ผญา คติสอนใจประจำวันที่ 23 กรกฎาคม 2557:: อ่านผญา 
เทียวทางพ้อพอใจจอดแว่ คือสิหายโศกฮ้อนสบายบ้างแบ่งเบา แปลว่า เดินทาง พบเจอที่เป็นที่น่ารื่นรมย์ แวะพักผ่อน อาจช่วยให้คลายทุกข์ได้ หมายถึง พึงรู้จักปล่อยวาง คลายความยึดมั่นถือมั่น


  ล็อกอินเข้าระบบ  
ชื่อ ::
รหัสผ่าน::
*จำสถานะ
 
  โสเหล่เฮฮาสภาไนบักขามคั่ว  
  สิทธิของท่าน
1. สามารถอ่านกระทู้ อ่านความคิดเห็นได้ทั้งหมด ยกเว้นห้องโสกันฉันพี่น้อง
2. ไม่สามารถตั้งกระทู้ ตอบกระทู้แสดงความคิดเห็นได้
3. ไม่สามารถแก้ไขกระทู้หลัก และความคิดเห็น ที่ท่านโพสต์เอง
4. ไม่สามารถลบความคิดเห็นและกระทู้หลัก ที่ท่านโพสต์เอง
5. ไม่สามารถส่งรูปภาพ(ไม่เกิน100kb)ประกอบความคิดเห็น และไม่สามารถอัพโหลดรูปภาพ(ไม่เกิน50kb)
6. ไม่สามารถแก้ไขข้อมูลส่วนตัวของท่าน ไม่สามารถเลือกสไตล์เว็บไซต์ได้
7. ไม่มีรูปแทนตัว รวมถึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไขรูปแทนตัว
8. ไม่นับสถิติจำนวนการโพสต์

หมายเหตุ
1. ข้อความที่โพสต์ทั้งหมด เกิดจากการส่งโดยผู้อยู่ทางบ้าน ทางผู้ดูแลฯ มีหน้าที่คัดกรอง แต่ไม่100%
2. ทางผู้ดูแลฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือ ลบข้อมูล ตามพิจารณาเห็นสมควร

  หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 ตอบกระทู้  
  โพสต์โดย   20) ฟังนิทานก้อม หย่ำไนบักขามคั่ว  
  มังกรเดียวดาย    
  มหาเซียน

ภูมิลำเนา : ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 03 มี.ค. 2550
รวมโพสต์ : 3,636
ให้สาธุการ : 8,145
รับสาธุการ : 2,600,200
รวม: 2,608,345 สาธุการ

 
  นิทานก้อม คือนิทานขนาดสั้น นิทานกระทัดรัด เป็นนิทานประเภทตลกขบขัน หรือนิทานขำขัน ทุกเรื่องจะมีมุขตลกอยู่ด้วย โดยมากมุขตลกมักจะอยู่ตอนจบ พอเล่าถึงมุขตลก นิทานก็จบ

นิทานก้อม เป็นนิทานเรียกเสียงฮา เสียงหัวเราะได้ดีทีเดียว โดยมาก มักเล่ากันเมื่อมีคนฟังเยอะ ๆ เช่น เมื่อทำงานร่วมกัน เมื่อกินข้าวร่วมกัน หรือเมื่อนั่งชุมนุมจับกลุ่มกันตอนเย็น เป็นต้น แต่ละที่ แต่ละแแห่ง ก็จะมีเรื่องขำๆ เปิ่นๆ แตกต่างกันไป จึงใคร่ขอให้ทั้งหลาย ช่วยกันเล่านิทานก้อม เพื่อบันทึกเป็นข้อมูลเก็บไว้ ให้คนทั่วไปได้อ่านและนำไปเล่าต่อ

เชิญทุกๆท่าน บรรเลงฝีปาก ได้แล้วครับ...

