ผญา คติสอนใจประจำวันที่ 17 กันยายน 2557:: อ่านผญา 
คนหากอาศัยด้วยดอมคนเป็นหมู่ บ่มีไผอยู่ยั้งทอนท้อผู้เดียว แปลว่า คนเรา อยู่ได้ด้วยการอยู่ร่วมกัน ไม่มีใครอยู่คนเดียวได้(ตั้งแต่เป็นทารก) หมายถึง การอยู่ร่วมกัน ควรช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกันอยู่เสมอ


  ล็อกอินเข้าระบบ  
ชื่อ ::
รหัสผ่าน::
*จำสถานะ
 
  รวมมิตรปลาร้านอกไห  
  สวัสดีครับ

     แทบจะไม่มีใครล่วงรู้อย่างลึกซึ้งเลยว่า มีเรื่องราวที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ในภาคอีสานของประเทศไทยนั้น หลายอย่างมีความเป็นมาอย่างไร หลายอย่างได้เกิดขึ้นแล้วและยังคงอยู่ หลายอย่างเกิดขึ้นแล้ว และได้เลือนลางหายไปแล้วในอดีต เราและทีมงานปลาร้านอกไห จะนำพาคุณผู้ชม จูงมือเดินไปเรียนรู้วิถีชีวิตพื้นบ้านอีสานในแง่มุมต่างๆ เพื่อเปิดโลกทัศน์และมุมมองว่า ทำไมคนภาคอีสานจึงเป็นอย่างนี้ ทำไมต้องใช้ชีวิตกันอย่างนี้ และสิ่งหนึ่งที่จะลืมเสียไม่ได้ก็คือ การสร้างความเป็นไทยที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม หลากหลายทางเชื้อชาติ หลากหลายประเพณี เพื่อที่เราจะได้เรียนรู้และอยู่ได้กันอย่างสันติ อย่างสงบ ไม่มีความดูถูกเหยียดหยามคนไทยด้วยกันเอง

     ทีมงานปลาร้านอกไห ขอขอบคุณทุกเสียงทุกแรงใจที่มอบให้เรา เราสัญญาว่า เราจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างสรรค์สังคมให้จรรโลงใจ
พร้อมเสมอ
ทีมงานปลาร้านอกไห

หมายเหตุ
1. ข้อความที่โพสต์ทั้งหมด เกิดจากการส่งโดยผู้อยู่ทางบ้าน ทางผู้ดูแลฯ มีหน้าที่คัดกรอง แต่ไม่100%
2. ทางผู้ดูแลฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือ ลบข้อมูล ตามพิจารณาเห็นสมควร

  หน้า: 1 2 ตอบกระทู้  
  โพสต์โดย   ภูมิปัญญาอีสาน  
  เทพสุรา  
  อ้างอิงจังหวัด : -
 
  ยอดฝีมือ

ภูมิลำเนา : ชัยภูมิ
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 14 มิ.ย. 2552
รวมโพสต์ : 353
ให้สาธุการ : 2,590
รับสาธุการ : 112,290
รวม: 114,880 สาธุการ

 


      ภูมิปัญญา หมายถึง แบบแผนการดำเนินชีวิตที่มีคุณค่าแสดงถึงความเฉลียวฉลาดของบุคคลและสังคม ซึ่งได้สั่งสมและปฏิบัติสืบต่อกันมา ภูมิปัญญาจะเป็นทรัพยากรบุคคลหรือทรัพยากรความรู้ก็ได้

