มิตรไมตรีเลิศล้ำ วัฒนธรรมอลังการ สืบสานตำนานทรงคุณค่า อีสานจุฬาฯร่วมใจอนุรักษ์

กระดานสนทนา ชมรมศิลปวัฒนธรรมอีสาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โสเหล่ เฮฮา กับสภาไนบักขามคั่ว

ตั้งกระทู้ใหม่
549) การฟ้อนที่สวมเล็บของอีสาน
 


เล็บฟ้อนของภาคอีสานซึ่งในหลายท้องที่จะเรียกต่างกัน

เช่น ชาวไทลาวจะเรียกว่า ส่วยหรือซวยมือ

ชาวภูไทจังหวัดสกลนคร เรียกว่าโก๋ยมือ

ชาวภูไทจังหวัดกาฬสินธุ์ เรียกว่า ตวยมือ

การฟ้อนที่สวมเล็บในภาคอีสานนั้นเป็นการฟ้อนที่มักจะเกี่ยวข้องกับบุญประเพณีในท้องถิ่น ซึ่งจะมีในบุญบั้งไฟ และบุญผะเหวดเป็นส่วนมาก

โดยการฟ้อนจะเกิดเป็นลักษณะการฟ้อนแบบขบวนแห่ หรือขบวนเซิ้ง ในอดีตการฟ้อนประเภทที่สวมเล็บนี้ มักจะเป็นผู้ชายเป็นผู้ฟ้อนทั้งหมดเพื่อเป็นการแสดงความสามารถทางด้านนาฏศิลป์ของผู้ชาย และเป้นการแสดงความอดทนด้วยเนื่องด้วยต้องฟ้อนขณะกลางวันที่อากาศร้อน ทั้งต้องสวมเล็บที่ยาวและหนัก รวมไปถึงเสื้อผ้าเครื่องประดับต่างๆที่พูดได่ว่ามีเท่าไหร่เอ้ใส่กันเต็มที่ เพื่อเป็นการแสดงความอดทนเพื่อให้ผู้หญิงได้ชม
การแต่งกายแต่ละท้องที่ก็จะนุ่งผ้าต่างกันเช่น ผ้าโสร่งไหม ผ้าซิ่นไหม(เซิ้งบอกบุญหรือเซิ้งขอเหล้า ผู้ชายจะนุ่งซิ่นแทนการนุ่งโสร่ง) ผ้าไหมหางกระรอก ผ้าไหมมัดหมี่ปูม เป็นต้น แต่ปัจจุบันก็มีผู้หญิงร่วมฟ้อนด้วย

ประเภทของการฟ้อนที่สวมเล็บ ในงานบุญบั้งไฟได้แก่


เซิ้งบั้งไฟ

การเซิ้งขอเหล้า หรือเซิ้งเพื่อรับบริจาคทานของคุ้มบ้านเพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมของหมู่บ้านในงานบุญบั้งไฟ



การแต่งกายในชุดศรัทธาของชาวบ้านในบุญบั้งไฟ

....................................
ฟ้อนกลองตุ้ม เป็นการฟ้อนที่เกิดขึ้นในประเพณีบุญบั้งไฟ เช่นเดียวกัน ฟ้อนกลองตุ้มที่เห็นเด่นชัดมากที่สุดอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดศรีสะเกษ


ฟ้อนกลองตุ้มเมืองอุบล


ฟ้อนกลองตุ้ม ของบ้านหนองแก้ว บ้านหนองแวง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ

ฟ้อนกลองตุ้ม บ้านผึ้ง ต.ทาม อ.กันทรารมย์  จังหวัดศรีสะเกษ มีลักษณะเหมือนกันกับฟ้อนกลองตุ้มของประเทศลาว





ฟ้อนกลองตุ้มบ้านหนองขอน(ไม่ทราบจังหวัด)
 คห.ที่1)
ฟ้อนละคอน(ละคร) ของชาวภูไท อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์

