ผญา คติสอนใจประจำวันที่ 17 ตุลาคม 2561:: อ่านผญา 
อันว่าเชื้อเห่าห้อมโตใหญ่สารพิษ ไผจักทำเพียรสอนสั่งมันบ่มีได้ แปลว่า งูเห่า มีพิษร้ายแรง แม้คนจะพยายามฝึกหัดสั่งสอน ก็ไม่สามารถทำให้มันเชื่องได้ หมายถึง ไม่พึงเป็นคนดื้อรั้น ว่ายากสอนยาก อกตัญญู


  ล็อกอินเข้าระบบ  
ชื่อ ::
รหัสผ่าน::
*จำสถานะ
 
  วิถีชีวิตชาวอีสาน  
       ดินแดนอีสาน มีวัฒนธรรม ประเพณี เฉพาะตน มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ที่เรียบง่าย ท่ามกลางความแร้นแค้น ชาวอีสาน มีความเป็นอยู่เช่นไร ใช้ชีวิตอยู่เช่นไร สร้างศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีเช่นไรขึ้นมา

     แต่ละจังหวัด แต่ละสถานที่ อาจมีวิถีชิวิต ความเป็นอยู่ ที่แตกต่าง ตามลักษณะพื้นที่ หรือธรรมชาิติที่มีอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งหมด ล้วนคือวิถีชิวิตแห่งชาวอีสาน

     เชิญทุกๆท่าน ร่วมเขียนบทความ เรื่องสั้น เล่าวิถีชิวิต ความเป็นอยู่แห่งชาวอีสาน ได้แล้วครับ...



หมายเหตุ
1. ข้อความที่โพสต์ทั้งหมด เกิดจากการส่งโดยผู้อยู่ทางบ้าน ทางผู้ดูแลฯ มีหน้าที่คัดกรอง แต่ไม่100%
2. ทางผู้ดูแลฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือ ลบข้อมูล ตามพิจารณาเห็นสมควร

  หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ตอบกระทู้  
  โพสต์โดย   รวมเรื่องเขียนของ อีเกียแดง  
  อีเกียแดง {แห่งรัตติกาล}  
  อ้างอิงจังหวัด : บุรีรัมย์
 
  อนุเซียนผู้อมตะ

ภูมิลำเนา : บุรีรัมย์ @ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 07 เม.ย. 2552
รวมโพสต์ : 5,431
ให้สาธุการ : 4,145
รับสาธุการ : 8,940,040
รวม: 8,944,185 สาธุการ

 
                                              
                                                             ตอน น้ำตาลเรียกพี่  

                                                                 บทโดย  

                                                            อีเกียแดง แห่งรัตติกาล












                                      ณ..อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ  เวลา 19.25 น.


               แสงไฟสลัวๆออกสีขาวนวลปนฟ้าทำให้บรรยากาศภายในร้าน   ริวแอนด์รุทธิ์   ดูจะมีเสน่ห์มนต์ขลังดึงดูดลูกค้าเข้ามาใช้บริการอยู่ไม่ขาดระยะและส่วนมากมักจะเป็นคู่รักที่เข้ามาเป็นแขกประจำ คงอาจจะเป็นเพราะว่ารสชาดของอาหารที่ทางเจ้าของร้านหนุ่มไฟแรงได้คัดสรรเลือกกุ๊กสาวฝีมือเยี่ยม แถมพร้อมด้วยดีกรีแห่งความสวยในระดับเกรด A  มาโชว์ฝีมือให้ลูกค้าได้ลิ้มลองและโชว์รอยยิ้มหวานๆให้กับทางเจ้าของร้านได้ชม ( เอ๊ะ!!! ยังไงเนี่ยะ!! )

