ผญา คติสอนใจประจำวันที่ 19 กันยายน 2557:: อ่านผญา 
ถึงสิมีความฮู้ เต็มพุงเพียงปาก โตสอนโตบ่ได้ ไผสิย่องว่าดี แปลว่า ถึงจะมีความรู้เต็มท้องถึงปาก หากสอนตัวเองไม่ได้ ก็ไม่มีใครชื่นชม หมายถึง รู้แต่ไม่นำมาใช้ ก็ไม่ดี รู้แต่ทำไม่เป็น ก็ไม่ดี


  ล็อกอินเข้าระบบ  
ชื่อ ::
รหัสผ่าน::
*จำสถานะ
 
  วิถีชีวิตชาวอีสาน  
       ดินแดนอีสาน มีวัฒนธรรม ประเพณี เฉพาะตน มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ที่เรียบง่าย ท่ามกลางความแร้นแค้น ชาวอีสาน มีความเป็นอยู่เช่นไร ใช้ชีวิตอยู่เช่นไร สร้างศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีเช่นไรขึ้นมา

     แต่ละจังหวัด แต่ละสถานที่ อาจมีวิถีชิวิต ความเป็นอยู่ ที่แตกต่าง ตามลักษณะพื้นที่ หรือธรรมชาิติที่มีอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งหมด ล้วนคือวิถีชิวิตแห่งชาวอีสาน

     เชิญทุกๆท่าน ร่วมเขียนบทความ เรื่องสั้น เล่าวิถีชิวิต ความเป็นอยู่แห่งชาวอีสาน ได้แล้วครับ...



หมายเหตุ
1. ข้อความที่โพสต์ทั้งหมด เกิดจากการส่งโดยผู้อยู่ทางบ้าน ทางผู้ดูแลฯ มีหน้าที่คัดกรอง แต่ไม่100%
2. ทางผู้ดูแลฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือ ลบข้อมูล ตามพิจารณาเห็นสมควร

  หน้า: 1 2 3 ตอบกระทู้  
  โพสต์โดย   พานบายศรี หรือ พาขวัญ  
  อีสานจุฬาฯ  
  อ้างอิงจังหวัด : -
 
  จอมยุทธน้อย

ภูมิลำเนา : กรุงเทพมหานคร
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 03 เม.ย. 2550
รวมโพสต์ : 235
ให้สาธุการ : 0
รับสาธุการ : 319,510
รวม: 319,510 สาธุการ

 
พานบายศรี หรือ พาขวัญ : พัฒนาคุณค่าให้เป็นมูลค่าในโลกยุคไร้พรมแดน



บทนำ

ความเชื่อในเรื่องเกี่ยวกับคนและสิ่งมีชีวิตของผู้คนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ต่างเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตแม้จะมีร่างกายเป็นส่วนประกอบสำคัญ แต่สิ่งสำคัญที่ประกอบกันมากับร่างกายก็คือ ขวัญ เป็นสิ่งที่มีประจำกายของทุกคน มีหน้าที่ในการพิทักษ์รักษา คอยดูแลให้เจ้าของร่างกายให้อยู่ดีและปกติสุขยามใดที่ขวัญไม่อยู่กับร่างกาย ก็อาจทำให้ประสพเคราะห์กรรม ได้รับอันตราย อาจถึงชีวิต หรือ การดำเนินชีวิตไม่เป็นปกติสุขนั่นเอง ขวัญ จึงมีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิต

เป็นเครื่องพิทักษ์รักษา ให้ร่างกายดำรงอยู่ได้ คนในท้องถิ่นในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงแทบทุกกลุ่มจึงมีพิธีกรรม บำรุงขวัญ สร้างกำลังใจให้เกิดแก่ ขวัญ เพื่อให้ คนและสรรพสิ่ง ให้สามารถอยู่ ดำรงอยู่ ซึ่ง พิธีกรรมดังกล่าว เรียกว่า สู่ขวัญ สูดขวัญ หรือ ปัจจุบันมักได้ยินเรียกกันติดปากว่า พิธีบายศรีสู่ขวัญ นั่นเอง

