ผญา คติสอนใจประจำวันที่ 27 มิถุนายน 2562:: อ่านผญา 
ในโลกนี้บ่ห่อนอยู่เดียวเป็น อยู่แต่คนเดียวดาย บ่ห่อนเป็นเมืองบ้าน แปลว่า ในโลกนี้ ไม่ใช่มีเพียงเราคนเดียว อยู่ตัวคนเดียว ก็เป็นบ้านเมืองไม่ได้ หมายถึง อย่าคิดว่าตนเก่งกว่าคนอื่น จนไม่ยอมลดตัวคบหาใคร


  ล็อกอินเข้าระบบ  
ชื่อ ::
รหัสผ่าน::
*จำสถานะ
 
  โสเหล่เฮฮาสภาไนบักขามคั่ว  
  สิทธิของท่าน
1. สามารถอ่านกระทู้ อ่านความคิดเห็นได้ทั้งหมด ยกเว้นห้องโสกันฉันพี่น้อง
2. ไม่สามารถตั้งกระทู้ ตอบกระทู้แสดงความคิดเห็นได้
3. ไม่สามารถแก้ไขกระทู้หลัก และความคิดเห็น ที่ท่านโพสต์เอง
4. ไม่สามารถลบความคิดเห็นและกระทู้หลัก ที่ท่านโพสต์เอง
5. ไม่สามารถส่งรูปภาพ(ไม่เกิน100kb)ประกอบความคิดเห็น และไม่สามารถอัพโหลดรูปภาพ(ไม่เกิน50kb)
6. ไม่สามารถแก้ไขข้อมูลส่วนตัวของท่าน ไม่สามารถเลือกสไตล์เว็บไซต์ได้
7. ไม่มีรูปแทนตัว รวมถึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไขรูปแทนตัว
8. ไม่นับสถิติจำนวนการโพสต์

หมายเหตุ
1. ข้อความที่โพสต์ทั้งหมด เกิดจากการส่งโดยผู้อยู่ทางบ้าน ทางผู้ดูแลฯ มีหน้าที่คัดกรอง แต่ไม่100%
2. ทางผู้ดูแลฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือ ลบข้อมูล ตามพิจารณาเห็นสมควร

  หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 ตอบกระทู้  
  โพสต์โดย   20) ฟังนิทานก้อม หย่ำไนบักขามคั่ว  
  สีสมาน    คห.ที่10) ให่เพิ่นสาหล่า  
  ขาจร


 
มีผัวเมียคู่หนึ่ง ผัวไปเฮ็ดนาอยู่บ่ไกลเฮียนเจ้าของซำใด๋ พอฮ้องเอิ้นกันได้ฮู่ยิน

บ่าวหำ นามันกะอยู่ติดกันนั่นหละ มันวางแผนลามกสุดๆ เลย คือว่า มันสิเฮ็ดสาวสี เมียทิดห่อยหมู่เพิ่น ผู้ออกไปเฮ็ดนาอยู่ใกล้กัน บ่าวหำมันคึดอยู่โดนเติบก็คึดวิธีได้ มันแกล้งลืมเอาไถมาซั่นเถาะ มันกะเลยบอกทิดห่อยว่า
"ทิดห่อย เฮาลืมเอาไถมานำ เฮายืมไถโตได้บ่"

ทิดห่อย... "เอาโลดเด้อ อยู่เฮียนเฮานั่นล่ะ"

บ่าวหำเพิ่นกะย่างไปบ้านทิดห่อย พอไปฮอดกะพ้อสาวสีเมียทิดห่อยอยู่เฝ้าเฮียน กะเลยว่า
"ทิดห่อยให้ข่อยมาเฮ็ดเจ้าเทือหนึ่งเด๊"

สาวสี.... "แม่นบ่ ข่อยบ่เซื่อเจ้าดอก"

บ่าวหำ.... "บ่เซื่อ เจ้ากะฮ้องถามทิดห่อยเบิ่งตี๊ล่ะ ว่าเพิ่นให้ข่อยบ่"

สาวสี(ฮ้องอย่างแฮง).... "อ้ายทิดดด"

ทิดห่อย(ฮ้องตอบ).... "แม่นหยังงง"

สาวสี.(ฮ้องถามผัว).... "อ้ายทิด เจ้าให้บ่าวหำอีหลีบ้อ"

ทิดห่อย(เพิ่นเข่าใจว่าให้ไถกะเลยฮ้องบอกว่า)....
"เออ.ให้เพิ่นสาหล่า"

งานนี้สาวสีเมียทิดห่อย เสียท่าถืกบ่าวหำเฮ็ดเรียบร้อย...

