ผญา คติสอนใจประจำวันที่ 2 ตุลาคม 2557:: อ่านผญา 
ไผผู้พาโลล้นโลภามักมาก โลภลื่นล้นเมือหน้าบ่ดี แปลว่า ใครที่มักโลภ โลภมากเกินพอดี ย่อมมีคติหรือทางไปที่ไม่ดี หมายถึง ไม่พึงเป็นคนโลภมาก พึงหาเลี้ยงชีพด้วยความสุจริต


  ล็อกอินเข้าระบบ  
ชื่อ ::
รหัสผ่าน::
*จำสถานะ
 
  นิทานพื้นบ้านอีสาน  
       นิทานพื้นบ้าน ในที่นี้ หมายถึงนิทานขนาดยาว อันเป็นเรื่องราวทางจินตนาการ ซึ่งเป็นเรื่องเล่าเพื่อความบันเทิง เพื่อเป็นคติคำสอน เป็นต้น เช่น ผาแดงนางไอ่ ขูลูนางอั้ว นางผมหอม ฯลฯ

     นิทานพื้นบ้านนี้ ความจริง มีเนื้อหาค่อนข้างยาว หรือบางเรื่องก็ยาวมาก ขนาดหมอลำ ลำทั้งคืนยันสว่าง ยังไม่จบ นั่นแหละ หากเล่าให้ละเอียดได้ ก็เป็นการดีทีเดียว แต่หากละเอียดไม่ได้ ก็คงเป็นเพียงเรื่องย่อ เพื่อให้รู้ว่า นิทานเื่รื่องนั้นๆ เกี่ยวกับเรื่องอะไร

    เชิญทุกๆท่าน ร่วมเล่านิทานพื้นบ้าน ได้แล้วครับ...



หมายเหตุ
1. ข้อความที่โพสต์ทั้งหมด เกิดจากการส่งโดยผู้อยู่ทางบ้าน ทางผู้ดูแลฯ มีหน้าที่คัดกรอง แต่ไม่100%
2. ทางผู้ดูแลฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือ ลบข้อมูล ตามพิจารณาเห็นสมควร

  หน้า: 1 ตอบกระทู้  
  โพสต์โดย   นิทานเรื่อง : สีธน มโนราห์  
  ภาส  
 
 
  ศิษย์พี่

ภูมิลำเนา : บึงกาฬ
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 18 พ.ค. 2550
รวมโพสต์ : 97
ให้สาธุการ : 70
รับสาธุการ : 130,950
รวม: 131,020 สาธุการ

 
สีธนมโนราห์ สีธามโนรน คำผู้เฒ่าเพิ่นว่า ^^

ภาคต่อของ "นางสิบสอง" ว่าด้วยเรื่องคำสบถของนางเมรีที่มีต่อพระรถเสน ตอนท้ายเรื่องว่า ชาตินี้น้องตามพี่มา ชาติหน้าของให้พี่ตามน้องบ้าง เรื่องราวต่างๆจึงบังเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อสองพระนางได้กลับชาติมาเกิดใหม่

ท้าวอาทิตย์ครองเมืองปัญจา มีมเหสีชื่อ จันทรา ราชกุมารชื่อ สีธน(พระสุธน)คนเก่งกล้าวิชา ราชฎรอยู่ดีกินดี พืชผลบริบูรณืมิได้คลาดแคลน

อยู่มาวันหนึ่งพรานบุญ ชาวเมืองปัญญาได้เข้าไปหาล่าสัตว์ในป่า แถบสระโนดาต ได้พบกินรีพี่น้อง 7 นางกำลังเล่นน้ำอยู่จึงใช้บ่วงคล้องจับมาได้หนึ่งนางเป็นน้องนุชสุดท้อง คือ นางมโนราห์ นั่นเอง ฝ่ายพี่ๆตกใจกลัวบินหนีกระเจิงให้วุ่น หน้าตาของนางสวยสดงดงามหาใดเทียบทานได้ พรานบุญจึงไปนำถวาย พระสุธน พรานบุญได้รางวัลตอบแทนอย่างงาม มากมายมหาศาล

