มิตรไมตรีเลิศล้ำ วัฒนธรรมอลังการ สืบสานตำนานทรงคุณค่า อีสานจุฬาฯร่วมใจอนุรักษ์

กระดานสนทนา ชมรมศิลปวัฒนธรรมอีสาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โสเหล่ เฮฮา กับสภาไนบักขามคั่ว

ตั้งกระทู้ใหม่
370) รำไข่มดแดง
 
สวัสดีค่ะ พี่ๆๆ พอดีหนูอยากทราบประวัติ เรื่องราว ของรำแหย่ไข่มดแดงมากๆๆๆเลยค่ะ จะไปทำรายงานส่งอาจารย์ที่โรงเรียนอ่ะค่ะพี่ๆๆที่น่ารัก
ขอบพระคุณมากนะค่ะ
 คห.ที่1) เซิ้งแหย่ไข่มดแดง


เซิ้งแหย่ไข่มดแดง

อาหารอีสานส่วนใหญ่จะได้มาจากธรรมชาติ ทั้งที่เป็นสัตว์เล็ก สัตว์น้อย และพืชพันธุ์ต่างๆ นับได้ว่าชาวอีสานเป็นนักกินผู้หนึ่งทีเดียว ไข่มดแดงนับเป็นอาหารประจำถิ่นอีสาน จนสามารถนำมาขายจนกลายเป็นอาชีพได้ ทางภาควิชานาฏศิลป์ วิทยาลัยครูบุรีรัมย์(ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์) เห็นว่าควรจะอนุรักษ์อาชีพแหย่ไข่มดแดงนี้ในรูปของการแสดง จึงได้ทำการศึกษาถึงขั้นตอนการนำไข่มดแดงลงมาของชาวบ้าน โดยอาจารย์ประชัน คะเนวัน และอาจารย์ดรรชนี อุบลเลิศ เป็นผู้เขียนรายละเอียดของขั้นตอนการแหย่ไข่มดแดงโดยละเอียด การแสดงเซิ้งแหย่ไข่มดแดงเป็นการอนุรักษ์อาชีพของชาวอีสานอย่างหนึ่ง

เครื่องแต่งกาย ฝ่ายชายนุ่งกางเกงขาก๊วย เสื้อคอกลมแขนสั้น มีผ้าขาวม้าคาดเอว และใช้ผ้าขาวม้าโพกศีรษะ ฝ่ายหญิงสวมเสื้อแขนกระบอก 3 ส่วนคอกลม ห่มสไบ นุ่งผ้าซิ่นมัดหมี่สั้นแค่เข่า

เครื่องดนตรี ดนตรีที่ใช้ประกอบการฟ้อนจะใช้ดนตรีพื้นเมืองอีสานลายเซิ้ง

อุปกรณ์สำหรับการแสดง ครุใส่น้ำ ตะกร้าผูกปลายไม้ยาว ผ้าสำหรับกวนมดแดง การจัดการแสดงลำดับขั้นตอนดังต่อไปนี้

เดินทางออกจากบ้าน หญิงถือครุใส่น้ำ ชายถือไม้ยาวสำหรับแหย่รังมดแดง และเหน็บผ้าสำหรับกวนมดแดง
มองหารังมดแดง
แหย่มดแดงได้เทลงในครุใส่น้ำ
นำผ้ากวนมดแดง เพื่อแยกตัวมดออกจากไข่มดแดง
เทน้ำออกจากครุ
เก็บอุปกรณ์เดินทางกลับบ้าน
 คห.ที่2)
ขอบคุณอ้ายโอ้ตหลายๆที่บอกเล่าความเป็นมาของการแสดงชุดนี้ให้พวกเราได้รับรู้
 คห.ที่3) ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ อ้ายโอ๊ต มากๆๆๆๆๆๆ เลยค่ะ ที่ช่วยเพิ่มความรู้ให้ ถ้ามีปัญหาเรื่องใดอยากรู้น้องขอรบกวนพี่ๆๆ อีกนะค่ะ
 คห.ที่4)
อยากได้รูปท่าเซิ้งแหย๋ไข่มดแดง ใครหาให้ได้บ้างค่ะ  จะส่งอาจารย์พรุ่งนี้แล้วยังหาไม่ได้เลย
 คห.ที่5)
ออนซอนเด้
 คห.ที่6)
อาหารชั้นสูง
 คห.ที่7)


รูปวาด เซิ้งแหย่ไข่มดแดง ครับ

เพิ่มเติมให้ด้วยครับ

พอดีวาดไว้นานแล้วแต่ไม่ได้เอามาลงสักที  

........................................................