           ร้านแห่งนี้ถูกตกแต่งแบบคลาสสิคตามสไตล์เจ้าของร้านหนุ่มไฟแรงผู้มีนามแฝงว่า " อีเกียแดง แห่งรัตติกาล " ต้นไม้พุ่มเตี้ยและดอกไม้ถูกตั้งประดับประดาอยู่ตามจุดต่างๆ ส่วนโต๊ะอาหารนั้นถูกจัดตั้งไว้ระยะห่างกันพอสมควร คงเป็นเพราะเจ้าของร้านแห่งนี้เข้าใจซึ้งถึงการบริการว่าคู่รักทุกคู่ต้องการความเป็นส่วนตัว ความเงียบสงบ และความโรแมนติก การที่ได้พาคนที่เรารักออกมาทานอาหารข้างนอก และเมื่อเป็นร้านที่บรรยากาศสงบเงียบ คลาสสิคเช่นนี้ มันทำให้ชีวิตคู่ช่างดูสดใส มีชีวิตชีวา กระดี๊กระด๊าเหมือนปลากระเดิด โอ๊ะ ปลากระดี่ได้น้ำเป็นไหนๆ อย่างน้อยการที่โต๊ะอาหารตั้งอยู่ห่างกันและมีต้นไม้พุ่มเล็กๆปิดกั้นสายตาจากโต๊ะอื่น บวกกับไฟสลัวๆภายในร้านมันทำให้การ  จก  ง่ายขึ้น และไม่ต้องกลัวว่าคนอื่นจะมองเห็นการจกของเรา ( จก ผ้าเช็ดปากมาเช็ดปากให้คนฮัก ผู้สาวผีบ้าอีหยั๋งกินเหี่ยปากเหี่ยคอกะด้อ หึย...)  
        

  " ตุ้ม!! พี่ว่าปีหน้าพี่จะให้ทางผู้ใหญ่ไปขอตุ้มกับทางคุณพ่อคุณแม่ของตุ้มนะ ตุ้มมีความเห็นว่าอย่างไร "  เสียงของชายหนุ่มวัยกลางคน หน้าคมเข้มดูภูมิฐาน เอ่ยถามดรุณีนางที่นั่งอยู่เบื้องหน้า ซึ่งขณะนี้เธอกำลังใช้มือทั้งสองข้างฉีกต่อนปลาร้าให้ขาดออกจากกัน ซึ่งตอนนี้บนโต๊ะมีอาหารวางอยู่หลายรายการ   รอยยิ้มที่ริมฝีปากของเธอเผยอขึ้นเล็กน้อยพร้อมมองไปที่ใบหน้าของชายหนุ่ม

  

" เปลี่ยนเป็นกำนันมาขอไม่ได้เหรอพี่ ผู้ใหญ่ตุ้มว่ามันไม่จี๊ดค่ะ..คริ.คริ. "  เธอหัวเราะออกมาเบาๆ เล่นเอาชายคนรักกลั้นหัวเราะกับอารมณ์ขันของเธอไม่ได้พลางนึกในใจ ( คนบ้าอะไรว๊ะ!!!ขันเก่งยิ่งกว่าไก่และนกเขาเสียอีก )



" เอาอย่างนี้ก็แล้วกันเดี๋ยวพี่จะให้ทางพันเอกหัวหน้าสายงานโดยตรงของพี่เป็นธุระในการไปสู่ขอตุ้มเอง ดีไหมคนดี "  ชายหนุ่มเอ่ยจริงจังพร้อมกับให้คำมั่นสัญญากับเธอ มันทำให้รอยยิ้มของเธอฉีกกว้างยิ่งกว่าฉีกต่อนปลาร้าเมื่อสักครู่นี้ เธอหยุดให้ความสนใจกับต่อนปลาร้าไปชั่วขณะกลับมาให้ความสนใจกับใบหน้าของชายคนรักแทน มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อย น้ำตาคลอ ไม่นึกไม่ฝันว่าชายหนุ่มคนนี้คือลูกผู้ชายตัวจริง (ที่ทางกระทิงแดงเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ)

           เขาคนนี้แหล่ะที่เธอเฝ้าตามหามานานแสนนาน มือเรียกเล็กปุ้มๆของเธอถูกยื่นเข้าไปสัมผัสกับใบหน้าคมเข้มมันทำให้ชายหนุ่มถึงกับผงะ!! ตาเบิกโพลงคงจะไม่นึกฝันว่าจะเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ดรุณีนางอันเป็นที่รักของเขาคงจะตื้นใจเป็นที่สุดจนไม่สามารถบังคับควบคุมตัวเองได้ นี่เป็นครั้งแรกของเขาที่ใบหน้าได้สัมผัสกับมือเรียวปุ้มๆของเธอ  ชายหนุ่มยิ้มเจื่อนๆเล็กน้อยเมื่อมือของเธอยังสัมผัสอยู่ที่ใบหน้าของเขา พลางนึกฉงนในใจว่า นี่มันคือกลิ่นความหอมจากนวลเนื้อของดรุณีนางหรือว่ากลิ่นของปลาร้ากันแน่!!  