     ภูมิปัญญาพื้นบ้าน หมายถึง การเอาทรัพยากรความรู้ ทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่ในท้องถิ่นแต่ละแห่ง ซึ่งอาจเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตน หรือเป็นลักษณะสากลที่หลายๆ ท้องถิ่นมีคล้ายกันก็ได้ ภูมิปัญญาพื้นบ้านในแต่ละท้องถิ่นเกิดจากการที่ชาวบ้านแสวงหาความรู้เพื่อเอาชนะอุปสรรคทางธรรมชาติ ทางสังคมที่จำเป็นในการดำรงชีวิต ภูมิปัญญาพื้นบ้านจึงเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและวิถีชีวิตชาวบ้าน เช่น
     การประกอบประเพณี พิธีกรรมของชุมชน เป็นกิจกรรมที่ทำให้ผู้กระทำสบายใจ รู้สึกอบอุ่นไม่โดดเดี่ยว ให้คุณค่าทางจิตใจและความรู้สึกถือว่าเป็นพลังทางศีลธรรมหรือประเพณี การรวมกำลังช่วยกันทำงานที่ใหญ่หลวงเกินวิสัยที่จะทำได้สำเร็จคนเดียว เช่น การลงแขกสร้างบ้าน สร้างวัด สร้างถนนหนทาง หรือขุดลอกแหล่งน้ำ เป็นกิจกรรมที่แสดงถึงความเอื้อเฟื้อช่วยเหลือกันภายในชุมชน ทำให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยทั่วไปภูมิปัญญาพื้นบ้านเป็นรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อนเป็นประโยชน์แก่คนทุกระดับ มีลักษณะเด่นคือสร้างสำนึกเป็นหมู่คณะสูงทั้งในระดับครอบครัวและเครือญาติ

     ถึงแม้ผู้คนไม่น้อยเห็นว่าชุมชนอีสาน เป็นดินแดนแห่งความโง่ ความจน ความเจ็บไข้ได้ป่วยอันน่าเวทนา แท้ที่จริงไม่มีมนุษย์ผู้ใดและสังคมใดที่ปล่อยให้วันเวลาผ่านเลยโดยไม่สั่งสมประสบการณ์ หรือไม่เรียนรู้อะไรเลยจากช่วงชีวิตหนึ่งของตน ไม่ว่าในภาวะสุขหรือทุกข์ คนอีสานได้ใช้สติปัญญาสั่งสมความรู้ ดังจะเห็นได้จากภาษิตอีสาน (ผญาก้อม) จำนวนไม่น้อยที่แสดงทัศนะชื่นชมคุณค่าของความรู้ในการประกอบอาชีพ และค่านิยมประการหนึ่งของชาวอีสานคือ ยกย่องความรู้และการใช้ความรู้อย่างมีคุณธรรม ดังความว่า
เงินเต็มภา บ่ท่อผญาเต็มปูม (ภา = ภาชนะ, ท่อ = เท่า, ผญา = ปัญญา, ปูม = ภูมิ)
บ่มีความฮู้อย่าเว้าการเมือง บ่นุ่งผ้าเหลืองอย่าเว้าการวัด (ความฮู้ = ความรู้, เว้า = คุย)
เกิดเป็นคนให้เฮียนความฮู้ เฮ็ดซู่ลู่เขาบ่มียำ (เฮียน = เรียน, เฮ็ดซู่ลู่ = ทื่อมะลื่อ, ยำ = เคารพ)
ให้เอาความฮู้หากินทางชอบ ความฮู้มีอยู่แล้ว กินได้ชั่วชีวัง
บ่ออกจากบ้าน บ่เห็นด่านแดนไกล บ่ไปหาเฮียน ก็บ่มีความฮู้
แม้นสิมีความฮู้เต็มพุงเพียงปาก สอนโตเองบ่ได้ ไผสิย่องว่าดี (โตเอง = ตนเอง, ย่อง = ยกย่อง)
เรื่องที่เกี่ยวข้อง : ผญา สุภาษิต คำคมอีสาน
      ผู้ที่สามารถประกอบการงานได้ผลดีโดยใช้ภูมิปัญญาชาวอีสาน เรียกว่า หมอ เช่น หมอมอ คือผู้รอบรู้ด้านโหราศาสตร์ หมอว่าน คือ ผู้รอบรู้ด้านสมุนไพร หมอยา คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรค หมอลำ คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านการร้องลำนำประกอบแคน หมอผึ้ง คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านการหาน้ำผึ้ง ผู้มีภูมิปัญญาทุกวิชาชีพได้รับการยกย่องจากชุมชนเสมอหน้ากัน ดังความว่า