มีผู้ฟังนิทานก้อมผู้หนึ่งถามว่า "เอ้า...แล้วทิดห่อยผัวเพิ่นเด๊ สิเฮ็ดจังใด๋"

ผู้เว่านิทานก้อมกะเลยตอบว่า..."จักแหล่ว นิทานมันจบแล้ว" ...

 
 
สาธุการบทความนี้ : 1797 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  25 พ.ย. 2549 เวลา 22:36:45  
    ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  อา    คห.ที่11) พ่อเฒ่ากับลูกเขย ตอนบ่อต่อกะแตน  
  ขาจร


 
เดือนสามค้อย พ่อเถ่ากับลูกเขยไปถางไฮ่ พ่อเถ่านุ่งผ้าแพด้าม ย่าง
ออกก่อน ลูกเขยสูบยาย่างนำก้น ไปไก้สิฮอดไฮ่ มีขอนไม้ขวงทางอยู่

พ่อเถ่าย่างข่วม ลูกเขยเหลียวเห็นไข่หำ กะเลยเอาไฟกอกยาจี้ พ่อเถ่าเต้นโด่งฮ้องบอกลูกเขยว่า

"หยุด บักทิดมึงอย่าฟ้าวข่วมมา บ่อต่อกะแตนล่ะวะ ระวังๆ"

5555

 
 
สาธุการบทความนี้ : 473 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  25 พ.ย. 2549 เวลา 22:38:11  
    ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  สีสมาน    คห.ที่12) กีฬาโบก  
  ขาจร


 
คนเฮานี่ ก็มักกันไปคนละอย่างสองอย่างเน๊าะ ลางคนกะมักตีไก่ ลางคนกะมักกินเหล่า เจ้าซู่ มักเล่นม่า การพะนัน บาดนี่หมอนี่แปลกเด้อ มักกีฬาโบก

ฮ่วย โบกมันกะคือการพะนันชนิดหนึ่งนั่นหละคือกับไฮโล เครื่องมือก็ใช้บั้งไม้ไผ่เฮ็ดเป็นถ้วยงูมนัยหมากขามผ่าซีก 4 อัน ยามเพิ่นเล่นเจ้ามือเขย่า ๆ ๆ งูมปั๊บ ลูกขากะแทงตี๊ล่ะ คูก คีก ขาวล้วน ดำล้วน กะว่ากันไป โฮ ได้เสียหลายเด๊ หั่นเล่นติดลม คือกับอึ่งตกมวกแล่ว เบิดนาเบิดไฮกะแล่วกันน่ะ

ทิดเสือเพิ่นนี่ละมักกีฬาโบกขนาด มีอยู่เทือหนึ่งมีศพคนตายเพิ่นกะมีงันเฮียนดี อยู่เป็นหมู่เจ้าเฮียน กะมีการเล่นการพะนันโบกนำเด้ ..วาย..ทิดเสือคนมักโบกบ่พลาดกะแล้วกัน เล่นอยู่นั่นละ เบิดมื่อเบิดคืน ได้เงินเมียติดถุงไปพันหนึ่ง เบิดออดหลอด เงินเบิดกะต้องกลับบ้านฮะแหล่ว พอฮอดเฮียน เมียเพิ่นเห็นหน้าก็ฮู้แล้วว่า เล่นเสียมาแล้ว กะเลยหาข้าวปลาอาหารมาให้กินแบบคนเคียดหลาย บ่เต็มใจเอาซะเลย บาดนี่ทิดเสือเพิ่นหัวกะเซาโบกมาใหม่ ๆ น๊อกะสิคือคนเมาเหล้าตี๊ มัวเมาหลาย

เมีย (เอาติ๊บข้าวมาวาง)...........
ทิดเสือ.(ฮ้องแทงโบก)............คูก (ภาษาไทยว่า "คู่")

เมีย (เอาพาข้าวมาวาง)............
ทิดเสือ (ฮ้องแทงโบก)............คีก (ภาษาไทยว่า "คี่")