 
 
สาธุการบทความนี้ : 725 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  25 พ.ย. 2549 เวลา 22:16:01  
    www    offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  สีสมาน    คห.ที่1) ผู้เฒ่าได้เมียสาว  
  ขาจร


 
ฮักเมียหลายเด้ผู้เฒ่าได้เมียสาวซำน่อยเนียะ เมียสิเฮ็ดอีหยังเป็นสิ่งดีไปเบิดเลยบ่เคยเคียดบ่เคยโกรธ เมียเพิ่นหัวกะเป็นสาวซำน้อยแถมผู้งามอีก เพิ่นอยากเฮ็ดให้ผัวเฒ่าเคียด กะเลยเฮ็ดจังซี่ละ

นึ่งข้าวดิบ... ผัวเฒ่า.....หย่ำมันดีน๊อหล่า

ปิ้งเขียดไหม้ ...ผัวเฒ่า.....หอมดีน๊อหล่า

แกงเค็ม... ผัวเฒ่า.....ฮู่จักเขียมเอาไว้กินได้หลายมื่อน๊อหล่า

บ่เคยเคียดจักเทือ มีมื่อหนึ่ง ผัวเฒ่าเพิ่นเฝ้าเมียเพิ่นตำหมากหุ่ง เมียเพิ่นกะว่าสิเฮ็ดเส่นให้ผัวเฒ่ากินเผ็ด ๆ ใส่หมากพริกกาละมังหนึ่งพุ่น ผัวเพิ่นเห็นเพิ่นตกใจ แต่เพิ่นกะเอาใจเมียเด้ เพิ่นว่า....

"ซ่างมาเป็นตาแซบแท่..คือสิหวานหลายน๊อหล่า"

เมียเพิ่นใจฮ่ายหลาย เอาสากกะเบือฟาดต้นคอผัวแฮงเติบ...ผัวะ !!!

ผัวเฒ่า....."โฮะ....หั่นเป็นเด็กน้อยฮ้องไห้แล้วเด้เนี่ยะ........น๊อหล่า" ...

ก้ากๆๆ สมน้ำหน้า ผู้เฒ่าหัวงู
  

 
 
สาธุการบทความนี้ : 716 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  25 พ.ย. 2549 เวลา 22:19:48  
    ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  บักหำน้อย    คห.ที่2) พ่อเฒ่ากับลูกเขย ตอนรื้อบ่อน้ำ  
  ขาจร


 
วันหนึ่งพ่อตากับลูกเขยพากันไปรื้อบ่อน้ำดื่มน้ำใช้ พอขุดไปขุดมา พ่อตาไม่รู้ว่าเป็นอะไรท้องไส้ไม่ดี เกิดผายลมออกมา ลูกเขยรู้สึกเหม็นมากเลยพูดว่า

"เหม็นตดหมาตัวไหนครับ พ่อ"

พ่อตาโกรธมาก เลยพูดขึ้นว่า
"อ้าว ไอ้ทิด ในบ่อนี้ก็มีแต่กูกับมึงเท่านั้น ทำไมมึงพูดงี้วะ"

พ่อตาได้แต่แค้นอยู่ในใจ ที่ลูกเขยเรียกตนเองว่าหมา และก็คิดหาโอกาสแก้แค้น พอรื้อบ่อน้ำเสร็จ พ่อตาก็เลยถามลูกเขยว่า
"ไอ้ทิด มีเงินมั้ย"

ลูกเขยตอบว่า "มีอยู่ไม่มากเท่าไหร่พ่อ"

พ่อตาเลยชวน "เล่นโบกกันมั้ยละ"
(โบก เป็นการพนันคล้ายไฮโลว์ แต่ใช้เม็ดมะขามผ่าครึ่งเป็นอุปกรณ์หลัก)

ลูกเขยตกลง ก็เลยพากันเล่นโบก เล่นไปเล่นมา ลูกเขยเสียตังค์ให้พ่อตาจนหมด ลูกเขยกำลังติดลมอยากเล่นต่อ เลยขอยืมพ่อตา

"พ่อๆ ขอยืมตังค์ซักหน่อย พอได้ต่อทุน"

พอตาก็ตอบว่า "ยืมไม่ได้หรอกไอ้ทิด กูก็เสียเหมือนกัน"

ลูกเขยโกรธพ่อตามาก เลยพูดขึ้นว่า

"โอ้ย ไม่รู้เสียให้โคตรพ่อใคร เล่นกันอยู่สองคนเท่านั้น"