การบายศรีสู่ขวัญ มีปรากฏในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ทุกประเทศ ทุกกลุ่มชาติพันธุ์ มีชื่อเรียกต่างกันไปตามภาษาถิ่น และความเชื่อ ทั้งจากพื้นฐานแบบความเชื่อดั้งเดิม ความเชื่อตามศาสนาพราหมณ์ หรือ ความเชื่อพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ๆ ในประเทศไทย การบายศรีสู่ขวัญ มีการสืบต่ออย่างชัดเจนในภาคอีสานและภาคเหนือหรือล้านนาในอดีต พิธีกรรมดังกล่าวยังมีจนถึงปัจจุบัน จนบางแห่งมาทำขึ้นใหม่เพื่อนำคุณค่าของพิธีกรรมมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เช่น งานผูกเสี่ยวจังหวัดขอนแก่น ก็มีพิธีบายศรีสู่ขวัญ เป็นกิจกรรมหลักของการผูกเสี่ยว การท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ (HomeStay)ในท้องถิ่นอีสาน เช่นที่เรณูนคร นครพนม ที่บ้านผู้ไทบ้านโคกก่อง กาฬสินธุ์ ก็มีการบายศรีสู่ขวัญเป็นกิจกรรมหลัก หรือการมีบุคคลสำคัญ ประมุขของประเทศต่าง ๆ มาเยือนประเทศไทยในภาคอีสานและภาคเหนือ กิจกรรมสำคัญที่จะขาดไม่ได้ ก็คือ พิธีบายศรีสู่ขวัญ ให้แก่แขกบ้านแขกเมือง เพราะเชื่อว่าเป็นการสร้างเสริมจิตใจ เสริมกำลังใจให้แก่คน หรือ บ้านเมือง ให้ได้รับความร่มเย็นเป็นสุข พิธีบายศรีสู่ขวัญ จึงมีความสำคัญต่อผู้คนในดินแดนแถบนี้อย่างยิ่ง แต่เหนืออื่นใดการบายศรี สู่ขวัญ จะกระทำไม่ได้เลย หากขาดองค์ประกอบสำคัญ ซึ่งถือว่า เป็นเครื่องมือ หรืออุปกรณ์ในการประกอบพิธีกรรม สิ่งนั่นก็คือ พานบายศรี หรือ พาขวัญ
                

 
 
สาธุการบทความนี้ : 362 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  18 ก.ย. 2549 เวลา 09:08:02  
  www    offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  อีสานจุฬาฯ    คห.ที่1)  
  จอมยุทธน้อย

ภูมิลำเนา : กรุงเทพมหานคร
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 03 เม.ย. 2550
รวมโพสต์ : 235
ให้สาธุการ : 0
รับสาธุการ : 319,510
รวม: 319,510 สาธุการ

 
การทำพานบายศรี หรือ พาขวัญ

มีคำ ผะหยาภาษิต กล่าวตั้งแต่โบราณว่า “ หมกปลาต้องมีครู จี่กะปูต้องมีวาด” ซึ่งหมายความว่าการตกแต่ง หรือทำกิจการใด ๆ ก็ตาม จะต้องมีครูบาอาจารย์สอนสั่ง ลูกศิษย์ที่เรียนรู้ไปจึงสามารถจะทำกิจกรรมนั้นได้อย่างดี เช่นกัน การทำบายศรี หรือ พาขวัญ ในสังคมอีสาน ก็ต้องมีครูบาอาจารย์สอนสั่งพอสมควร ไม่ใช่ใครนึกจะทำก็ได้ เพราะพานบายศรี หรือพาขวัญ ถือว่าเป็นของสูง เป็นเครื่องมือติดต่อ และสังเวยหรือถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือ เทวดา มิใช่ของใช้ของมนุษย์เรา ดังนั้นจะต้องทำอย่างปราณีต บรรจงและงดงาม และจะต้องมีการครอบจากครูผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้เสียก่อน ไม่เช่นนั้นจะถือว่าขะลำ เพราะโบราณถือว่า บายศรีมีครูแรง ถ้าใครไม่ได้ครอบ(ขออนุญาต) ห้ามทำบายศรีอัปรีย์จะกิน ซึ่งความเป็นจริงน่าจะหมายถึง ความต้องการที่จะให้ผู้เป็นช่างทำบายศรีทั้งหลายได้ตระหนักและเรียนรู้อย่างตั้งใจ สามารถทำได้อย่างงดงาม เหมาะสม เมื่อนำออกไปเพื่อทำพิธีจะได้ไม่ถูกตำหนิ หรือ แสดงออกถึงความไม่สง่างาม แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ บายศรี หรือ พาขวัญ เป็นเครื่องสังเวยเทวดา การติดต่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้พออกพอใจ สิ่งเหล่านี้ก็ต้องงดงาม และเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงความตระการตา แม้จะถูกใช้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นก็ตาม ดังนั้นช่างทำบายศรีทุกคนจะต้องตระหนักในสิ่งนี้ ประการสำคัญแม้สังคมยุคใหม่จะเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และไร้พรมแดน สามารถเรียนรู้จากสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศได้เกือบทุกเรื่องราวก็ตาม แต่การสอนสั่งที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ให้ผู้เรียนรู้จักและเคารพครูบาอาจารย์ ถือเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นเพราะจะทำให้เกิดการขัดเกลานิสัยและบุคลิกภาคจากการเรียนรู้และการปฏิบัติที่ครู อาจารย์ได้สอนสั่ง จิตใจที่อ่อนโยน ความเอื้ออาทร ความไม่แข็งกระด้าง ของคนรุ่นใหม่ ก็จะได้จากการเรียนรู้จากการสอนสั่งแบบไทย ๆ ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างแท้จริง


ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยังถือว่ามีคุณค่าอย่างมากมายให้แก่สังคมไทย การได้ใช้กิจกรรมทางด้านวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือเพื่อให้คนรุ่นใหม่รับเอาแบบแผนการดำเนินชีวิต จากการเรียนรู้แบบการพาเฮ็ดพาทำ จะทำให้พวกเขารับเอาโดยอัตโนมัติ ไม่เป็นการฝืนใจหรือบีบบังคับ สิ่งใดก็แล้วแต่ที่เกิดจากการให้โดยไม่บังคับ ก็จะทำให้การเรียนรู้เป็นไปด้วยดีและติดตัวไปและเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนรู้อย่างแท้จริง
                            

 
 
สาธุการบทความนี้ : 330 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  18 ก.ย. 2549 เวลา 09:10:12  
  www    offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  อีสานจุฬาฯ    คห.ที่2)  
  จอมยุทธน้อย

ภูมิลำเนา : กรุงเทพมหานคร
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 03 เม.ย. 2550
รวมโพสต์ : 235
ให้สาธุการ : 0
รับสาธุการ : 319,510
รวม: 319,510 สาธุการ

 
จะทำคุณค่า ของ บายศรี ให้เป็นมูลค่า ในโลกยุคไร้พรมแดนได้อย่างไร

ในภาวะของโลกปัจจุบันที่ความทันสมัยและเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นตัวกำหนดให้พวกเราเดินตาม จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเดินตามโลกอย่างมีสติ และในขณะเดียวกันก็จะต้องเปลี่ยนอุปสรรคหรือปัญหาให้เป็นโอกาสให้ได้ โดยเฉพาะการนำศักยภาพท้องถิ่น ที่เป็นทั้งภูมิปัญญาและองค์ความรู้ต่าง ๆ มาปรับเปลี่ยนให้สามารถนำมาใช้ในโลกยุคใหม่ โดยให้เกิดมูลค่าจากสิ่งเหล่านั่นด้วย เรื่องของบายศรี หรือ พาขวัญ ก็เช่นกัน ก็ต้องนำมาสร้างกิจกรรม หรือ สิ่งของ ให้มีมูลค่า ให้ได้ เช่นกัน ยกตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรม หากนึกไม่ออก ก็มีรายกรณี กล่าวคือ