เมียทิดเสือเพิ่นกะใจฮ่ายหลายเนาะ เพิ่นกะเลยกองก้นเปิดสิ่น แถมบ่มีซ่งซั่นในซ่ำเด๊ ใส่หน้าผัวเจ้าของ ฮ้องว่า
"เอา..นี่แม่นหยัง...บักฮา"

ทิดเสือ (มีความฮู้สึกแบบเปิดถ้วยแทง รับรองบ่มีพลาดแล้วเทือนี้.. เพิ่นฮ้องแทงสุดเสียง)

"ดำล้วนนนนนนน"

 
 
สาธุการบทความนี้ : 450 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  25 พ.ย. 2549 เวลา 22:39:21  
    ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  กระบี่โลหิต    คห.ที่13) บักเห็บ  
  ผู้เยี่ยมยุทธ์

ภูมิลำเนา : มหาสารคาม
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 06 มี.ค. 2550
รวมโพสต์ : 303
ให้สาธุการ : 5
รับสาธุการ : 435,020
รวม: 435,025 สาธุการ

 
หลายปีที่ผ่านมา มหาบัติ เพิ่นไปเลี้ยงงัว กับหมู่ อยู่ทางท่งนาพุ่นหละ กะฮ่อข้าวไปกินนำ ตกบ่ายคล้อย งัวกำลังเล็มหญ้า กำลังสิอ่วยเมือบ้าน บัดมี เมฆ มะลูดถูดเท่า เทิงลม เทิงฝน เทิงฟ้าฮ้อง แฮงคัก เพิ่นกับหมู่กะเลยพากันไปหลบฝน อยู่ข้างกอไผ่

ฝนที่ตกบัดเป็นฝนตกใหม่ ฝนยามเดือนห้า เดือนหก พายุลมแฮงคัก บักเห็บกะเลยตกบักหลาย (บักเห็บ หรือลูกเห็บ มักสิตกเฉพาะยามฝนตกใหม่ ปลายร้อนต้นฝน หรือยามมีพายุฤดูร้อน เป็นตาย่านคัก)

มหาบัติกับพวก กะเลยพากันเก็บกินบักเห็บอย่างม่วน เย็นดี กินไปกินมาผัดเริ่มอิ่ม พอเริ่มอิ่ม กะเริ่มคึดฮอดน้องอยู่บ้าน เหลียวไปทางบ้านฟ้ากะแจ้ง จ่างป่าง ฝนบ่เป็นตาสิตก อยากให้น้องได้กินบักเห็บนำ เพราะผู้เฒ่าเพิ่นว่า กินบักเห็บแล้วมันเป็นยา กะเลยพากันเก็บบักเห็บไปฝากน้อง เก็บใส่ก่องข้าว เต็มพ่อล่อ

หลังจากนั่นฝนกะเซาตก ใกล้สิค่ำพอดี กะเลยพากันไล่งัวเข้าบ้าน พอฮอดบ้าน เพิ่นกะพากันเอิ้นน้อง ว่า มา มา อ้ายมีของดีมาสู่กิน เด็กน้อยบักหลาย กะแล่นมาหุ่ม มหาบัติ ดีใจบักคัก บัดพอเปิดฝาก่องข้าวออก บ่มีหยังจักแนว

มหาบัติเลาสูนอย่างแฮง ฮ้องขึ้นว่า
"ไหมโตด๋า มาลักกินบักเห็บ ตูวะ มันคือเก่งแท้ ก่องข้าวกะพายไว้ตลอด ฝากะปิดแน่นคัก มันยังมาลักกินได้ เก่งคัก เก่งคัก....."

ปล.ระยะทางระหว่างท่งนา กับหมู่บ้านกะไกลกันเติบ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที

 
 
สาธุการบทความนี้ : 421 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  25 พ.ย. 2549 เวลา 22:40:53  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  กระบี่โลหิต    คห.ที่14) แมงตาแตก เฮ็ดจั่งได๋กินกะแซบ  
  ผู้เยี่ยมยุทธ์

ภูมิลำเนา : มหาสารคาม
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 06 มี.ค. 2550
รวมโพสต์ : 303
ให้สาธุการ : 5
รับสาธุการ : 435,020
รวม: 435,025 สาธุการ