 
 
สาธุการบทความนี้ : 1059 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  25 พ.ย. 2549 เวลา 22:21:45  
    ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  เฟม    คห.ที่3) ยายสาขี่รถเมล์  
  ขาจร


 
เรื่องมีอยู่ว่า....รถเมล์แล่นผ่านประจำทางวารินอุบล เขาจะเขียนบอกผู้โดยสารว่า ผู้ใหญ่ 8 บาท เด็ก 3บาท

พอดียายสามาจากบ้านนอก พอขึ้นรถเมล์แล้วอ่านตัวหนังสือที่เขาเขียนไว้บนรถเมล์ บังเอิญเขียนไว้นานแล้วคำว่า "ผู้" ลบไป เหลือแต่คำว่า " ใหญ่ 5 บาท" เด็กก็สระเอกับไม้ไต่คู้หายไป เหลือคำว่า "ดก"

พอดีกระเป๋ารถเมล์มาเก็บเงินยายสา แกก็เลยหยิบเงินให้ 8บาท กระเป๋ารถเมล์บอกว่า
" ผู้ใหญ่ 8 บาทก็พอยาย"

ยายก็เลยพูดขึ้นว่า
" มึงอย่าโกหกกูนะ นึกว่ากูเป็นผู้เฒ่ามาจากบ้านนอก กูก็อ่านหนังสือออกอยู่นะ นั่นไง ใหญ่ 8 บาท ดก 3 บาท รวมกัน 11บาท ก็กูนี้ไงทั้งใหญ่ทั้งดก ถูกแล้วอย่ามาโกหกกู"

 
 
สาธุการบทความนี้ : 673 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  25 พ.ย. 2549 เวลา 22:24:18  
    ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  วิไซ    คห.ที่4) พ่อเฒ่ากับลูกเขย ตอนกลอนลำพาไป  
  ขาจร


 
เช้ามืดในฤดูทำนาวันหนึ่ง หมอกลงจัดมาก ลูกเขยตัวแสบแบกไถไปนาที่อยู่ห่างบ้านพอสมควร พ่อตาก็ไปนาเหมือนกันโดยเดินตามหลังลูกเขย แต่ลูกเขยไม่รู้ ลูกเขยสัปดนร้องกลอนลำไปทั่วทีบทั่วแดน...

"เมื่อคืนนี่ฝันเป็นประหลาดต่าง ฝันว่าได้เฮ็ด(...)แม่เถ่า..."

พอดีงวกคืนหลังเห็นพ่อเถ่าย่างนำก้นมาเพิ่นต๊กใจอย่างแฮง เพิ่นหัวไวเติบร้องกลอนลำต่อทันทีว่า ...

"แม่เถ่าเก่าพู้นเด้อ พ่อลุงเอยย"......

 
 
สาธุการบทความนี้ : 654 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  25 พ.ย. 2549 เวลา 22:25:36  
    ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  ทิดหมาน    คห.ที่5) ย่านคุณนายบ่แน่จริง  
  ขาจร


 
ณ ตลาดหมู่บ้านชนบท คุณนายท่านนายอำเภอออกมาเที่ยวชมตลาด มาถึงแผงอ้ายทิดมากขายกล้วย มีกล้วยเหลืออยู่ 3 หวี เพิ่นขายหวีละ 2 บาท 3หวีก็เป็นเงิน 6 บาทแมนบ่

บาดนี่ คุณนายนายอำเภอเพิ่นอยากสิซื้อกล้วยเนาะ กะเลยถามราคาเบิ่ง ทิดมาก บอกว่า

"เบิ๊ดนี่ 6 บาท คะราบคุณนาย"

คุณนายกะเลยต่อราคาว่า

"ฉันให้สี่เอาไหม"

ทิดมากกะเลยทั้งสงสัยทั้งตกใจทั้งเห็นคุณนายผู้งามหลายกะเลยเข่าใจว่าเพิ่นสิให้จังว่าตี้ กะเว่าบ่แฮงซำใด๋ดอกว่า

" โอย.ย่านคุณนายบ่แน่น้าคะร้าบ"

 
 