1. งานประเพณีผูกเสี่ยวของจังหวัดขอนแก่น องค์ประกอบสำคัญก็คือ การสู่ขวัญ ซึ่งจะต้องใช้พานบายศรีเป็นเครื่องประกอบสำคัญ เราสามารถที่จะทำพานบายศรีหลายพานในงานนี้และสามารถที่จะทำการประกวดพานบายศรีในงานนี้ได้เช่นกัน ก่อให้เกิดการพัฒนา พานบายศรี ได้อีกกระบวนการหนึ่งด้วย และที่สำคัญ การทำ พานบายศรีขนาดเล็ก เพื่อเป็นของที่ระลึกในขนาดต่าง ๆ ก็น่าจะเป็นเครื่องเตือนใจ ให้แก่คู่เสี่ยวทั้งหลายได้นำไปเป็นสัญลักษณ์แห่งความผูกพันธ์ แทนพิธีกรรมดังกล่าวได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งน่าจะสร้างมูลค่าให้เป็นของที่ระลึกในงานผูกเสี่ยว ได้เป็นอย่างดี ของจังหวัดขอนแก่น

2. งานบุญเบิกฟ้า ของจังหวัดมหาสารคาม ก็มีการใช้บายศรีขนาดใหญ่ในพิธีกรรมดังกล่าวเช่นกัน และเคยมีการประกวดบายศรี โดยให้แต่ละอำเภอได้จัดทำขึ้นมาเพื่อร่วมพิธีกรรมเบิกฟ้า ซึ่งจัดในวันออกใหม่ ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 การกระทำพิธีบูชาเทวดาและแม่พระโพสพ ก็ได้ใช้บายศรีเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเกษตรกรรม โดยเฉพาะการปลูกข้าวถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ดังนั้นการประกวดบายศรี การทำบายศรีให้เป็นเครื่องมือ บูชาเทวดา โดยทำด้วยวัสดุที่คงทนอยู่ได้นานเพื่อให้ชาวนาได้นำกลับไปบูชาที่ไร่นาของตนเอง ก็น่าจะเป็นสิ่งที่พึ่งกระทำได้ หรือให้เป็นของที่ระลึกและนำกลับไปเป็นของเพื่อให้เกิดสิริมงคลบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บ้านก็น่าจะเป็นไปได้เช่นกัน

3. งานบูชานมัสการพระธาตุพนม พระธาตุเชิงชุม และงานบูชาพระธาตุนาดูนจำปาศรี ก็ได้ใช้พานบายศรีขนาดใหญ่ในงานพิธีกรรมดังกล่าวเช่นกัน งานเหล่านี้บายศรีขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก จะขายได้เพื่อให้พุทธสาสนิกชน ได้นำไปถวายและเป็นพุทธบูชาในงานดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากทำเป็นระบบมีการจัดการที่ถูกต้อง ช่างทำบายศรี หมู่บ้านทำบายศรี ผู้ที่เกี่ยวข้องกับบายศรี รวมทั้งวัดและพระธาตุ ก็จะได้มูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างเป็นกอบเป็นกำ และเป็นสิ่งที่สังคมย่อมรับได้

4. การบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในท้องถิ่น ศาลเจ้าพ่อมเหศักดิ์ หลักเมือง ผีปู่ตา กู่ต่าง ๆ ก็ล้วนแต่มีบายศรี เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นสิ่งเหล่านี้หากช่วยกันคิดช่วยกันทำและทำอย่างสร้างสรรค์ เชื่อว่าจะมีเม็ดเงินเข้าสู่ท้องถิ่นได้อย่างมากมาย

5. การสร้างให้เป็นสัญลักษณ์สำคัญของท้องถิ่นและพัฒนาเป็นของที่ระลึกก็ทำได้เช่นกัน หากใครเป็นคนอีสาน สัญลักษณ์ที่เป็นของท้องถิ่นอีสาน ที่พัฒนาเป็นของที่ระลึกและขายได้ ประเภทเครื่องดนตรี น่าจะเป็นสิ่งของที่มีอยู่ในตลาดและสามารถขายได้มานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็น แคน โหวด โปงลาง ขลุ่ย ขนาดเล็ก เป็นสิ่งของขายได้ ประเภทสินค้าที่ระลึกการท่องเที่ยวในภาคอีสานแล้ว ทำไมจะทำให้ บายศรี หรือ พาขวัญ ขายได้เช่นเดียวกับของเหล่านั่น ซึ่งในปัจจุบัน บายศรีก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของอีสานแล้ว เช่น ที่สวนสุรนารี บริเวณลำตะคอง ก็มีพานบายศรีโดดเด่นเป็นสง่างดงาม เป็นประติมากรรมที่มองจากเส้นทางแล้วดูอลังการมาก เช่นเดียวกับที่โรงแรมเพชรรัตน์การ์เด้นส์ จังหวัดร้อยเอ็ด ก็มีประติมากรรม พานบายศรี ตั้งอยู่บริเวณห้องพักคอย โถงขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวเมื่อเดินเช้าไปเช็คอิน ก็จะมองเห็นทันที นับว่านำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมและดูด

 
 
สาธุการบทความนี้ : 367 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  18 ก.ย. 2549 เวลา 09:12:18  
  www    offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  อีสานจุฬาฯ    คห.ที่3)  
  จอมยุทธน้อย

ภูมิลำเนา : กรุงเทพมหานคร
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 03 เม.ย. 2550
รวมโพสต์ : 235
ให้สาธุการ : 0
รับสาธุการ : 319,510
รวม: 319,510 สาธุการ

 
สรุป

ดังนั้นเมื่อถึงวันนี้ เราก็คงจะต้องฝึกการทำบายศรีให้เกิดความถนัดและสวยงามยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องช่วยกันระดมกำลังสมองว่า เราจะพัฒนางานบายศรีมารับใช้สังคมยุคแห่งการเรียนรู้ และไร้พรมแดนได้อย่างไร จะนำคุณค่าของงานศิลปกรรมซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างไร โดยทำให้คนในแวดวงแห่งการทำบายศรีสามารถลืมตาอ้าปากได้ ในขณะเดียวกันงานที่พัฒนาจากแนวคิดและจินตนาการ ซึ่งเป็นงานศิลปะเฉพาะที่เกิดจากศิลปินได้สร้างขึ้นมา จะได้ถูกดูแลความคิดสร้างสรรค์เหล่านั่น ในด้านการจดทะเบียน สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ ของผลงานที่สร้างสรรค์ให้เกิดขึ้น จะต้องช่วยกันคิดถึงวิธีการร่วมมือถึงการคุ้มครองให้ได้ เพราะมิฉะนั้นเมื่อมีการทำและสามารถขายได้จนเป็นของที่ระลึก บายศรีที่มีลักษณะเฉพาะเกิดจากจินตนาการของช่างคนใดคนหนึ่งก็สมควรได้รับค่าสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ ของทางทรัพย์สินทางปัญญาดังกล่าวด้วย ซึ่งพวกเราช่างบายศรีต้องช่วยกันคิดในเรื่องนี้ช่วยกัน เพราะมิฉะนั้น เราคงเป็นเพียงแค่ผู้ถูกจ้างทำงานศิลปะเท่านั่นเอง

เอกสารอ้างอิง

1. พิธีบายศรีสู่ขวัญ จาก www.google.co.th/search?q=cache:oWMq1vle7c0J:student.stjohn.ac.t…

2. พิธีบายศรีประเพณีอันงดงามของท้องถิ่น จาก http://www.everykid.com

3. ประเพณีการสู่ขวัญ จาก http://www.isangate.com

หมายเหตุ:
บทความโดย วรรณศักดิ์พิจิตร บุญเสริม นักวิจัยทางวัฒนธรรมศาสตร์ ประจำสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน E-mail : eiddy101@chaiyo.com
จากเว็บไซต์ สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน


 
 
สาธุการบทความนี้ : 270 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  18 ก.ย. 2549 เวลา 09:19:23  
  www    offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  คนหลังดอย    คห.ที่4)  
  ขาจร


 
ประเพณีพิธีกรรมเป็นความเชื่อที่ยังหาความลับไม่ได้ซึ่งบางครั้งบางคราวมีเรื่องราวที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นในเมื่อมีการประกอบพิธีกรรมขึ้นมา อย่างไรก็ตามตัวข้าพเจ้าเองก็เชื่อและยังยึดถือเอาประเพณีและพิธีกรรมเก่า ๆ มาใช้อยู่เสมอ ซึ่งตัวข้าพเจ้ายังเป็นนักเรียนอยู่ ซึ่งตอนนี้ศึกษาอยู่ชั้นมัธยมตอนปลายซึ่งตอนนี้ได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวความเป็นมา ประวัติและอย่างอื่น อีกมากมายเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้ อยากเชิญชวนให้เพื่อน ๆ มาสนใจเรื่องราวของพิธีกรรมต่าง ๆ และศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราว เพื่อสืบทอดต่อไป ตัวข้าพเจ้าเป็นคนล้านนาไทย กินข้าวนึ่ง พูดกำเมือง รักถิ่นฐานบ้านเกิดตัวเอง ไม่ละทิ้งวัฒนธรรมประเพณีพิธีกรรมอันเก่าแก่ ของทางล้านนา ตัวข้าพเจ้ายังได้ศึกษาเครื่องดนตรีล้านนา และฝึกเล่นอีกด้วยนี้ก็เป้นการอนุรักษ์วัฒนธรรมของไทยอีกอย่างหนึ่ง