 
มีพ่อใหญ่อั่นหนึ่ง สมมุตินามตามท้องเรื่องว่า พ่อใหญ่มี เลากะมีลูกเขยผู้หนึ่ง ชื่อว่า ทิดดี ซะเนาะ ลูกเขยกะเป็นลูกเขยใหม่ แต่งงานกับลูกสาวพ่อใหญ่มี บ่ทันดน กะเลยได้อยู่เฮียน นำพ่อเฒ่า แม่เฒ่า บ่ทันออกเฮียน ว่าสั่นเถาะ

มื่อหนึ่ง พ่อใหญ่มี เพิ่นไปหา ห่างนกขุ่ม ยามกังเว็น พอตกบ่ายคล้อยกะได้นกคุ่ม มาสามโต ใส่ในข่อง พอมาฮอดเฮียน เลากะเหมื่อย เทิงหิวข้าว กะเลยเอาข่องที่มีนกขุ่ม 3 โต ให้ทิดดีลูกเขย พร้อมทั้งเว่าว่า

“เอ้า..ทิด เอานกขุ่ม ไปลาบมากินแซบๆเบิ่งเกิ่นหนะ”

หลังจากนั้นพ่อใหญ่มีกะไปหาอาบน้ำอาบหนอง ถ่ากินข้าว

ฝ่ายทาง ทิดดี ลูกเขย พอได้ข่องจากพ่อเฒ่าแล้ว กะฟ่าวไปเฮ็ด ย่านพ่อเฒ่าจ่ม ว่าสั่นเถาะ แต่ว่า ทิดดี เป็นทิดกะจริง แต่ว่าบ่ได้บวชดนปานได๋ ความรู้ ความรอบคอบกะเลยบ่หลาย เพิ่นกะฟ่าวเปิดฝาข่องออก พอเปิดฝาออกท่อนั่นหละ นกขุ่ม เทิงสามโต ที่กำลังรอคอยจังหวะอยู่ กะพร้อมใจกัน บิน ปี๊ ปี๊ แล้วกะ ปี๊ บินหนีไปเทิงสามโต (ทิดดี คึดว่า พ่อเฒ่า คงสิหลกขนปีกนกขุ่มออกแล้ว มันคงบินบ่ได้ แต่ที่จริงแล้ว พ่อใหญ่มี บ่ได้หลกขนปีกนกออกจ้อย ปลดจากซิงแล้ว กะใส่ข่องเลย มันกะเลยยังบินหนีได้)

พอนกขุ่มบินหนีเหมิดแล้ว ทิดดี กะตกใจอย่างแรง เฮ็ดจั่งได๋น๊อ พ่อเฒ่าจั่งสิบ่ฮ่าย คึดไปดนเติบ ถ้าสิไปบอกพ่อเฒ่าว่านกขุ่มบินหนีเหมิดแล้ว พ่อเฒ่าคงจ่มให้ว่าปึกว่าโง่แท้ กะเลยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไปตัดก้านกล้วย มา สี่ห้าก้าน (สมัยก่อน เวลาสิเฮ็ดลาบอีหยัง บ่ว่าสิเป็นลาบปลาดุก ลาบไก่ ลาบนก ชาวบ้านเฮากะมักสิเอาก้านกล้วย มาฟักใส่นำ เพื่อเพิ่มปริมาณให้ได้ลาบหลายๆ เพราะว่าคนสมัยตะกี้ ลูกดก มีลูกหลายคน ได้นกขุ่ม มา สองสามโต ลาบบ่อิ่ม กะเลยต้องหาแนวมาเพิ่มปริมาณ แต่รสชาติกะยังดีอยู่ แนวนั่นกะคือ ก้านกล้วย นั่นเอง)

พอทิดดีได้ก้านกล้วยมาแล้ว กะมาลอกเปลือกออกอย่างดี ฟักแหลกๆอย่างดี หลังจากนั้น กะขูดขี้เขียง ใส่ไปนำจักกำ (เขียงไทบ้านเฮาสมัยก่อน กะสิเป็นเขียงไม้บักขามเนาะ ฟักอีหยังแล้วกะบ่เคยล้างจักเทือดอก บ่เกี้ยงคือเขียงสมัยนี้ เขียงสมัยนี้ คนล้างดี ขี้เขียงกะเลยบ่หลาย)