   การฟ้อนละคอน เป็นการฟ้อนของหนุ่มๆ ชาวภูไทสมัยโบราณ
ซึ่งในขณะนั้นการรวมกลุ่มฟ้อนละคอนมิได้มีการนัดหมายเกิดจากการเป็นช่วงหน้าเทศกาลหรืองานบุญประเพณี เช่นบุญบั้งไฟ  บุญเดือนออกพรรษา หนุ่มๆชาวภูไทจะลงไปรวมตัวกัน จะลงไปรวมตัวกันเพื่อฉลองงานบุญ



ส่วนการแต่งกายนั้นก็อยู่ที่ว่าหนุ่มที่ตนเองแอบพอใจอยู่ โดยฝากผ่านทางพ่อสื่อ แม่สื่อ ซึ่งเครื่องก็จะมีผ้าโสร่งผ้าเข็นหางกระรอก ผ้าแพรวาผืนเล็ก ส่วนที่ผสมอี่นๆ ก็แล้วแต่สาวๆ จะหามาซึ่งให้นั้นก็เท่ากับบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยของสาวๆ ที่มาแอบชอบหนุ่มคนนั้นว่าจะขยันหรือไม่ ถ้ามีเครื่องแต่งกายมาให้หนุ่มมาก็แสดงว่าสาวคนนั้นทอผ้ามือเป็น สามารถมีคู่ครองได้แล้ว  

เช่นเดียวกันกับที่อื่นๆ ฟ้อนละคอนที่เดิมใช้ผู้ชายฟ้อนก็ใช้ผู้หญิงฟ้อนด้วยในปัจุบัน


สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ กับชาวภูไทบ้านโพนในชุดฟ้อนละคอน(ด้านหลัง)
 คห.ที่2)


ฟ้อนภูไทสกลนคร

เป็นการฟ้อนบวงสรวงพระธาตุเชิงชุม ฟ้อนภูไทที่ถือว่าเก่าแก่ที่สุด คือการฟ้อนภูไทของบ้านโนนหอม จ.สกลนคร

 คห.ที่3)


ฟ้อนโก๋ยมือ จ.สกลนคร

เป็นการฟ้อนในงานบุญผะเหวดหรือบุญเดือน4

(ผมสันนิษฐานว่า การฟ้อนชุดนี้น่าจะดัดแปลงมาจากการฟ้อนละคอนหรือการฟ้อนกลองตุ้ม )

การแต่งกายฟ้อนโก๋ยมือแบบดั้งเดิม  

  
 คห.ที่4)
ฟ้อนแถบลาน หรือฟ้อนเสื้อแขบลาน  เป็นการฟ้อนรำของชาวไทลาว พบที่ตำบลบ้านติ้ว อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์



แขบลานเป็นภาษาพื้นเมืองแปลว่า แถบ จึงสามารถเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า แถบลาน
การตั้งชื่อตั้งตามลักษณะการแต่งตัวในเวลาฟ้อนคือ ตัวเสื้อจะมีแถบใบลานแห้งมาเย็บติดเป็นลวดลายต่าง ๆ  



            การฟ้อนเสื้อแถบลาน จะออกแสดงในงานเทศกาลต่าง ๆ เช่น เทศกาลเข้าพรรษา เทศกาลบุญบั้งไฟ ศิลปะการฟ้อนรำประเภทนี้มีอยู่ ณ ที่นี้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น แต่เริ่มมาแต่สมัยใดยังไม่มีผู้ใดทราบ

                การแต่งกาย  เสื้อที่ใช้เป็นเสื้อหม้อฮ่อมไม่มีปก แขนยาวทรงกระบอก ตามลำตัวและแขนเสื้อเย็บติดด้วยแถบลาน อ่อนที่ตากแห้งแล้ว กว้างประมาณ ๑ เซนติเมตร ใช้กรรไกรตัดริมให้เป็นหยักสวยงาม แล้วนำไปเย็บติดกับเสื้อให้มีลวดลายตามที่ต้องการ อาจย้อมสีเหลืองอ่อน ๆ ก็ได้ เสื้อของผู้ฟ้อนหญิง และชายจะเหมือนกัน ที่ต่างกันคือ ผู้ชายนุ่งกางเกงสีดำขาสั้น ส่วนผู้หญิงนุ่งผ้าซิ่นแบบชาวบ้าน ส่วนมากจะเป็นผ้าไหมมัดหมี่ ที่เอวจะติดกระดิ่งข้างละลูก เวลารำจะมีเสียงดังตามจังหวะกลอง  ศีรษะทุกคนทั้งชายหญิงจะโพกผ้าแดง