" ตุ้มรักพี่นะค๊ะ !!  รักหมดไส้หมดพุงเลยค่ะ "  เธอเอ่ยพร้อมกับยิ้มขณะที่มือยังสาละวนอยู่กับใบหน้าของเขา  ชายหนุ่มนึกหัวเราะในใจ นี่เขาคงเลือกคนไม่ผิดจริงๆบนความหวานซึ้งเธอยังสร้างอารมณ์ขันให้เขาได้เสมอ จึงไม่แปลกใจเลยที่เวลาเขาอยู่กับเธอเขาจะผ่อนคลายหายเครียดเสมอ ความรักมันไม่จำเป็นต้องวิเศษหรือเลิศเลอเสมอไป แค่เรามีความสุขอยู่ในแต่ละช่วงแห่งการสัมผัสก็คงเพียงพอแล้ว



  " พวงมาลัยครับ พวงละ10บาท..เอาบ่ แห่ะๆ!!.."  เสียงจากอาคันตุกะร่างเล็กดังขึ้น ทำให้สาวเจ้าต้องดึงมือกลับมาในทันควัน แล้วหันไปให้ความสนใจกับเจ้าเด็กน้อยที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะซึ่งตอนนี้ในมือมีพวงมาลัยอยู่ประมาณ10พวงเห็นจะได้



" เอามา5พวงบักหล่า..เอื้อยสิซื้อไปไหว้พระ." เธอบอกพร้อมกับยื่นเงินใบละ50บาทให้กับเด็กน้อย และมันสามารถสร้างรอยยิ้มให้กับเด็กน้อยผู้มีนามว่า " เจ้าริว " ในทันที พลางนึกในใจว่าวันนี้เจอคนใจดีเข้าให้แล้ว เด็กน้อยยกมือไหว้ขอบคุณก่อนจะเดินหนีหายออกไปจากจุดนั้น...



" ตุ้มยังเป็นคนที่จิตใจงดงามเสมอนะ พี่ตัดสินใจเลือกคนไม่ผิดจริงๆ พี่ขอสัญญาด้วยเกียรติของลูกเสือสำรองว่าพี่จะรักและเฝ้าทะนุถนอมตุ้มของพี่ไปตลอดชีวิต "  ชายหนุ่มให้คำมั่นสัญญากับเธออีกครั้ง  สาวเจ้าดรุณีนางจ้องหน้าชายหนุ่มอีกครั้ง แววตาทอประกายเหมือนแสงไฟรถดีแม็คในระบบไฟซีนอน เธอยืนขึ้นพร้อมกับยื่นแขนเหนี่ยงรั้งตัวของชายหนุ่มให้เองเอียงเข้ามาหา ริมฝีปากเผยอขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าแดงซ่านอาบไปด้วยสายโลหิตรักสิเหน่หาภายใน พร้อมจะประทับรอยฝีปากแห่งความรักให้กับชายอันเป็นที่รักด้วยความดูดดื่ม...



" เอื้อย!! ซื้ออ้อยเลี้ยงซ้างบ่ครับ..ถุงละ10บาท แห่ะๆ "   เสียงนี้มันทำให้ดรุณีนางและชายหนุ่มผละออกจากกันในทันทีทันใด และต่างก็หัวเราะร่าเมื่อมองเห็นว่าเจ้าของเสียงคือ " เจ้าริว " เด็กขายพวงมาลัยคนเมื่อกี๊นี่เอง


                      

                  ( โอ๊ยย..อ้อยกำลังสิเข้าปากซ้าง.บักริวน้อยสิมาขายอ้อยไปเลี้ยงซ้าง พะนะ งึดหลาย..)