        ครั้นสิเป็นหมอว่านหมอยาหมอป่า
ครั้นสิเฮียนบีบเส้นเอ็นคั้นให้ส่วงดี
(บีบเส้น = การนวด, ส่วง = หาย)
หรือสิเฮียนคงค้อนคงหลาวหอกดาบ
เฮียนให้เถิงขนาดแท้ดีถ้วนสู่อัน
หรือสิเฮียนหนังสือให้เฮียนไปสุดขีด
ครั้นแม้เฮียนแท้ให้เป็นคนฮู้สู่คน
(คนฮู้ = คนดี)
หรือสิเฮียนเป็นหมอเต้น หมอตี หมอต่อย
ให้เฮียนแท้ๆ คนจ้างสู่วัน
หรือสิเป็นหมอน้ำตึกปลาแหหว่าน
ทำให้ได้เต็มข้องสู่วัน
(ข้อง = เครื่องจักสานใช้ใส่ปลา)
หรือสิเป็นหมอสร้างนาสวนฮั่วไฮ่
เอาให้ได้เกวียนซื้อแก่ขาย


(ที่มา : พระยาคำกองสอนไพร่)                            

     นอกจากมนุษย์จะใช้ภูมิปัญญาเพื่อประกอบอาชีพที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศแล้ว มนุษย์ยังสังเกตลักษณะที่เป็นคุณและโทษของธรรมชาติแล้วนำมาเป็นแบบอย่างการดำเนินชีวิต กระบวนการทางสังคม คือ การอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว เป็นหมู่บ้าน เป็นเมืองและประเทศชาติ ชาวอีสานมีทัศนะในการใช้ชีวิตว่า อยู่เป็นหมู่ดีกว่าอยู่โดดเดี่ยว เพราะขีดจำกัดทางกายภาพและภูมิปัญญา การช่วยกันคิด ช่วยกันทำ การพึ่งตนเองและการพึ่งกันเองน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ทำอย่างไรการอยู่ร่วมกันจึงจะเกิดประโยชน์สุข ผู้ฉลาดจึงร่วมกันกำหนดฮีตบ้าน-คลองเมือง เช่น ฮีตสิบสอง-คลองสิบสี่ กฎหมายท้องถิ่น วรรณกรรมคำสอน นิทาน บทเพลงและคติธรรม ซึ่งถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปยังคนอีกรุ่นหนึ่ง แม้บางส่วนอาจไม่เหมาะสมกับสภาพสังคมปัจจุบันต้องมีการเปลี่ยนแปลง แต่กระบวนการทางสังคมหลายส่วนยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ในสภาพสังคมปัจจุบัน

    กระแสทุนนิยมกับการดูหมิ่นภูมิปัญญาชาวบ้าน
     การพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน เป็นไปตามกระแสทุนนิยม รัฐใช้อำนาจในการจัดการเปลี่ยนแปลงวิถีชาวบ้านด้วยการส่งเสริมให้ปลูกพืชเศรษฐกิจเพื่อค้าขาย เช่น ปลูกอ้อย มันสำปะหลัง ปอ ข้าวโพด ข้าว การผลิตเพื่อขายทำให้ขยายพื้นที่การเกษตร เกิดการทำลายสภาพป่าไม้และแหล่งน้ำ การผลิตเพื่อขายทำให้มีการโยกย้ายผลผลิตออกจากหมู่บ้าน ชาวบ้านได้รับผลตอบแทนที่ไม่สมดุลย์ ถูกเอารัดเอาเปรียบในตลาดการค้า กำไรตกอยู่ในมือพ่อค้าคนกลางมากกว่าตกอยู่ในมือชาวบ้านผู้ผลิต พ่อค้าซื้อราคาถูกแต่ขายราคาแพง ชาวบ้านในกระแสทุนนิยมจึงประสบปัญหาหนี้สิน เพราะต้นทุนการผลิตสูงขึ้นทั้งค่าปุ๋ย ค่ายาปราบศัตรูพืช ค่าแรงงาน ค่ารถไถ (ค่างวดมอเตอร์ไซค์และสิ่งฟุ่มเฟือยอื่นๆ)