นางมโนราห์ได้อภิเษกกับ พระสุธน ท่ามกลางความชื่นชมยินดีของประชาราษฏร ทั้งสองครองรักกันอย่างมีความสุข ทว่าความสุขนั้น อยู่ได้ไม่นาน ครั้นเมื่อเกิดมีข้าศึกโจมตีเมืองพระสุธนจึงออกไปรบนอกเมืองกับข้าศึกเป็นเวลาหลายวัน เป็นโอกาสของปุโรหิตซึ่งหวังจะให้ลูกสาวของตนขึ้นเป็นมเหสี แต่ถูกนางมโนราห์ตัดหน้า ปุโรหิตคนคดจึงคิดจะกำจัดนางมโนราห์เสียให้พ้นๆทางลูกสาว

ปุโรหิตเท็จทูลต่อท้าวอาทิตย์ ว่านางมโนราห์เป็นกาลีบ้านเมือง ทำให้บ้านเมืองเกิดข้าศึก ควรทำพิธีบูชายัญเสียในเร็ววัน ท้าวอาทิตย์แม้ไม่เต็มพระทัยที่จำหักหาญน้ำใจลูกของตน แต่ก้ทนเห็นราษฎรเดือดร้อนไม่ได้จึงตัดสินใจบูชายัญนางมโนราห์อย่างเร่งด่วน

นางมโนราห์นั้นก็หาได้ปฏิเสธไม่ ยินยอมที่จะทำการบูชายัญด้วยจิตใจที่หมองหม่น หากแต่นางได้ขอสวมปีกและหางร่ายรำในพิธีรอบกองไฟ 3 รอบ แต่ครั้นพอรอบที่ 3 นางกลับตัดสินใจบินหนีมุ่งหน้าไปเมืองไกรลาสที่อยู่ของตน ท่ามกลางความตกตะลึของปุโรหิต ท้าวอาทิตย์และพระมเหสีอย่างยิ่ง

ระหว่างทางนั้น นางได้แวะมากราบพระฤๅษีกัสสปในป่า และฝากผ้ากัมพล และพระธำมรงค์ไว้ให้พระสุธน และได้ฝากความไปถึงพระสุธนว่า หากพระสุธนตามมา ขอให้มอบยาผงนี้ให้แก่พระสุธน และให้บอกวิธีการติดตาม
ไปอย่างปลอดภัยให้ไว้ดังนี้


1. ถ้าพระสุธนเดินทางไปถึงป่าไม้มีพิษให้จับลูกลิงไปตัวหนึ่ง เมื่อจะเสวยผลไม้ใดต้องปล่อยให้ลูกลิงกินก่อนแล้วจึงเสวย

2. เมื่อถึงป่าหวายใหญ่ ให้เอาผ้ากัมพลคลุมตัวให้แน่น นกหัสดีลิงค์จะเข้าใจว่าเป็นเนื้อกวางก็จะโฉบลงมาคาบตัวไป พอถึงรังนกก็ให้ตบมือ นกตกใจบินหนีไป

3. ถ้าพระสุธนเดินทางต่อไป พบพญาช้างสองตัวต่อสู้กันขวางทางอยู่
ให้เอายาผงทาทั่วตัว แล้วเดินลอดไประหว่างขาช้าง


4. เมื่อเดินทางต่อไปจะพบภูเขาชนกัน ก็ให้ใช้ยาผงทาตัวแล้วเดินไประหว่างช่องเขา


5. เดินทางต่อไปจะพบยักษ์สูงเจ็ดชั่วลำตาลยืนขวางทางให้ใช้ยาผงโรยลูกศรแล้วยิงให้ถูกอกยักษ์ เมื่อยักษ์ล้มให้เดินไปทาหัวของยักษ์ ต่อไปจนถึงป่าทึบไม่มีทางออก ให้ขึ้นไปซ่อนตัวอยู่ในรังนกยักษ์ และเมื่อนกยักษ์บินออกหากินก็ให้ซ่อนตัวอยู่ในปีกของนก พอนกลงหากินก็รีบลงเพราะที่นั่นจะเป็นเขาไกรลาสจากนั้นนางก็ค่อยบินกลับเมือง แล้วทำพิธีชำระกลิ่นคาวของมนุษย์



พระสุธนเมื่อกลับพระนคร พอรู้ว่านางมโนห์ราบินหนีไปแล้วก็เสียพระทัยมาก รีบทูลลาพระราชบิดาและพระราชมารดาเพื่อติดตามนางมโนห์รา พระสุธนเดินทาง ไปพบพระฤๅษีกัสสปและได้ทราบความที่นางฝากไว้ไม่มีผิด