 
 
สาธุการบทความนี้ : 557 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  27 เม.ย. 2555 เวลา 13:24:55  
    MySite  offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  ลุ่มดอนไข่    คห.ที่1)  
  อนุเซียน

ภูมิลำเนา : บึงกาฬ - หนองคาย
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 15 มิ.ย. 2553
รวมโพสต์ : 1,601
ให้สาธุการ : 2,855
รับสาธุการ : 2,967,620
รวม: 2,970,475 สาธุการ

 
สรุปหว่า...
ผู่บ่าวเพิ่นเป็นลูกเสือสำรองติทิด

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  28 เม.ย. 2555 เวลา 18:49:46  
    MySite  offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  ป้าหน่อย    คห.ที่2)  
  เซียน

ภูมิลำเนา : อุบลราชธานี
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 05 ธ.ค. 2552
รวมโพสต์ : 2,168
ให้สาธุการ : 3,410
รับสาธุการ : 3,629,960
รวม: 3,633,370 สาธุการ

 
คุณลุ่มดอนไข่:
สรุปหว่า...
ผู่บ่าวเพิ่นเป็นลูกเสือสำรองติทิด


อ้อยสิเข้าปากซ้างพะนะ ฮ่าๆๆๆ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 465 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  28 เม.ย. 2555 เวลา 21:48:00  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  อีเกียแดง {แห่งรัตติกาล}    คห.ที่3)  
  อนุเซียนผู้อมตะ

ภูมิลำเนา : บุรีรัมย์ @ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 07 เม.ย. 2552
รวมโพสต์ : 5,431
ให้สาธุการ : 4,145
รับสาธุการ : 8,940,040
รวม: 8,944,185 สาธุการ

 
คุณป้าหน่อย:
คุณลุ่มดอนไข่:
สรุปหว่า...
ผู่บ่าวเพิ่นเป็นลูกเสือสำรองติทิด


อ้อยสิเข้าปากซ้างพะนะ ฮ่าๆๆๆ



เป็นลูกเสียสำรองคักๆครับ แถมเลี้ยงซ้างพ้อม แห่ะๆ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 499 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  30 เม.ย. 2555 เวลา 15:55:43  
    MySite  offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  อีเกียแดง {แห่งรัตติกาล}    คห.ที่4)  
  อนุเซียนผู้อมตะ

ภูมิลำเนา : บุรีรัมย์ @ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 07 เม.ย. 2552
รวมโพสต์ : 5,431
ให้สาธุการ : 4,145
รับสาธุการ : 8,940,040
รวม: 8,944,185 สาธุการ

 


..สายฝนที่เทกระหน่ำลงมาในช่วงตอนเย็นมันทำให้อากาศบริเวณโดยรอบลดอุณภูมิแห่งความเร่าร้อนดั่งเปลวเพลิง มลายหายสิ้นไปโดยปริยาย ควันสีขาวที่มาพร้อมกับไอระอุของผืนดินในยามที่โดนเม็ดฝนประพรมชะโลมเลียในช่วงหัวค่ำถูกแปรเปลี่ยนสภาพเป็นผืนดินที่เต็มไปด้วยความชุ่มชื่น เม็ดน้ำนับล้านที่หล่นมาจากฟากฟ้ายังช่วยทำให้ท้องทุ่งและผืนป่าเกิดการปรับสภาพขยายตัวเพื่อรองรับดูดซึมซับน้ำทิพย์จากสรวงสวรรค์อย่างผู้หิวกระหายเสมือนมิเคยได้ลิ้มลองและสัมผัสกับรสชาดอันหวานชื่นมาเสียนาน

ความเย็นถูกปกคลุมแผ่ซ่านไปทั่วอาณาบริเวณสลับกับเสียงร้องรำทำเพลงของเขียดตัวน้อยที่ออกอาการดีใจอย่างเห็นได้ชัด "นี่บรรพบุรุษของเจ้าเขียดตัวน้อยคงจะไม่ได้บอกกล่าวตักเตือนลูกหลานของตัวเองเป็นแน่แท้" เพราะเมื่อใดที่ฝนตกน้ำมา พวกที่ดีใจน่าจะเป็นพวกปลากระดี่ไม่ใช่พวกบรรดาเขียดซักกะหน่อย ..^_^.. ว่าม๊ะ..แห่ะๆ


                                       .....ค่ำคืนแห่งรัตติกาล ณ อิ่มเอมรีสอร์ท นครชัยภูมิ.....