     ปัญหานี้ทำให้เกิดการแสวงหาแนวทางที่เป็นทางรอดและทางเลือกของท้องถิ่น จึงมีการศึกษาภูมิปัญญาพื้นบ้าน ทั้งด้านทรัพยากรบุคคลและทรัพยากรความรู้เพื่อเลือกตัวแบบ หรือแนวทางที่เหมาะสมแก่ชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการทำไร่นาสวนผสม การดำรงชีวิตความเป็นอยู่แบบพอเพียง แนวทางการดำเนินชีวิตของมหาอยู่ สุนทรชัย (จ.สุรินทร์) นายชาลี มาระแสง (จ.อุบลราชธานี) นายทองดี นันทะ (จ.ขอนแก่น) หรือนายคำเดื่อง ภาษี (จ.บุรีรัมย์) ล้วนแต่เป็นต้นแบบที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในปัจจุบัน

     การใช้ธรรมชาติเป็นแม่แบบของวิถีชีวิต การศึกษาอย่างเข้าใจปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เหมาะสม ล้วนแต่เป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ การผลิตเพื่อให้เพียงพอต่อการอยู่การกินในครอบครัว เหลือแล้วขายหรือนำไปแลกกับสิ่งอื่นๆ ที่ต้องการ จะช่วยลดปัญหาหนี้สิน ชีวิตมีความสุขมากกว่าการที่จะมุ่งผลิตเพื่อขายนำเงินไปซื้อสิ่งฟุ่มเฟือยมากมายนัก และด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลของพ่อหลวงของเราที่ทรงย้ำเตือนให้คนไทยได้รู้จักกับเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้หลายๆ ฝ่ายได้หันมามองถึงความผิดพลาดในนโยบายเศรษฐกิจที่ผ่านมา และกลับไปศึกษาภูมิปัญญาดั้งเดิมอีกครั้งหนึ่ง วันนี้เราจึงได้ยินคำว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่น กันมากขึ้น  

ข้อมูลจาก http://student.nu.ac.th/isannu/isanculture/pumpanya1.htm

 
 
สาธุการบทความนี้ : 154 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  27 มิ.ย. 2552 เวลา 13:25:01  
    MySite  offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  น้องชายหล้า    คห.ที่1)  
  ศิษย์พี่

ภูมิลำเนา : ชัยภูมิ
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 27 มิ.ย. 2552
รวมโพสต์ : 77
ให้สาธุการ : 4,140
รับสาธุการ : 12,310
รวม: 16,450 สาธุการ

 
เมืองอีสานนี้น่าภูมิใจนะ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 2 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  27 มิ.ย. 2552 เวลา 14:09:21  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  เทพสุรา    คห.ที่2)  
  ยอดฝีมือ

ภูมิลำเนา : ชัยภูมิ
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 14 มิ.ย. 2552
รวมโพสต์ : 353
ให้สาธุการ : 2,590
รับสาธุการ : 112,290
รวม: 114,880 สาธุการ

 
ครับ  น่าอยู่ด้วย

 
 
สาธุการบทความนี้ : 1 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  28 มิ.ย. 2552 เวลา 14:10:55  
    MySite  offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  อีเกียแดง {แห่งรัตติกาล}    คห.ที่3)  
  อนุเซียนผู้อมตะ

ภูมิลำเนา : บุรีรัมย์ @ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 07 เม.ย. 2552
รวมโพสต์ : 5,392
ให้สาธุการ : 4,125
รับสาธุการ : 5,143,200
รวม: 5,147,325 สาธุการ

 
ผมเห็นนำครับอีสานบ้านเฮาอบอุ่น อยู่ไสกะบ่คีอทางบ้านเฮาดอก

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  24 ก.ค. 2552 เวลา 16:59:28  
    MySite  offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  เทพสุรา    คห.ที่4)  
  ยอดฝีมือ

ภูมิลำเนา : ชัยภูมิ
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 14 มิ.ย. 2552
รวมโพสต์ : 353
ให้สาธุการ : 2,590
รับสาธุการ : 112,290
รวม: 114,880 สาธุการ

 
คนอีสานคือพี่คือน้องกันละครับ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  29 ก.ค. 2552 เวลา 10:26:23  
    MySite  offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  บักต๊อก    คห.ที่5)  
  เซียน