เซิ้งแหย่ไข่มดแดง


ในอดีตนั้น การประกอบอาหารและการเสาะหาแหล่งอาหารของชาวไทอีสานในความเป็นอยู่แบบพอเพียงไม่ได้ซื้อหาจากตลาดหรือร้านค้าดั่งเช่นในปัจจุบัน ชาวอีสานในอดีตจึงออกแสวงหาอาหารในแหล่งธรรมชาติใกล้ชุมชน เช่น ในท้องนา ป่าชุมชน ป่าทาม รวมไปถึงในแหล่งน้ำตามธรรมชาติ แม้ว่าปัจจุบันวิถีชีวิตบางอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างก็ตาม ด้วยกระแสบริโภคนิยม บางท้องที่หรือบางชุมชนก็ยังหาอยู่หากินอย่างพอเพียงตามวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมกันอยู่
“ไข่มดแดง” รวมถึงตัวอ่อนของมดแดง ก็ถือได้ว่าเป็นอาหารอีสานที่หารับประทานได้ในช่วงหน้าแล้งเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นอาหารตามฤดูกาลแม้ในปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยมในการบริโภคกันอยู่ ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ และสามารถหาได้ง่ายๆในท้องถิ่น ซึ่งกรรมวิธีการหาไข่มดแดงจะต้องมีอุปกรณ์ คือ ไม้ไผ่ยาวผูกปลายด้วยตะกร้า และมีคุใส่น้ำเตรียมไว้ใส่ไข่มดแดงที่แหย่ได้ แล้วใช้เศษผ้ากวนเอาตัวมดแดงแยกออกจากไข่ เพื่อนำไปประกอบอาหารต่อไป
ภาควิชานาฏศิลป์ วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ (มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์) ได้ศึกษารูปแบบการแหย่ไข่มดแดงของชาวบ้าน โดย อ.ประชัน คะเนวัน และ อ. ดรรชนี อุบลเลิศ ได้ศึกษาขั้นตอนอย่างละเอียด ก่อนจะนำมาประดิษฐ์เป็นชุดการแสดง “เซิ้งแหย่ไข่มดแดง” ซึ่งมีความสนุกสนานเร้าใจในแบบศิลปการแสดงแบบชาวอีสาน ซึ่งได้แสดงออกถึงการออกไปหาไข่มดแดง ซึ่งได้มาอย่างยากลำบาก ทั้งต้องถูกมดแดงกัดหรือไต่ตามเสื้อผ้า การกวนแยกตัวมดแดงออกจากไข่ ทำให้ชุดการแสดงนี้บอกเล่าวิธีการได้อย่างละเอียด ลายดนตรีที่ใช้ได้แก่ ลาย สุดสะแนน ลายเซิ้งบั้งไฟ
อุปกรณ์ประกอบการแสดงได้แก่ ฝ่ายหญิงจะถือคุใส่น้ำและเศษผ้าเหน็บไว้ที่เอว และฝ่ายชายจะถือตะกร้าผูกติดกับไม้ไผ่ยาวเพื่อใช้แหย่ไข่มดแดง

การแต่งกาย- ชาย  สวมเสื้อผ้าฝ้ายย้อมครามแขนสั้น นุ่งโสร่ง ใช้ผ้าขิดหรือผ้าขาวม้ามัดเอว และโพกศีรษะ
- หญิง  สวมเสื้อแขนกระบอก ห่มสไบขิด นุ่งผ้าซิ่นมัดหมี่ยาวคลุมเข่า ผมเกล้ามวยประดับดอกไม้ สวมเครื่องประดับเงิน
…………………………………………
 คห.ที่8)
ดีหลายๆครับ
 คห.ที่9)
เพลงที่ใช้ประกอบการแสดง(เพิ่มเติม)


เพลงเอกลักษณ์ไทย (ทำนองขับทุ้มหลวงพระบาง)
ใช้ประกอบตอนจบการแสดงวงโปงลาง ของวิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด

เอกลักษณ์ชาติไทยของเรานี้หนา             ช่างวิจิตรโสภาสมควรรักษาเอาไว้น้องพี่
จงช่วยรักษาวัฒนธรรมคุณความดี                             เพื่อศักดิ์ศรีแก่ชาติไทยเสมอ
ห่วงเดมาห่วงหลายเดห่วงวัฒนธรรม                        โอนอห่วงเด  มาห่วงหลายเดห่วงว่าจะหาย
เฮามาเหลือใจเด คนไทยทั้งเพ บ่เห็นคุณค่า                    
อยากให้พี่น้องไทยช่วยกันส่งเสริม         อีกผดุงเผดิม เกื้อหนุนขุนสร้างเอกลักษณ์ล้ำค่า
เพื่อลูกหลานชาวไทยจะได้ชม                                 ที่สะสมมรดกมาแต่หลัง
ออนซอนปู่ย่าครั้งก่อนคิดค้นขึ้นมา                          ออนซอนปู่ย่าครั้งก่อนช่วยกันรักษา
แต่มาถึงหมู่เฮาก็ต้องซบเซาดั่งของไร้ค่า                  
โอ้อกเอย.... โอ้อกเจ้าแหลมทอง ชะเอิง เอิง เอย ชะเอิง เอิง เอย...
โอ้อกพ่อแหลมทอง จะถูกคนเข้ามาครอบครอง ถ้าพี่และน้องขาดวัฒนธรรม
พี่น้องเอย พี่น้องเอย จงช่วย จงช่วยรักษา วัฒนธรรมล้ำค่าให้เด่นสง่าเป็นมิ่งขวัญชาติไทย……
…………………………………….