                หลอดไฟยี่ห้อดังจากเจแปน ส่องประกายแบบมิเต็มใจ เพราะประเมิณด้วยสายตาแล้วมันดูขมุกขมัวยังไงชอบกล อาจจะเป็นเพราะว่าเสื่อมสภาพไปโดยที่เจ้าของรีสอร์ทไม่ได้สั่งการให้ผู้ดูแลทำการปรับเปลี่ยน หรือ อีกนัยหนึ่งสาเหตุน่าจะมาจากคนภายในห้องจงใจที่จะทำให้มันเกิดแสงออกมาในลักษณะนี้ ผ้าม่านภายในห้องถูกดึงปิดจนยากที่จะคาดเดา (ยกเว้นอีเกียแดงเท่านั้นที่รู้ดี) แม้แต่มดตัวน้อยจะแอบชะเง้อคออันกระจ้อยร่อยเข้าไปสอดแนมก็มิอาจเห็นได้ เสียงเครื่องปรับอากาศยังทำงานอย่างแผ่วเบาถึงแม้อุณภูมิภายนอกจะเย็นก็ตามที แสดงให้เห็นว่าบุคคลภายในมีรสนิยมติดยึดกับองศาต่างเป็นแน่แท้เชียว อ๊ะ อ๊ะ หรือว่าอุณภูมิภายในห้องมันไม่ได้เย็นดังเช่นอุณภูมิภายนอกหรืออย่างไร ????


" เป็นไงบ้างคนดี ทนไหวมั้ยแม่คุณ " เสียงชายหนุ่มเอ่ยแผ่วเบาพร้อมกับใช้ริมฝีปากเข้าไปแนบข้างๆใบหูของหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าคนรัก มันทำให้เธอต้องขยับตัวพร้อมกับกายสั่นไหวเล็กน้อย


" บอกว่าอย่าขยับเข้ามาใกล้ เห็นมั้ยเล่นเอาเค๊าขนลุกหมดแล้วนี่ มันจะทนไม่ไหวอยู่แล้วน๊ะ " เสียงเธอต่อว่าต่อขานชายหนุ่มแผ่วเบาพร้อมทำสีหน้าเจื่อนๆ จนชายหนุ่มที่นั่งอยู่ต่อหน้าต้องอมยิ้มพร้อมกับขยับกายเข้าประชิดกว่าเดิม มือขวาอันแข็งแกร่งโอบกอดร่างอันกลมกลึงโน้มเข้าหา สายตาอันคมกริบส่องประกายฉายแววประดุจเสมือนว่าอีเกียแดง แห่งรัตติกาล กำลังเจอบักสีดา (ฝรั่ง)อันโอชะเสียอย่างนั้น


" น่าน๊ะ ไหนดูซิ ขอดูหน่อยแม่คุณ ไหวไม่ไหวเดี๋ยวก็รู้ " เสียงชายหนุ่มคะยั้นคะยอ พร้อมเอียงคอเข้าไปกระซิบที่ข้างใบหูของเธออีกครั้ง


" ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ไหวแล้ววววววว....ซี๊ดดด.. " เสียงเธอบอกคนรักแผ่วเบาพร้อมกับแสดงอาการตัวเกร็งขนลุกอย่างเห็นได้ชัด ทำเอาชายหนุ่มนั่งยิ้มกรุ้มกริ่มออกอาการส่งสายตาชวนฝันในทันใดและไม่อาจที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ในบัดดล


" ไม่นะ ไม่ ไม่ ไม่ ไอ้ยัยนกบ้า..รีบออกมาจากห้องน้ำเดี๋ยวนี้เลยนะเค้าจะราดอยู่แร๊ววว.." เสียงเธอตะโกนลั่นห้องบอกเพื่อนสาวที่เข้าไปอาบน้ำอยู่เสียนาน เพราะขืนช้ากว่านี้สักสองนาทีมันคงทำให้ชายหนุ่มคนรักมีเรื่องให้ต้องจดจำไปถึงวันตายเป็นแน่ นี่คงเป็นเพราะพิษของมะม่วงเปรี้ยวในช่วงกลางวันเเน่ๆเลย


" ชายหนุ่ม " ?????


" อีเกียแดง" บุ๊ยยย แม่นหยั๋งหล่ะ



                                                          โดย อีเกียแดง แห่งรัตติกาล


                        (ขออภัยกับถ้อยคำบางประโยคครับแหะๆ ผู้เขียนมิได้มีเจตนาอะจึ๊ยๆ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 531 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  15 พ.ค. 2555 เวลา 06:13:04  
    MySite  offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  จารย์ใหญ่    คห.ที่5)  
  อนุเซียนผู้อมตะ

ภูมิลำเนา : มุกดาหาร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 13 ก.ย. 2552
รวมโพสต์ : 5,168
ให้สาธุการ : 3,230
รับสาธุการ : 7,046,870
รวม: 7,050,100 สาธุการ

 
บ่ได้เจตนา เเต่ตั้งใจ ว่านั้นเถาะ...