ภูมิลำเนา : ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 22 มี.ค. 2550
รวมโพสต์ : 2,153
ให้สาธุการ : 2,845
รับสาธุการ : 1,012,400
รวม: 1,015,245 สาธุการ

 
แม่นแล้วครับ  ว่าแล้ว กะยืมเงินแหน่ครับ  55555 เว่าเล่นเด้อครับ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  30 ก.ค. 2552 เวลา 17:02:02  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  สาวส่า เมืองยโส    คห.ที่6)  
  เจ้ายุทธภพน้อยจ้า
ภูมิลำเนา : ยโสธร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 01 ก.ย. 2552
รวมโพสต์ : 1,784
ให้สาธุการ : 155
รับสาธุการ : 1,416,410
รวม: 1,416,565 สาธุการ

 
คุณบักต๊อก:
แม่นแล้วครับ  ว่าแล้ว กะยืมเงินแหน่ครับ  55555 เว่าเล่นเด้อครับ


งึดหลาย เฮ็ดกระทู้ขะเจ้าพังตลอด
กะเจ้ากำลังมาแบบซึ้ง ๆ อ้ายต๊อกนิ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 101 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  06 พ.ย. 2552 เวลา 18:36:59  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  จารย์ใหญ่    คห.ที่7)  
  อนุเซียนผู้อมตะ

ภูมิลำเนา : มุกดาหาร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 13 ก.ย. 2552
รวมโพสต์ : 5,168
ให้สาธุการ : 3,230
รับสาธุการ : 4,032,610
รวม: 4,035,840 สาธุการ

 
จั่งซี้ละนอ คนอีสานเฮากะมีแต่ฮักแพงกัน ไปทางได๋กะมีแต่หม่วน...

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  06 พ.ย. 2552 เวลา 20:58:39  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  ครูมดดำเด้อ    คห.ที่8)  
  ศิษย์น้องเล็ก

ภูมิลำเนา : กาฬสินธุ์
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 18 พ.ย. 2552
รวมโพสต์ : 21
ให้สาธุการ : 0
รับสาธุการ : 2,800
รวม: 2,800 สาธุการ

 
อยากพูดอีสารเป็นบ้างจัง

พูดเป็นแต่ภาษาภูไท

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  20 พ.ย. 2552 เวลา 18:13:46  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  tu29-เกิ้ล    คห.ที่9) ละครผญา  
  ศิษย์น้องเล็ก

ภูมิลำเนา : ชลบุรี
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 26 เม.ย. 2553
รวมโพสต์ : 11
ให้สาธุการ : 90
รับสาธุการ : 4,080
รวม: 4,170 สาธุการ

 
เอื้อยนึกถึงสมัยงานพาแลง มีการแสดงละครโดยมีบทพูดเป็นผญา โต้ตอบกันระหว่างตัวแสดง มักขนาด แถมมีการสอย แบบม่วนนำ บ่ฮู้ว่าปัจจุบันงานพาแลงยังมีแสดงบ่แบบนี้บ่ ยังจำบางท่อนได้ติดปากเลย
*** ใจประสงค์ต่อไม้........จังได้แบกขวานมา
ใจประสงค์ต่อปลา........จังแบกแหมาพร้อม

...อย่ามาติแถลงเว้า สิเอาเลามาจักตอก
จักบ่ถืกข่อ หยอบ่ถืกปล้องมันสิเสี่ยวใส่มือ.. เด๊ อ้าย

คั่นเจ้าได้ขี่ช้าง กั้งฮ่มเป็นพญา อย่าสิลืมชาวนา ผู้ขี่ควายคอนกล้า

อันสัจจะแม่หญิงนั้น คือจั่งหางหมาแม่
บัดว่าลอดฮั่วแล้ว กะงอขึ้นดังเดิม

 
 
สาธุการบทความนี้ : 82 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  10 พ.ค. 2553 เวลา 21:49:48  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  ปลาร้านอกไห   ตอบเต็มรูปแบบ || Quick Reply  
  หน้า: 1 2

   

Creative Commons License
ภูมิปัญญาอีสาน --- ปลาร้านอกไห (ปลาร้านอกไห --- อีสานจุฬาฯ)