยหลวงพ่อยูนั่นตี้ล่ะ
ทางยายสาเพินกะดึงเอาสาวะสั่น"ฮ่วยมันเป็นจั่งได๋เดียวหนิบักลำใยพวงนี่มันคือจังดึงบ่อลง"
ทางหลวงพ่อยูเทิงต้นลำใยหน้าจนเขียวแล้วเพินทนบ่ได้เพินกะเลยวา "ยายสาเอ้ย ที่ยาย
กำลังดึงอยู่หน่ะ มันบ่อแมนลำใยกะโหลก แต่มันเป็นลูกกะโปกของอาตมา อูยยยย..."
             ยายสา  ??????????????????????????????????

 
 
สาธุการบทความนี้ : 398 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  20 ก.ค. 2550 เวลา 01:11:38  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  บักต๊อก    คห.ที่28) 200 กับ 2 บาท  
  เซียน

ภูมิลำเนา : ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 22 มี.ค. 2550
รวมโพสต์ : 2,153
ให้สาธุการ : 2,845
รับสาธุการ : 1,549,440
รวม: 1,552,285 สาธุการ

 
200 กับ 2 บาท

  มีวัดอยู่วัดหนึ่ง มีเคลือหมากพี้พวนเกี้ยวกกบักขามอยู่ข้างศาลาวัด เด็กน้อยกะมักไปขึ้นเก็บหมากพี้พวน  มื้อหนึ่ง มีสาวสำน้อย อายุประมาณ 12-13 ปี  ไปขึ้นเก็บหมากพี้พวน  พอดี หลวงพ่อลงศาลามาเหลียวขึ้นไปเห็น สาวสำน้อยนั้นผั่นบ่ใส่กางเกงใน  บาดที่นี่ หลวงพอเพิ้นกะตื่นซั่นแหล่ว  เลยบอกว่า
    "อีหล้าลงมา ขึ้นไปเฮ็ดหยัง"     ทางสาวสำน้อยก็ฮ้องบอกว่า
"ฮ่วยข่อยบ่ทันได่หมากพี้พวนอยู่บ่ลงดอก"
   หลวงพ่อเลยบอกว่า "ถ้าลงมาสิให้เงินสองร้อย ไปซื้อหมากพี้พวน"
สาวเจ่ากะฟ้าวลงไวปานหยังเอาโลด  พอได้เงินแล้วกะแลนเมียบ้าน ไปบอกแม่ใหญ่เจ่าของ  ว่าหลวงพ่อให้เงินสองร้อย ค่าจ้างบ่ให้ขึ้นต้นพี้พวนอีก
ฝ่ายแม่ใหญ่เรากะอยากได้เงินซั่นแหล่ว
   มื้อลุนมาเรากะใส่สิ่น ปีนกกพี้พวนงอยถ่าหลวงพ่อซั่นแหลาวบาดนี่
พอหลวงพ่อลงศาลามา  กะเหลียวไปเห็นอีก แม่ใหญ่เรากะบ่ใส่กางเกงในคือกัน
หลวงพ่อเรากะฮ้องบอกว่า   "ลงมา ยาย  ลงมา"
แม่ใหญ่กะว่า "ฮ่วยข่อยบ่ทันได้หมากพี้พวนอยู่ บ่ลงดอก" (เพิ้นอยากได้เงินหลวงพ่อว่าซั่นดอก)   หลวงพ่อเลยบอกว่า "ลงมาสิให้เงิน"เรากะฟ้าวลงไวปานหยัง  พอลงมาฮอดพื้น  หลวงพ่อกะเอาเงินให้สองบาท
เราเลยจ๊มว่า "เอาไปเฮ็ดหยังได้ สองบาท"
หลวงพ่อเลยตอบว่า "เอาไปซื้อมีดโกนซะ"      
พะน่ะ   จบจ้อย

 
 
สาธุการบทความนี้ : 333 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  20 ก.ค. 2550 เวลา 14:55:09  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  บ่าวชัยเมืองอุดร    คห.ที่29)  
  ศิษย์น้อง

ภูมิลำเนา : อุดรธานี
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 14 ก.ค. 2550
รวมโพสต์ : 31
ให้สาธุการ : 0
รับสาธุการ : 108,720
รวม: 108,720 สาธุการ

 
                            เครือตดหมา
ให้เสียงภาษาไทยโดย บ่าวชัย เมืองอุดร
        พ่อใหญ่แฮดมีลูกสาวอยู่คนหนึ่งชื่่อสาวเหี่ยนท่าทางมันไม่ค่อยเต็มเหมือนลูกชาวบ้านเค้าเท่าใหร่
วันหนึ่งยายสีบ้านอยู่ข้างวัด(ที่ไปขโมยลำใยกะโหลกหลวงพ่อนั่นแหละ)เมียผู้ใหญ่แฮดเพิน
สิเฮ็ดขนมข้าวเกรียบโป่่งให้ผู้ใหญ่เเฮดกิน แล้วข้าวเกรียบโป่งเนี่ยมันต้องใช้เครือตดหมา
(เครือตดหมาเป็นชื่อพืชสมุนไพรชนิดหนึ่ง ใช้เป็นส่วนผสมของขนมข้าวเกรียบโป่ง)แกก็ใช้
สาวเหี่ยนนั่นแหละไปหาเครือตดหมามาให้ สาวเหี่ยนก็ไปตามที่บอกแถมยังใจดีจัดการทำ
ขนมข้าวเกรียบโป่งให้จนเสร็จเรียบร้อย...เหลือแต่เอามาย่างไฟอย่างเดียว
  ตอนเช้านั่งล้อมวงผิงไฟ ยายสีก็เอาขนมข้าวเกรียบโป่งมาย่างไฟไห้พ่อใหญ่แฮดกิน พ่อใหญ่แฮดกินแล้วรู้สึกรสชาติมันไม่เหมือนที่เคยกินก็เลยถามเมียว่า "เป็นหยังเข่าเขียบโป่ง
คือจังบ่แซบเจ้าเอาเครือตดหมาใส่นำอยู่บ้อ"ยายสีเหลียวเบิงหน้าลูกสาว สาวเหี่ยนนั่งอยู่ข้างๆเลากะเลยวา"อีแมใซ้ให้
ข่อยไปหาเครือตดหมามาให้แต่ว่าข่อยหาจังได๋กะบ่อพ่อแหมอีพ่อ ข่อยหาเครือตดหมาบ่อได้
ข่อยกะเลยเอาต่อนมันมาเลยเเหม"
พ่อใหญ่แฮด......??????!!!!!!!              

 
 
สาธุการบทความนี้ : 361 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  21 ก.ค. 2550 เวลา 01:06:31  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  สภาไนบักขามคั่ว   ตอบเต็มรูปแบบ || Quick Reply  
  หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50

   

Creative Commons License
ฟังนิทานก้อม หย่ำไนบักขามคั่ว --- เว็บบอร์ดอีสานจุฬาฯ