ก้านกล้วยฟักใส่กับขี้เขียง เบิ่งไปเบิ่งมากะคือลาบนกขุ่มอยู่ตั๊วหละ ทิดดีกะเลยจัดการปรุงลาบนกขุ่ม (ลาบนกขุ่มที่มีแต่ก้านกล้วยกับขี้เขียง ผสมกลิ่นขนนกขุ่มเล็กน้อย) ทิดดีเลาเป็นพ่อครัวฝีมือดี สมชื่อ ลาบนกขุ่ม กะมีหน้าตาหน้ากิน หอมกลิ่นข้าวคั่ว ใบบักเวอร์ หัวหอม หอมไปจนฮอดดังพ่อใหญ่มี พุ่นหละ
“กำลังหิวข้าวอยู่พอดี มา มา ทิดหาพาข้าวมากิน บ๊า..กลิ่นหอม เป็นตาแซบคัก”
“มา มา ทิด มากินพร้อมกัน”


ทิดดีกะหาพาข้าวมาลงให้พ่อเฒ่ากิน แต่ตัวเองบ่กล้ากินนำดอก (ผู้ได๋สิไปอยากเนาะ ลาบก้านกล้วยใส่ขี้เขียง) เทิงย่านมันบ่แซบถืกปาก เดี๋ยวพ่อเฒ่าจับได้ กะเลยไปจอบเบิ่งอยู่ห่างๆ

พ่อใหญ่มี เทิงหิว เทิงหอมกลิ่นลาบนกขุ่ม เพิ่นกะจัดการ ปั้นข้าวคุ่ย คำบักใหญ่ ลังคำกะหักบักพริกหน่วยใส่พร้อม เทิงเผ็ด เทิงแซบ กินอิ่มแล้ว กะกินน้ำ ลูบท้องหล่วยหล่วย พร้อมเว่าว่า

“โฮ้..ถ่าแม่นมีลวกผักสาบ กับลวกดอกกระเจียว มากินกับคือสิแซบคักกั่วนี่ แต่กะบ่เป็นหยัง เท่านี้กะแซบคักแล้ว บ๊า….แมงตาแตก นี่ เฮ็ดจั่งได๋กินกะแซบตั๊วหนิ…”

ลูกเขยกะได้แต่ลักหัวร่ออยู่ในใจ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 483 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  25 พ.ย. 2549 เวลา 22:43:40  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  ครูแอ้นอุดร    คห.ที่15) เมียน้อย  
  ขาจร


 
ตู้สี มีควายแม่โตง้ามงาม ไถนายามได๋สิออนซอนก้นควายแม่งามเพิ่น ไถนาแล้วเพิ่นสิเอาควายไปผูกกินหญ้าอยู่หัวนา แล้วมากินข้าวงายกับยายมีอยู่เถียงนา

มื้อหนึ่งตู้สีไถนาแล้วเลยเอาควายไปผูกหัวนา เพิ่นกะเลยกินข้าวต้มกับควายอยู่หัวนา ยายมีมาส่งข้าวผัวเห็นผัวนานมาหลายกะเลยไปตามอยู่หัวนา เห็นตู้สีกำลังเฮ็ดควายแม่งามเพิ่นอยู่ กะเลยบ่กล้าเอิ้น กลับมารออยู่เถียง จนตู้สีมากินข้าว

มื้อต่อมา ตู้สีกะหย่ามเก่า ไถนาแล้วกะจูงควายไปหัวนา เฮ็ดควายแม่สาวจนเมื่อยแอ้แล่ แล้วกลับมาเถียงนา ปรากฎว่าบ่เห็นยายมีมาส่งข้าว สูนหลายเมื่อยกะเมือย หิวกะหิว นั่งถ่ากะแล่ว.. นอนถ่ากะแล่ว กะบ่เห็นเมียมาส่งข้าว ตัดสินใจเมื่อบ้านไปด่าเมีย

ตู้สี: เฒ่านี่ ..มึงเป็นหยังบ่ไปส่งข้าวกู .. มึงกะฮู้อยู่ตั๊วว่ากูไถนาเมื่อย สำได๋ นี่เบิ่งดู้..เบิ่งดู..จนสิเที่ยง กูนั่งถ่ากะแล้ว..นอนถ่ากะแล่ว มึงยังบ่ทันไปส่งกูยู๊...มึงเฮ็ดอีหยังยู๊...มึงบอกกูมาดู๊...

ยายมีเฮ็ดตาละห้อย พูดเสียงอ่อยๆ
ยายมี: ข่อย..บ่กล้าไปส่งข้าวเจ้า... ข่อยย้านเมียน้อยเจ้าซาดข่อย....