พระสุธนมิได้ย่อท้อ ออกเดินทางและปฎิบัติตามที่นางบอกไว้ทุกประการ พระสุธนเดินทางเช่นนี้เป็นเวลาถึงเจ็ดปี เจ็ดเดือน เจ็ดวัน พอถึงวันที่เจ็ดก็มาถึงเขาไกรลาส พระสุธนจึงซ่อนตัวอยู่ที่ใต้ต้นไม้ริมสระน้ำ ไม่ช้าก็มีนางกินรีบริวารถือหม้อทองคำมาตักน้ำที่สระเพื่อจะนำไปอาบแก่นางมโนราห์ พอถึงคนสุดท้ายพระสุธนก็บันดาลให้นางยกหม้อทองคำไม่ขึ้น แล้วออกมาช่วยยกให้และได้แอบใส่พระธำรงค์ลงในหม้อน้ำนั้น
  


ครั้นเมื่อนางกินรีบริวารสรงน้ำให้นางมโนห์ราถึงนางกินรีคนสุดท้ายรดน้ำเหนือศีรษะนางมโนห์รา พระธำรงค์ก็หล่นลงมากับสายน้ำ นางมโนห์รายกมือขึ้นลูบหน้าแหวนธำรงค์ก็สวมเข้าที่นิ้วก้อยพอดี นางทราบทันทีว่าพระสุธนตามมาถึงแล้ว  นางมโนห์ราก็นำความทูลพระบิดาและพระมารดา ท้าวทุมราชจึงให้พระสุธนมาเข้าเฝ้าและทดสอบโดยให้พระธิดาทั้งเจ็ดพระองค์แต่งกายงดงามเหมือนกันและมานั่งสลับกันอยู่ ท้าวทุมราชให้พระสุธนชี้นางมโนห์ราให้ถูกต้อง ธิดาทั้งเจ็ดองค์เหมือนกันมากจนยากที่จะชี้ตัวได้ พระสุธนจึงตั้งสัจจาธิษฐานว่า ถ้าในชาติก่อนไม่เคยคบหากับภรรยาของผู้อื่นมีจิตใจมั่นคงที่นางคนเดียวแล้ว ขอให้จำนางได้ พระอินทร์จึงแปลงกายเป็นแมลงวันทองบินรอบศีรษะนางมโนห์ราอยู่อย่างนั้น


พระสุธนก็ชี้นางมโนห์ราได้ถูก ท้าวทุมราชจึงยอมรับด้วยความยินดีพร้อมจัดงานอภิเษกพระสุธนกับนางมโนห์ราอย่างยิ่งใหญ่ ต่อมาไม่นาน พระสุธนก็ขอลาท้าวทุมราชพานางมโนห์รากลับไปเมืองปัญจา ท้าวอาทิตย และพระนางจันทราดีพระทัยเป็นอย่างยิ่ง จึงจัดงานเฉลิมฉลองการกลับมาของทั้งสองท่ามกลางความปลื้มปิติยินดีของชาวเมือง ทั้งครองรักกันอย่างมีความสุข...

 
 
สาธุการบทความนี้ : 123 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  23 มิ.ย. 2556 เวลา 23:03:18  
    MySite  offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  ปราร้านอกไห   ตอบเต็มรูปแบบ || Quick Reply  
  หน้า: 1

  Quick Reply  
       
  เรื่อง:   
 
รายละเอียด*: 

ใช้ html ได้ 
(เฉพาะที่กำหนดให้) 

ใช้ bbcode ได้  
ใช้ space bar ได้  
(เฉพาะรายละเอียด) 



โดยคุณ*:
อีเมล์:

คุณต้องสมัครสมาชิก
และล็อกอินเข้าระบบ
จึงจะโพสต์ได้ครับ

   
 
     กฏกติกา มารยาท
 1. ขอความกรุณา ไม่โพสต์ข้อความประกาศโฆษณาขายของ หรือชักนำในเชิงธุรกิจ
 2. ขอความกรุณา ไม่โพสต์ข้อความหรือรูปภาพที่ขัดแย้งต่อศีลธรรมอันดี หรือนำไปสู่การทะเลาะวิวาท
 3. ขอความกรุณาไม่โพสต์ข้อความหรือรูปภาพที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงบุคคลอื่น หรือหมิ่นสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
 4. การคัดลอกบทความของบุคคลอื่นมาโพสต์ กรุณาอ้างอิงที่มา เพื่อเป็นการให้เกีียรติ และเคารพในภูมิปัญญาของเจ้าของบทความ

 
       
   

Creative Commons License
สีธน มโนราห์ --- นิทาน (ปลาร้านอกไห --- อีสานจุฬาฯ)