สาธุการบทความนี้ : 674 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  25 พ.ย. 2549 เวลา 22:26:25  
    ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  ทิดหมาน    คห.ที่6) จับราว  
  ขาจร


 
ณ กรุงเทพ บนรถเมล์ ทิดจ่อยเพิ่นเข้ากรุงเทพมาหางานทำ ก็ขึ้นรถเมล์จะไปหาเพื่อนให้ฝากงานให้ บาดนี่เพิ่นอยู่เทิงรถเมล์แล้ว

พอดีรถเมล์ฮอดทาง กทม.กำลังก่อสร้างมีหลุมใหญ่ กระเป๋าเพิ่นก็บอกคนโดยสารให้ระวังและจับราวแต่ออกสำเนียงร.เรือไม่ชัดว่า

"ละวัง ละวัง จับลาว จับลาว จับลาวไว้"

ทิดจ่อยเพิ่นใจฮ่ายหลาย คึดในใจว่าเฮาบ่เฮ็ดอีหยังผิดคือสิมาจับเฮาวะเป็นจังได๋กะเป็นกันละวะ รอจังหวะพอถึงตอนรถช้า เพิ่นโตนลงรถเมล์ทันที แล้วกะยกมือซี้ตามหลังรถเมล์ฮ่องอย่างแฮงว่า

"ไผสิจับลาว แน่จริงลงมาจับฮูขี่กูเนี่ยะ"

 
 
สาธุการบทความนี้ : 658 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  25 พ.ย. 2549 เวลา 22:27:38  
    ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  ท้าวจักกิด    คห.ที่7) ที่นี่สถานีวิทยุ  
  ขาจร


 
พ่อเฒ่าแสงเข้ามาในเมือง เพิ่นหิวข้าวหลายหาร้านขายข้าวแกงไม่เจอสักที ย่างมาได้โดนเติบ เห็นร้านหนึ่ง ก็ร้านขายข้าวแกงนั่นแหละ มีหม้อข้าวหม้อแกง จานชาม ตั้งหน้าร้านเต็มอยู่

พอย่างฮอดร้าน เพิ่นได้ยินเสียงวิทยุดังออกมาจากร้านว่า

"ที่นี่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย"

เพิ่นฟ่าวกลับหลังหันเลย ฮ้องว่า

"ป้าดติโท้ กูว่าแม่นร้านขายข้าว"

 
 
สาธุการบทความนี้ : 677 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  25 พ.ย. 2549 เวลา 22:28:40  
    ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  บักหล่าอ้วน    คห.ที่8) เชือกควายฮะ  
  ขาจร


 
ผู้เฒ่าคนหนึ่งกลับจากนาได้แผลจากเชือกผูกควายที่เอาไปเลี้ยง เพราะตอนคนวายตื่นมันกระชากเชือกที่แกถืออยู่ทำให้บาดผิวหนังจนเป็นแผล (อาการที่ทำให้เกิดบาดแผลแบบนี้ภาษาพื้นบ้านอีสานเรียก ฮะ) แกก็เลยต้องทำการรักษาตัวเองโดยไปหาซื้อยาแดงในตลาดที่ร้านหมอตี๋

หมอตี๋ "ซื้ออะไรละลุง "
ผู้เฒ่า "ซื้อยาแดงจักขวดแน" (ยาแดงขวดนึง)

หมอตี๋ซึ่งยังไม่ชำนาญการฟังภาษาอีสานก็เลยถามซ้ำว่า "อะไรฮะ "

ผู้เฒ่า "เซียก***ฮะ" (เชือกควายบาด) และควายภาษาอีสานไม่มีสระอาหรอกครับคุณ]

หมอตี๋ ???