 
 
สาธุการบทความนี้ : 371 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  18 ก.ย. 2549 เวลา 09:23:32  
  ตอบอ้างอิง  
 
  จุลินทร์    คห.ที่5)  
  ขาจร


 
พาขวัญอีสานเมื่อก่อน แม่ใหญ่ แม่ย่า ป้า อา พี่น้อง ผู้หญิงมาช่วยกันทํา การที่ทําได้สวยงามปราณีต บ่งบอกถึงความสามัคคี ความงดงามทางใจ ดอกไม้ที่ขาดไม่ได้คือ "สเลเต" พวกเราควรสืบสานไว้ รวมถึง "พานหมากเบง" สิ่งเหล่านี้มีส่วนที่ทําให้จิตใจคนอีสานโอบอ้อมอารีย์

 
 
สาธุการบทความนี้ : 366 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  18 ก.ย. 2549 เวลา 09:24:47  
  ตอบอ้างอิง  
 
  po    คห.ที่6)  
  ขาจร


 

รูปพานบายศรีที่สวยงามมากๆครับ

    
                            

 
 
สาธุการบทความนี้ : 420 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  18 ก.ย. 2549 เวลา 09:33:52  
  ตอบอ้างอิง  
 
  ฝั่งโขง    คห.ที่7)  
  ขาจร


 
สวยมากครับ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 27 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  18 ก.ย. 2549 เวลา 09:34:34  
  ตอบอ้างอิง  
 
  คนบ้านป่า    คห.ที่8)  
  ขาจร


 
การบายศรีสู่ขวัญ เป็นการช่วยให้ยกระดับจิตใจ ของคนเราให้มีสุขภาพดี แถมเป็นประเพณีคนอีสานอย่างดิฉันด้วย หากเป็นไปได้ขอให้ทุกคนอนุรักษ์ สิ่งนี้ด้วย ซึ่งในปัจจุบันมีแต่คนเฒ่าคนแก่เท่านั้นที่ทำบายศรีเป็น จึงอยากให้ลูกหลานได้หัดทำบ้าง และควรมีไว้ในการเรียนการสอนด้วยค่ะ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 365 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  18 ก.ย. 2549 เวลา 09:35:25  
  ตอบอ้างอิง  
 
  มังกรเดียวดาย    คห.ที่9)  
  มหาเซียน

ภูมิลำเนา : ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 03 มี.ค. 2550
รวมโพสต์ : 3,636
ให้สาธุการ : 8,145
รับสาธุการ : 2,857,210
รวม: 2,865,355 สาธุการ

 


พานบายศรี ใหญ่ที่สุด ซึ่งมีความสูงมาก ถ้าหากเปรียบกับตึก หรืออาคารบ้านเรือน จะสูงประมาณ อาคาร 3-4 ชั้น จังหวัดสกลนครได้จัดทำเพื่อสนับสนุนงานประเพณีออกพรรษาแห่ปราสาทผึ้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 จนถึงปัจจุบัน และจะทำต่อไปเรื่อย ๆ เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมที่ดีงาม

ที่มา : http://www.thaigoodview.com/                            

 
 
สาธุการบทความนี้ : 189 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  18 ก.ย. 2549 เวลา 14:28:05  
  www    offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  ปราร้านอกไห   ตอบเต็มรูปแบบ || Quick Reply  
  หน้า: 1 2 3

   

Creative Commons License
พานบายศรี หรือ พาขวัญ --- วิถีชีวิตชาวอีสาน (ปลาร้านอกไห --- อีสานจุฬาฯ)