เพลงไทพวน (ทำนองขับทุ้มเชียงขวาง)

ใช้ประกอบการแสดงชุด “ฟ้อนไทพวน” ของชมรมนาฏศิลป์จังหวัดหนองคาย

                โอ้น้อ..มื้อนี้แม้ เลิศล้ำ มื้อประเสริฐ ดีงาม เฮาจึงมีเวลาพบกัน คราวนี้ โอกาสดีนางได้ เดินทางมาต้านกล่าว ถามข่าวคราวพี่น้องทางพี่ผู้สู่คน พี่น้องเอย
                โอ้น้อ..ยามเมือมาพบพ้อ แสนชื่นสมใจ พี่น้องเอย พอสร้างไขวาจาสิ่งใดมาเว้า เฮียมขอเอามือน้อมประนมกรละต้านต่อ ขอขอบใจพี่น้องทางพี่ผู้สู้คน พี่น้องเอย
                โอ้นอ..เฮานี่แม้ ชาติเชื้อซาวเผ่าไทพวน พี่น้องเอย เนาอยู่เมืองเชียงขวางประเทศลาว ทางพุ้นกับทางพงศ์พันธุ์เซื้อ วงศ์วานคณาญาติ พากันเนาคึดสร้างทางพู้นสู่คน พี่น้องเอย
                โอ้น้อ..เฮานี่แม้ ชาติเชื้อสายเลือดเดียวกัน พี่น้องเอย มีหลายอันคือกันบ่ต่างกันบ่น้อย คอยล่ำแล สีหน้าอาภรณ์ ทุกสิ่งอย่างทุกท่าทาง ปากเว้าเสมอด้ามดั้งเดียวกันนั่นแหล่ว
                โอ้น้อ..ที่มีกาลหาบต้อน ยังสมเกียรติจบงาม การอยู่กินไปมาสะดวกดี ทันด้าน สมว่าเป็นเมืองบ้าน เฮือนเคียงของน้องพี่ เฮียมได้เนาที่นี่เสมอบ้านแคบตน พี่น้องเอย
                โอ้น้อ..มาถึงตอนท้ายนี้ เนียมก็กล่าวอวยพร ขอวิงวอนคุณพุทธ พระธรรมองค์เจ้า ขอให้มานำเข้า บันดาล และหยู้ส่ง ขอให้บ่งพี่น้อง อายุหมั่นหมื่นปี เว้ามาฮอดบ่อนนี้นางขออวยลาลง ขอขอบใจพงศ์สายโง้ง ลุง อาว ป้า ที่ได้อดสาเยิ้นฟังเฮา น้อต้านกล่าว หวังว่าคราวหน้าพุ้นคงสิได้พบกันพี่น้องเอย ลา..ลงท้อนี้..แหล่ว ๆ
……………………………………….

เพลงฟ้อนแคน (ทำนองเพลงลูกทุ่ง-หมอลำ)

ใช้ประกอบการแสดงชุด “ฟ้อนแคน” ของวิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์

             (เกริ่น) ได้ยินเสียงแคนอ้าย คืนเดือนหงายคึดฮอดพี่ เสียงลมพัดวี่วี่ พัดแฮงคึดฮอดอ้าย โอยหลายมื้อ แต่คิดนำ จักแม่นกรรมหยังน้อ จั่งหมองใจได้ไห้จ่ม พี่เอ๋ย...พี่ บ่สมความมาดแม้นแลงเซ้าดูเปล่าดาย ซ่างบ่กลายมาบ้าน ให้นงคราญได้เหลียวเบิ่ง มาให้ใจอีน้อง ๆได้มองอ้ายให้ชื่นใจ…นั่นละหนา

           (ร้อง)  เสียงแคนดัง ฟังตุแลแล่นแตร้     ตุแลแล่นแตร้ ไผนอมาเป่า ๆ
เสียงเหมือนดังเรียกสาว ถามว่าบ้านอยู่ไส น้องได้ฟัง เสียงแคนดังหวนไห้ เสียงแคนบาดดวงใจ     เหมือนอ้ายเคยเป่าให้ฟังๆ

* โอ้…ฮักเอ๋ย ก่อนอ้ายเคยเว้าสั่ง ฮักอ้ายบ่จืดบ่จาง เหมือนแคนอ้ายสั่งดังแล้แล่นแตร ๆ  
        บ่ลืมเลือน ยามเมื่อเดือนส่องหล้า สองเราเคยเว้าว่า บ่ลืมสัญญา ฮักใต้ร่มไทร ยามน้องจากมา อ้ายจ๋า อย่าห่วงอาลัย เสียงแคนคราใด ยังคิดฮอดอ้ายอยู่ทุกเวลา ๆ
(ซ้ำ *)
.......................................
ตอบกระทู้


Creative Commons License