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  15 พ.ค. 2555 เวลา 07:00:49  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  อีเกียแดง {แห่งรัตติกาล}    คห.ที่6)  
  อนุเซียนผู้อมตะ

ภูมิลำเนา : บุรีรัมย์ @ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 07 เม.ย. 2552
รวมโพสต์ : 5,431
ให้สาธุการ : 4,145
รับสาธุการ : 8,940,040
รวม: 8,944,185 สาธุการ

 
คุณจารย์ใหญ่:
บ่ได้เจตนา เเต่ตั้งใจ ว่านั้นเถาะ...



นี่กะดาย..อ้อ.ลืมถามไปว่าอาศรมใกล้สำเร็จแล้วติขอรับ มีสมุนน้อยสิไปบำเพ็ญตะบะนำสั่นดอก

 
 
สาธุการบทความนี้ : 472 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  20 พ.ค. 2555 เวลา 05:57:39  
    MySite  offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  อีเกียแดง {แห่งรัตติกาล}    คห.ที่7) ..พรายเพรียกแห่งนิทรา..  
  อนุเซียนผู้อมตะ

ภูมิลำเนา : บุรีรัมย์ @ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 07 เม.ย. 2552
รวมโพสต์ : 5,431
ให้สาธุการ : 4,145
รับสาธุการ : 8,940,040
รวม: 8,944,185 สาธุการ

 


                        
                                                 พรายเพรียกแห่งนิทรา

                             " อย่าทิ้งพี่ไปไหนนะ "  

ถ้อยคำที่ดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาทได้สั่นคลอนความรู้สึกต่อร่างงามระหงที่ยืนบ่ายหน้ามองทุ่งนาข้าวที่กำลังเขียวชะอุ่ม  น้ำในตาของเธอไหลปริ่มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ใบหน้าที่เคยสวยสดใสถูกความเศร้าหมองเข้าครอบงำ นี่แหล่ะหนาที่เขาว่าที่ใดมีรักที่นั่นย่อมมีทุกข์ การที่เรารักใครมากๆเมื่อบั้นปลายมันจบด้วยความผิดหวังความรู้สึกที่ถูกเก็บสะสมมาในช่วงความรักบานเบ่ง ต้องถูกดึงขึ้นมาคิดทบทวนอยู่ร่ำไปพร้อมกับตอกย้ำความรู้สึกให้จมดิ่งลงไปยากที่จะถอน"


                            .. พรุ่งนี้ญาจะมาช่วยปลูกต้นไม้ด้วย !!

                   ประโยคนี้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหวาดกลัวระคนอิ่มใจอยู่อย่างประหลาด มาถึงตอนนี้ชายหนุ่มก็ยังไม่สามารถบอกได้แน่ว่าเขารักและรอการกลับมาของเธอหรือเปล่า ภาพเมื่อ5ปีก่อนยังจำติดอยู่ในความรู้สึกของเขา การเหนี่ยวรั้งดูเหมือนจะไร้ผล ด้วยอำนาจแห่งเงินตรานั้นมันฉุดลากเธอให้ห่างออกไปจากเขาไกลแสนไกล ถึงแม้ว่าตัวเขาจะคุกเข่าอ้อนวอนแต่เธอก็กลับไม่แยแส


                             " พรุ่งนี้ญาจะมาช่วยปลูกต้นไม้ด้วย "

