ผญา คติสอนใจประจำวันที่ 17 ตุลาคม 2561:: อ่านผญา 
เบเบฮ้องงัวเฮาอย่าฟ้าวว่า ลางเทื่อเสือโคร่งเขี้ยวสิกินเจ้ามอดชีวัง แปลว่า ได้ยินเสียง เบเบ อย่าเพิ่งเข้าใจว่าเป็นวัวของตน บางทีเป็นเสือโคร่ง จะกัดตนตายได้ หมายถึง ควรทำกิจใดๆ ด้วยความรอบคอบระมัดระวัง อย่าได้ผลีผลาม


  ล็อกอินเข้าระบบ  
ชื่อ ::
รหัสผ่าน::
*จำสถานะ
 
  วิถีชีวิตชาวอีสาน  
       ดินแดนอีสาน มีวัฒนธรรม ประเพณี เฉพาะตน มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ที่เรียบง่าย ท่ามกลางความแร้นแค้น ชาวอีสาน มีความเป็นอยู่เช่นไร ใช้ชีวิตอยู่เช่นไร สร้างศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีเช่นไรขึ้นมา

     แต่ละจังหวัด แต่ละสถานที่ อาจมีวิถีชิวิต ความเป็นอยู่ ที่แตกต่าง ตามลักษณะพื้นที่ หรือธรรมชาิติที่มีอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งหมด ล้วนคือวิถีชิวิตแห่งชาวอีสาน

     เชิญทุกๆท่าน ร่วมเขียนบทความ เรื่องสั้น เล่าวิถีชิวิต ความเป็นอยู่แห่งชาวอีสาน ได้แล้วครับ...



หมายเหตุ
1. ข้อความที่โพสต์ทั้งหมด เกิดจากการส่งโดยผู้อยู่ทางบ้าน ทางผู้ดูแลฯ มีหน้าที่คัดกรอง แต่ไม่100%
2. ทางผู้ดูแลฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือ ลบข้อมูล ตามพิจารณาเห็นสมควร

  หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 ตอบกระทู้  
  โพสต์โดย  
สารานุกรม แมงไม้ ใน อีสาน (คลิกอ่านบทความต่อเนื่อง)
 
  บ่าวตั้ม เมืองศรีฯ    คห.ที่11)  
  ปรมาจารย์

ภูมิลำเนา : ศรีสะเกษ
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 20 ก.ค. 2553
รวมโพสต์ : 650
ให้สาธุการ : 2,565
รับสาธุการ : 772,090
รวม: 774,655 สาธุการ

 
แมงคามแถวบ้านผมกะพบได้ตาม ต้นแก ต้นผักอีถ่อนครับ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  28 ก.ย. 2553 เวลา 20:34:59  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  ปิ่นลม    คห.ที่12) แมง อะระหัง  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2,203
ให้สาธุการ : 180
รับสาธุการ : 3,892,490
รวม: 3,892,670 สาธุการ

 


ชื่อ  แมงอะระหัง  (ฤาษีผู้สันโดษ)

ชื่อวิทยาศาตร์   Torrynorrhina distincta ( ไม่แน่ชัด )
วงศ์  P. montana group
ชื่ออื่น      แมงทับเหลี่ยม

ลักษณะทางกายภาพ


เคลือญาติของแมลงพันธุ์ด้วง  แมงอันนี้ทั้งสองเพศมีหลายสี อย่างน้อยสามสีคือ เขียว เขียวปนส้ม (รวมทั้งส้มเขียวและส้มแดง) และน้ำเงินดำ ลักษณะเด่นคือมีส่วนหน้าของหัว (Clypeus) ยื่นยาวและค่อนข้างขยายใหญ่ใกล้ส่วนปลาย ใต้ท้องมีสีเข้มในส่วนของท้อง แต่ด้านบนของด้วงชนิดหลังนี้มีสีเดียวคือสีเขียวแกมทอง
ตัวผู้ มักจะมีลำตัวแคบกว่าตัวเมียและมีฟันที่ปลายแข้ง (tibia) เพียง 1 ซี่ ส่วนตีวเมียจะมีฟัน 2 ซี่โดยมีซี่ถัดจากส่วนปลายแข้งลงมาด้าน มีหนวดสั้น ลำตัวเกือบจะเป็นเหลี่ยม มีขนาดใหญ่ รองจากด้วงกว่าง
หรือแมงคาม