 
 
สาธุการบทความนี้ : 394 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  25 พ.ย. 2549 เวลา 22:45:31  
    ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  ว.เมืองดอกบัว    คห.ที่16) พ่อตากับลูกเขยไปเก็บใบตอง  
  ขาจร


 
กาลครั้งหนึ่งมีพ่อตากับลูกเขยอาศัยอยู่ที่กระท่อม พ่อตาเห็นกระท่อมเก่ามากแล้ว หลังคากระท่อมก็รั่วจึงชวนลูกเขยไปเก็บใบตองมาทำเพิงกระท่อม ลูกเขยก็เป็นคนชอบแกล้งพ่อตา เมื่อไปเก็บใบตองลูกเขยก็จะแกล้งพ่อตาต่างต่างนานา ทั้งสองนั่งกินข้าวอยู่สักพักแล้วพ่อตาก็ขึ้นไปปีนต้นไม้เพื่อเก็บใบตอง ส่วนลูกเขยก็จะรอเก็บใบตองอยู่ข้างล่าง  
พอเก็บใบตองได้เต็มตะกร้าหวาย ลูกเขยก็พูดขึ้นว่า "พ่อพ่อรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะไปยิงกระต่ายก่อน ( ปัสสาวะ )"  แต่ที่จริงแล้วลูกเขยหนีไปเที่ยว พอตะวันเริ่มจะตกดินลูกเขยก็กลับมาและถือโอกาสตอนที่พ่อตาเผลอแอบเข้าไปซ่อนอยู่ในตะกร้าหวาย เมื่อพ่อตาจะกลับบ้านจึงร้องเรียกลูกเขยแต่ก็ไม่มีเสียงลูกเขยตอบกลับมา จึงหาบตะกร้าหวายกลับกระท่อม เมื่อถึงกระท่อมพ่อตาก็นอนพัก ขณะที่กำลังจะล้มตัวนอนอยู่ดีๆลูกเขยก็โผล่ออกมาจากตะกร้าหวาย พ่อตารู้สึกเจ็บใจมากแต่ทำเป็นไม่เห็น วันรุ่งขึ้นพ่อตากับลูกเขยก็ไปเก็บใบตองอีก แต่ครั้งนี้ลูกเขยเป็นคนปีนต้นไม้ พ่อตารอเก็บใบตองอยู่ข้างล่าง พ่อตาก็วางแผนที่จะแก้แค้นลูกเขยเหมือนที่ลูกเขยเคยทำกับตนแต่ลูกเขยทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าพ่อตากำลังจะทำอะไร พอพ่อตาแอบเข้าไปอยู่ในตะกร้าหวายได้แล้ว ลูกเขยก็ยังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วร้องเรียกพ่อตา แต่พ่อตาก็ไม่ขานตอบ ลูกเขยจึงหาบตะกร้าหวายกลับบ้าน ขณะกำลังกลับบ้านลูกเขยก็แกล้งพ่อตาสารพัด ทั้งเตะ ถีบตะกร้าหวายทั้งที่รู้ว่าพ่อตาอยู่ข้างใน พอถึงหนองน้ำลูกเขยก็วางแผนแกล้งพ่อตาอีกโดยตะโกนขึ้นมาว่า "มีช้างเดินมากำลังจะเหยียบตะกร้าหวาย"  ส่วนพ่อตากลัวว่าช้างจะมาเหยียบจึงดิ้นรนจะออกมาจากตะกร้าหวายจนพลัดตกหนองน้ำ ลูกเขยก็หัวเราะด้วยความพอใจที่ได้แกล้งพ่อตา และในที่สุดทั้งสองก็กลับกระท่อมพร้อมกัน

http://www.phiboon.org/procuct_work_1_2548/ni_tan_kom.php

 
 
สาธุการบทความนี้ : 614 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  08 ธ.ค. 2549 เวลา 09:27:05  
    ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  ว.เมืองดอกบัว    คห.ที่17) ทิดบวชโดน  
  ขาจร