http://www.photohobby.net/webboard/post_photo/3241a11.jpg

ผู้ฟ้อนจะใส่เล็บ ซึ่งทำด้วยซี่ไม้ไผ่เล็ก ๆ สานเป็นกระบอก สำหรับใส่นิ้วมือ ปลายเล็บเรียวยาวประมาณ ๑ ฟุต พันด้วยไหม หรือด้ายแดงสลับกับสีเหลือง และที่ปลายเล็บทำเป็นดอกแดงหรือเหลือง



                ดนตรี  มีอยู่สามชนิด คือ กลองขนาดใหญ่ เรียกว่า กลองบั้ง เป็นกลองสองหน้า ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง เจาะตรงกลาง ยาวประมาณ ๑ - ๓ ฟุต  เวลาตีประกอบการรำต้องใช้สองคนหาม โดยหันหน้ากลองไปทางเดียวกับไม้คานหาม คนหลังเป็นผู้ใช้ไม้เล็ก ๆ ตีตามจังหวะที่ต้องการ ดนตรีชิ้นต่อมาคือ ฆ้อง เป็นฆ้องขนาดใหญ่หรือเล็กก็ได้ โดยทั่วไปมีขนาดใหญ่ ให้คนหามกลองคนหน้า หรือคนอื่นตีก็ได้ การตีต้องตีให้เข้ากับจังหวะเสียงกลอง ชิ้นที่สามคือ ฉาย ต้องตีให้เข้าจังหวะเสียงกลองเช่นกัน

                ท่ารำ  เพียงแต่ยกมือที่ใล่เล็บยาว ๆ ขึ้นแล้วเต้นไปตามจังหวะเสียงกลอง ฆ้องและฉาบ เพื่อให้กระดิ่งที่ผูกไว้ที่เอวดังไปตามจังหวะ

ข้อมูลจาก http://203.144.136.10/service/mod/heritage/nation/oldcity/phetchabun8.htm
 คห.ที่5)
ขอบคุณมากครับ

แหม  ได้ความรู้เยอะเลย  

เอ้อ  มีเรื่องจะถามครับ  ปกติฟ้อนภูไทสกลเนี่ยเค้าใช้เล็บสีอะไรกันแน่ครับ  เห็นบางที่ก็แดง  บางที่ก็ขาว  แล้วความยาวปกติมันเท่าไหนเหรอครับ

ส่วนที่โรงเรียนผม  เล็บฟ้อนภูไทเป็นพู่สีขาว  แต่ตัวเล็บพันฝ้ายเป็นลายอย่างธงชาติเลย  ยาวเป็นฟุตแน่ะ
 คห.ที่6)


-เล็บฟ้อนภูไทสกลนครจะมีทั้งพู่ขาวและแดง สีขาวเป็นแบบฉบับเฉพาะบ้านโนนหอม

ส่วนพู่สีแดงเป็นแบบราชภัฏสกลนครครับ


-เล็บที่พันลายที่พันแบบสีธงชาติ จะใช้เฉพาะฟ้อนโก๋ยมือ บางทีจะเห็นอยู่ในขบวนบั้งไฟบ้าง

เป็นเล็บที่ดัดแปลงมาจากส่วยมือครับ สังเกตจากภาพเลยว่าเทคนิคการพันจะคล้ายกัน  

ส่วนความยาวของเล็บฟ้อน ถือว่าการแสดงของภาคอีสานจะสวมเล็บยาวมากว่าแห่งอื่นๆครับ  ความยาวก็ 1ฟุตโดยประมาณครับ
ตอบกระทู้


 แสดงความคิดเห็น
เรื่อง :
รายละเอียด*: 

ใช้ html ได้ 
(เฉพาะที่กำหนดให้) 

ใช้ bbcode ได้  
ใช้ space bar ได้  
(เฉพาะรายละเอียด) 



กรุณาล็อกอินเข้าระบบก่อนครับ

Creative Commons License