                เล่นเอาชายหนุ่มนอนมือก่ายหน้าผากกระสับกระส่ายไปมา เขาหลับไหลไปท่ามกลางพายุฝนที่พัดโหมกระหน่ำลงมาตลอดทั้งคืน และรู้สึกตัวว่าฝันเห็นผืนป่าลึกที่ยังดิบชื้น  ทางเดินดินทรายดูเฉอะแฉะคดเคี้ยวดั่งงู ใต้ต้นไม้ใหญ่ปรากฏร่างของญาที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีฟ้า ใบหน้าถูกคลุมด้วยผ้าขาวม้าสวมทับด้วยหมวกปีกกว้างอีกที เรียกความเป็นอภิญญาสาวบ้านนาคนเดิมคืนกลับมาแทบหมดสิ้น เหลือเพียงแต่แววตาฉลาดซ่อนเล่ห์เท่าทันผู้คน ซึ่งต่างจากแววตาอ่อนหวาน เรียบซื่อเฉกเช่นวันวาน
                       ..ที่นาของชายหนุ่มอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านนัก แม้กลางที่นาจะมีบ่อน้ำที่ขุดไว้ใช้สอยก่อนหน้านี้แล้ว แต่นั่นมันก็ยังไม่เพียงพอกับการเพาะปลูก ชายหนุ่มเริ่มด้วยการจ้างรถแมคโฮมาขุดบ่อ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเดินท่อตามจุดต่างๆ เขาให้รถดันยกคันนาให้สูงกว่าระดับปรกติถึงสามเท่า เพื่อกันน้ำหลากในฤดูฝน จากการเตรียมผืนดินในครั้งนี้เอง ทำให้ชายหนุ่มใช้เงินที่เขาสู้เก็บออมมาชั่วชีวิตจนแทบหมดสิ้น ไรเหงื่อจับที่ปลายจมูกของชายหนุ่ม สองขาเริ่มถ่วงหนักหลังจากที่เขาไม่ได้ออกกำลังกายมาเสียนาน


       " เราจะไม่ปลูกต้นไม้ด้วยกันบ้างหรือ "  ร่างงามเอ่ยถามชายหนุ่มด้วยแววตาที่ดูอ่อนโยน มันช่างดูต่างกันลิบลับก่อนหน้านี้



      " อย่าเลย ปลูกต้นไม้ร่วมกันมันมักจะไม่ค่อยโต " ชายหนุมบอก ซึ่งความจริงแล้วหาใช่อย่างที่เขาพูดไม่ เป็นเพราะกระแสความกลัวอะไรบางอย่างทำให้ชายหนุ่มพูดออกไปโดยไม่ยั้งคิด



     " ถ้าอยากจะปลูกคนเดียวแบบฤาษีจารย์ใหญ่ก็ตามใจเถอะ "  เธอหัวเราะเยาะเย้าเสียงใสจนเล่นเอาชายหนุ่มหงุดหงิดอยู่ลึกๆ แบกจอบเดินก้มหน้างุดเดินไปเหนือนา เสียงของเธอหัวเราะร่าเริงยังตามหลังมาดั่งจะเย้ย


     " ลงทุนปลูกไม้ระยะยาวแบบนี้อีกนานเท่าไรถึงจะเห็นผลก็ไม่รู้ "  เสียงของเธอค่อนขอดเขา


     " ไม่เป็นไรหรอกน่า ระยะเวลามันไม่ใช่ปัญหาหรอก สิ่งที่ทำให้เราสุขก็คือเราได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ได้อยู่กับงานของเราแค่นี้ก็น่าจะเป็นการคุ้มทุนตั้งแต่วันแรกที่ลงมือปลูกแล้วหล่ะ ผลลัพธ์ในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรบ้างก็คงว่ากันอีกที " ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ และเขาก็จะยังเดินหน้ามุ่งมั่นให้กับงานของเขาโดยมีจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้อยู่ในอีกระดับหนึ่ง


   " งั้นก็ตามใจ กว่ามันจะผลิดอกออกผลคนก็คงแก่ตายกันพอดี ขี้คร้านจะทันได้เห็นผลงานตัวเอง  คริ คริ " เสียงเธอกระเซ้า


                   อภิญญารู้ดีว่าชายหนุ่มซื่อเกินกว่าที่จะจับความเศร้าที่ซ่อนอยู่ในเสียงหัวเราะร่าเริง จากที่ตัวเธอเลือกที่จะจากไปไกลแสนไกลมันเหมือนกับการเอาน้ำกรดสาดหัวใจและมันพร้อมที่จะกัดกร่อนเขาทีละน้อยๆ ความหวานใสในวัยสาวของเธอผ่านไปโดยที่ไม่มีโอกาสได้ใช้อย่างคุ้มค่านัก เธอรู้ดีว่าการเลือกตัดสินใจเดินห่างออกไปจากชายหนุ่มในวันนั้นมันทำให้เขาต้องทรมานสักเพียงไหน เขาเคยเอ่ยกับเธอว่าถึงอย่างไรก็จะยังเฝ้ารอเธออยู่ตรงนี้มิเปลี่ยนแปลงและจะไม่จากไปไหน