 
      มีผู้ชายคนหนึ่งซึ่งลาสิขามาใหม่ๆ  ชาวบ้านจะชอบเรียกเขาว่าไอ้ทิด  พอถึงเวลากลางคืนไอ้ทิดจะไปจีบสาว เมื่อเดินไปได้ครึ่งทางไอ้ทิดก็รู้สึกปวดท้อง  จึงไปนั่งอูจจาระบนขอนไม้ เขาอูจจาระไปถูกหลังเต่าพอดี   ก็เลยคิดว่าอุจจาระตัวเองเดินได้  ไอ้ทิดนึกในใจว่าตัวเองคงบวชนานจนมีวิชาอาคมต่อไปนี้คงสบายแน่ๆไม่ต้องเดินไปเข้าห้องน้า  พอไอ้ทิดไปถึงบ้านแฟนสาว ก็ขึ้นไปนั่งอยู่บนบ้านของแฟนสาว  
  
แฟนสาวก็เลยชวนไอ้ทิศทานข้าวด้วย เมื่อแฟนสาวเข้าไปจัดสำรับในครัว  ฝ่ายไอ้ทิดก็รู้สึกปวดท้องขึ้นมาอีก  จึงอุจจาระลงบนเสื่อ  เพราะคิดว่าอุจจาระจะเดินได้เหมือนเดิม  เมื่ออุจจาระเสร็จไอ้ทิดก็ไล่ให้อุจจาระไปแต่อุจจาระก็ไม่ยอมไป   เมื่อแฟนสาวแต่งสำรับข้าวปลาอาหารเสร็จก็เอาอาหารมาให้ไอ้ทิศกิน  ไอ้ทิศเห็นดังนั้นก็รีบพับเสื่อแล้วนั่งทับอุจจาระตัวเองเอาไว้ทันที     พอนั่งกินข้าวอยู่สักพักแฟนสาวก็บ่นว่า"เหม็นกลิ่นอะไรนะพี่ทิดได้กลิ่นหรือเปล่า" ส่วนไอ้ทิดทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้และกว่าว่าแฟนสาวจะจับได้จึงกล่าวลาแฟนสาวกลับบ้านอย่างรีบเร่ง เมื่อไอ้ทิศกลับบ้าน แฟนสาวก็เก็บข้าวปลาอาหารแล้วม้วนเสื่อทันที  หลังจากนั้นก็เข้านอน   พอถึงเวลารุ่งเช้าแม่ของแฟนสาวก็ทำความสะอาดบ้าน  เผอิญได้กลิ่นเหม็นมาจากเสื่อ    จึงเปิดเสื่อดูก็เห็นอุจจาระและคิดว่าต้องเป็นอุจจระของไอ้ทิดแน่นอน  แกเลยเรียกลูกสาวของแกมาดูเละบอกให้ลูกสาวเอาไปทิ้ง  แต่ลูกสาวไม่ยอมก็เลยเกี่ยงกันกับแม่  ส่วนผู้เป็นพ่อนั่งอยู่ใต้ถุนบ้านได้ยินแม่กับลูกเถียงกัน  จึงถือพร้าขึ้นมาบนบ้าน แล้วสับไปตรงกลางอุจจาระ ให้เมียกับลูกสาวเอาอุจจาระไปทิ้งคนละครึ่ง ส่วนไอ้ทิดเมื่อได้ยินข่าวเรื่องอุจจาระของตนก็ไม่กล้าไปจีบสาวอีกนับตั้งแต่วันนั้นมา



http://www.phiboon.org/procuct_work_1_2548/ni_tan_kom.php

 
 
สาธุการบทความนี้ : 442 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  08 ธ.ค. 2549 เวลา 09:29:56  
    ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  ว.เมืองดอกบัว    คห.ที่18) ผู้ใหญ่บ้าน...ติงต๊อง  
  ขาจร


 
       มีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านอยู่คนหนึ่ง   เป็นคนเตี้ยมากๆ จนเด็กในหมู่บ้านชอบล้อผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคนนี้ และเรียกเขาว่าผู้ใหญ่เตี้ย วันหนึ่งเขามีนัดต้องไปประชุมที่อำเภอที่จริงพ่อใหญ่เตี้ยไม่อยากไปประชุม  แต่ก็ต้องจำใจในระหว่างทางเกิดรถจักรยานยนต์ระเบิด  ผู้ใหญ่บ้านกับผู้ใหญ่เตี้ยคิดว่าโจรซุ่มทำลายเขา  ผู้ใหญ่เตี้ยจึงพูดขึ้นว่า "ถ้าไม่มีซี(เครื่องประดับยศ)พวกเราคงต้องตายไปนานแล้ว"