 
 
สาธุการบทความนี้ : 675 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  25 พ.ย. 2549 เวลา 22:34:31  
    ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  มังกรเดียวดาย    คห.ที่9) คน คน คน  
  มหาเซียน

ภูมิลำเนา : ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 03 มี.ค. 2550
รวมโพสต์ : 3,636
ให้สาธุการ : 8,145
รับสาธุการ : 2,600,200
รวม: 2,608,345 สาธุการ

 
มีเด็กน้อยวัยรุ่นหมู่กันอยู่สี่คน คึดอยากกินต้มไก่แซบๆ แต่ว่าบ่มีไก่สิต้มเด้ กะเลยพากันไปลักไก่พ่อใหญ่ลามาโตหนึ่ง เอามาฆ่าหลกขนต้มอยู่ท่งนา ว่าซั่นเถาะ

บักอั่นนึงหลกขน สับไก่ บักอันนึงดังไฟ บักอั่นนึง หาของหอม เครื่องปรุงนำ บักอั่นนึงขึ้นต้นไม้เบิ่งต้นทาง ว่ามีคนย่างมาแถวนี้บ่ ว่าซั่นเถาะ

การลักขโมยของผู้อื่นนี่ มันบ่ดีเด้อ ซุมสี่ขี้ขโมยนี้ กะบ่ดีคือกัน จักแมนอยากกินแฮงน้อ หมู่เจ้ากะดาย ฮึ.....

ย่อนว่า เป็นไก่ที่ลักขโมยมานั่นล่ะ กะเลยพากันระแวง ย่านชาวบ้าน ย่านผู้อื่นมาเห็น กะยังว้ากะยังว่า กะเลยต้องให้ผู้นึงขึ้นต้นไม้เป็นยามนั่นล่ะ

หลังจาก จัดการเอาไก่ลงต้มในหม้อแล้ว ทั้งสามคน กะนั่งคองท่าอยู่ใต้ต้นไม้ อีกบักนึงกะอยู่เทิงต้นไม้ เด้

สามคนนั่งคุยกันเพลิน เสยอยู่ตี้ล่ะ

บักอยู่เทิงต้นไม้ เหลียวลงมาทางล่าง เห็นหม้อต้มไก่น้ำเดือดปุด ปุด... กะเลยสิฮ้องบอก ให้ซุมอยู่ทางล่างคนต้มไก่ ซั่นดอก เลาฮ้องอย่างแฮงว่า

“คน..คน..คน”

พวกอยู่ทางล่าง ได้ยินคำว่า “คน” ท่อนั่นล่ะ เข้าใจว่า “มีคนมา” พากันย่านถืกจับ กะเลย คว่ำหม้อต้มไก่ บับ แล้วกะฟ้าวแล่นหนี สะล่ะล่ะ

บักอยู่เทิงต้นไม้ เห็นซุมอยู่ทางล่าง แล่นหนี เข้าใจว่า “มีคนมา” กะเลย ฟ้าวลงต้นไม้ แล่นหนีนำก้นซุมนั้นไป

ซุมบักสามคน เห็นบักอยู่เทิงต้นไม้แล่นนำก้นมา กะยังเข้าใจว่า “มีคนมา” กะแฮ่งแล่นบ่หยุด

คนเทิงเหมิด แล่นหนีไปจนไกล ก๋าว่าบ่มีไผเห็นแล้ว กะเลยหยุดเซาเมื่อย...

บักอยู่เทิงต้นไม้ กะเลยถามว่า

“สูพากันแล่นหนีอีหยัง?”

“กะแล่นหนีคน นั่นแหล่ว”

“กูอยู่เทิงต้นไม้สูงๆ คือบ่เห็นมีไผมา”

“กะมึงเป็นคนฮ้องบอกตู ว่า คน คน บ่แมนตี้?”

“โฮ้ย...หมู่ฮาสูเอ้ย... กูบอกให้สูคนต้มไก่ เด้เดียวเนียะ...”

“โอย... สำมาเสียดายต้มไก่แท้ล่ะน้อ.... กูบ่น่างุมหม้อต้มไก่เลย..” พะน๊า...


ทั้งสี่ขี้ขโมย กะเลยบ่ได้กินต้มไก่จ้อย.... สะล่ะล่ะ.

 
 
สาธุการบทความนี้ : 731 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  25 พ.ย. 2549 เวลา 22:35:54  
    www    offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  สภาไนบักขามคั่ว   ตอบเต็มรูปแบบ || Quick Reply  
  หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50

   

Creative Commons License
ฟังนิทานก้อม หย่ำไนบักขามคั่ว --- เว็บบอร์ดอีสานจุฬาฯ