   " คราบน้ำตาของหญิงสาวพรั่งพรูออกมาอีกครั้ง ณ วันนี้กลับเป็นชายหนุ่มเสียเองที่ปล่อยทิ้งให้เธออยู่โดดเดี่ยวเดียวดาย ชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่ารักและเฝ้ารอเธออยู่ทุกลมหายใจเขาได้พิสูจน์ให้เธอได้เห็นว่าเขารักและภักดีแด่เธอด้วยใจอันแน่วแน่ ถ้าเขาไม่ปกป้องยอมสละชีวิตตัวเองแทนเธอในวันนั้นป่านนี้คงเป็นตัวเธอเองที่ต้องจบชีวิตลง  สายลมเย็นโชยพัดมาแผ่วเบาทำเอาความรู้สึกของเธอต้องหนาวลึกสุดกลั้น สายตาที่ดูพร่าเหม่อมองทิวไม้ที่เขาและเธอช่วยกันปลูกมันขึ้นมา ณ วันนี้ต้นไม้ที่ร่วมกันปลูกเริ่มเติบใหญ่เรียงรายยืนแข็งแกร่งเฉกเช่นชายหนุ่มยืนเฝ้ามองคนรักด้วยใจตั้งมั่นและพร้อมจะปกป้องเธออยู่มิห่างกายฉันนั้น"
                                        

                                                                 บทโดย
                                                         อีเกียแดง แห่งรัตติกาล    
  

 
 
สาธุการบทความนี้ : 497 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  11 มิ.ย. 2555 เวลา 17:10:04  
    MySite  offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  ลุ่มดอนไข่    คห.ที่9)  
  อนุเซียน

ภูมิลำเนา : บึงกาฬ - หนองคาย
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 15 มิ.ย. 2553
รวมโพสต์ : 1,601
ให้สาธุการ : 2,855
รับสาธุการ : 2,967,620
รวม: 2,970,475 สาธุการ

 
คุณอีเกียแดง {แห่งรัตติกาล}:
" ลงทุนปลูกไม้ระยะยาวแบบนี้อีกนานเท่าไรถึงจะเห็นผลก็ไม่รู้ "  เสียงของเธอค่อนขอดเขา


แหม่น....พาเพิ่นปูกต้นหยังยู่ทิดคือสิใช้เวลาด่นแท้
ขั่นอยากเห็นผลไวต้องปูก...ต้นฮักกับต้นปอ...เนาะ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 406 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  11 มิ.ย. 2555 เวลา 19:59:44  
    MySite  offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  บ่าวหน่อ    คห.ที่10)  
  อภิมหาเซียน

ภูมิลำเนา : ร้อยเอ็ด
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 03 มี.ค. 2550
รวมโพสต์ : 4,188
ให้สาธุการ : 180
รับสาธุการ : 5,048,870
รวม: 5,049,050 สาธุการ

 
คุณลุ่มดอนไข่:
คุณอีเกียแดง {แห่งรัตติกาล}:
" ลงทุนปลูกไม้ระยะยาวแบบนี้อีกนานเท่าไรถึงจะเห็นผลก็ไม่รู้ "  เสียงของเธอค่อนขอดเขา


แหม่น....พาเพิ่นปูกต้นหยังยู่ทิดคือสิใช้เวลาด่นแท้
ขั่นอยากเห็นผลไวต้องปูก...ต้นฮักกับต้นปอ...เนาะ


บัดจารย์ใหญ่ คือ ปลูกบักตาลเอ๋า แสดงว่าจารย์ใหญ่ วางแผนการไกล เป็นคนอนาคตไกล

 
 
สาธุการบทความนี้ : 422 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  12 มิ.ย. 2555 เวลา 14:57:31  
  www    offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  ปราร้านอกไห   ตอบเต็มรูปแบบ || Quick Reply  
  หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12

   

Creative Commons License
รวมเรื่องเขียนของ อีเกียแดง --- วิถีชีวิตชาวอีสาน (ปลาร้านอกไห --- อีสานจุฬาฯ)