   เมื่อพูดจบทั้งสองจึงตกลงกันว่าให้ใส่เสื้อ  เอาด้านหลังมาด้านหน้า เพราะเมื่อกี้นี้มันยิงข้างหน้าแล้วต่อไปมันต้องซุ่มยิงด้านหลังแน่ๆ  ชาวบ้านเห็นก็พากันหัวเราะผู้ใหญ่บ้านและผู้ใหญ่เตี้ยกันยกใหญ่  พอถึงเวลากลางคืน พ่อใหญ่เตี้ยได้ตีเกาะเรียกลูกบ้านประชุม  ทุกคนมาพร้อมหน้ากันทุกคนเหลือแต่ผู้ใหญ่บ้าน  รอเท่าไรก็ไม่มาสักทีผู้ใหญ่เตี้ยจึงตัดสิใจไปตามผู้ใหญ่บ้าน  พอผู้ใหญ่บ้านมาถึงก็ปรากฎว่าผู้ใหญ่บ้านใส่ผ้าถุงมาแทนผ้าขาวม้า  เพราะว่าผู้ใหญ่บ้านพึ่งทำการบ้านเสร็จตอนที่ผู้ใหญ่เตี้ยไปเรียกพอดีจึงรีบมากไปหน่อย  จึงสลับผ้าขาวม้ากับผ้าถุงเมียผู้ใหญ่บ้าน พอมาถึงที่ประชุมลูกบ้านก็หัวเราะจนสุดท้าย  ผู้ใหญ่บ้านต้องรีบปิดประชุม



http://www.phiboon.org/procuct_work_1_2548/ni_tan_kom.php

 
 
สาธุการบทความนี้ : 418 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  08 ธ.ค. 2549 เวลา 09:34:10  
    ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  มังกรเดียวดาย    คห.ที่19) ย่านลูกคันคาย  
  มหาเซียน

ภูมิลำเนา : ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 03 มี.ค. 2550
รวมโพสต์ : 3,638
ให้สาธุการ : 8,145
รับสาธุการ : 4,549,670
รวม: 4,557,815 สาธุการ

 
มีผู้บ่าวคนนึง บ้านเลาอยู่ทางก๋าคามพุ่นล่ะ เอิ้นเลาว่า บ่าวตู้ ซะเนาะ

บ่าวตู้เลาแวะเวียนไปจีบสาว จนในที่สุด ผู้สาวกะมักเลาจ้อย ตกลงแต่งงานกันเรียบร้อยบริบูรณ์บาน....

บ่าวตู้ รอคอย คอยกะบ่มาจักเทื่อ (ย่อนว่าคอย เป็นคนฉลาด คอยเลยบ่มาหาบ่าวตู้.... งงงง ติ๊ล่ะ???)

บ่าวตู้ รอลูก จนในที่สุด  อยู่กันไปกันมา กะมีลูกตี๊ล่ะ บัดตาทีเนี่ย
เมียเลาออกลูกเรียบร้อย (โดยบ่มีไผได้กินต้มน้อง) ลูกบ่าวตู้ กะกำลังเป็นตาฮักเนาะ

มื้อนึง ขณะที่บ่าวตู้ นอนไกวอู่ลูกอยู่นั้น เมียเลา กลับจากตลาด ซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปกลับมา แล้วกะอธิบายวิธีใช้ผ้าอ้อมให้บ่าวตู้ฟังอย่างดิบดี จากนั้นกะออกไปสวนมอน

ด้วยความฮักเป็นห่วงลูก บ่าวตู้ กะแกะห่อผ้าอ้อมสำเร็จรูปออกมา แล้วกะ เอาผ้าอ้อมไปซัก ปั้นตากไว้หลังบ้าน ห้อยโอ้นโต้น เอ้นเต้น ขาวจากพาก เอาโลด.. กะยังว้า กะยังว่า

เลาย่านลูกเลาคันคาย นั่นหนา.....

 
 
สาธุการบทความนี้ : 401 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  27 ธ.ค. 2549 เวลา 16:18:56  
    www    offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  สภาไนบักขามคั่ว   ตอบเต็มรูปแบบ || Quick Reply  
  หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50

   

Creative Commons License
ฟังนิทานก้อม หย่ำไนบักขามคั่ว --- เว็บบอร์ดอีสานจุฬาฯ