อาหาร

ชอบกินน้ำหวานจากดอกไม้ที่มีช่อแข็ง เช่น ดอกหมาก  ดอกพร้าว ฮวงตาล  และฮวงหวาย

สถานที่พบ


ตามฮวงดอกหมาก ฮวงดอกพร้าว ฮวงดอกตาล ส่วนมากพบตอนแดดพวมงาย  
เนื่องจากเรือนอีสานสมัยก่อนเป็นเรือนยกใต้ถุนสูงมีชานแดด  และด้านหลัง
เป็น”ซานน้ำ” หรือที่เก็บแอ่งน้ำ อุ น้ำ ไว้ใช้สอย
ใกล้ๆกับซานน้ำ  มักจะปลูกต้นหมาก ไว้ให้พ่อใหญ่แม่ใหญ่เคี้ยวหมากนอกจากนั้น
ยังปลูกต้นพร้าว ไว้ใกล้ๆ

  แมงอะระหัง จึงชอบมาตอมดอกพืชชนิดที่กล่าวมา เพื่อดูดกินน้ำหวาน โดยเฉพาะต้นหมาก

เมื่อกินอิ่มแล้ว จะเมา หรือ” วิน” พอแดดตอนสายส่องแสง หรือ
แดดพวมงาย ก็จะผกผินบิน ผิดทิศทางเข้ามาในเรือน เด็กน้อยไล่จับ เป็นที่สนุกสนาน
บางครั้งก็ เอาไม้ไปสอยเอา มันจะตกลงดิน  

วงจรชีวิต

วางไข่ในดิน ตรงพื้นที่ดินทรายมีใบไม้ทับถม นาน 2-3 เดือน (สิงหาคม-ตุลาคม )  
จากนั้นก็กลายเป็น“บ้งดิน “ หรือ ตัวหนอนในดิน  อีก 2 – 3 เดือน
พอประมาณ เดือน เมษายน ก็ ลอกคราบ กลายมาเป็นแมลง
ส่วนมากเป็นแมลงที่พบตัวได้ยาก ไม่ชอบตอมไฟ กลางคืนอาศัยหลบนอน ตามยอดไม้เปลือกไม้
จะพบตัวมันก็ต่อเมื่อ ช่วงเดือน เมษายน– กรกฎาคม   เท่านั้น    

ภาพไข่ของแมง อะระหัง



ภาพ "บ้งดิน" หรือ ตัวอ่อน ของแมงอันนี้
    
ในแง่วิถีชีวิตและความสัมพันธ์ทางธรรมชาติ

ส่วนมากไม่นิยมนำมาเป็นอาหาร แต่ก็ กินได้ โดยการเอามา “จี่” กิน  ส่วนใหญ่ เมื่อจับได้

ผู้ใหญ่จะทำไม้” แท่นหัน”  ทำจากไม้ไผ่  แบนๆ เจาะรูร้อยเชือก ทั้งสองด้าน  
และไม้อีกอันเป็นด้ามจับหากคิดไม่ออก ให้ดู ใบพัดเฮลิคอปเตอร์  ชนิดใบพัดเดี่ยว  
จากนั้นก็นำ แมงอะระหัง  สองตัว ผูกเชือกที่ขา ร้อยติดทั้งสองด้าน แล้วให้มันบิน มันจะบินถ่วงกัน
เป็นวงกลม ทำให้ ใบพัดหมุนเป็นที่สนุกสนาน  เมื่อมันเหนื่อย ก็ เอามา “ จี่กิน “  
หรือ ปล่อยมันคืนธรรมชาติต่อไป

แมลงชนิดนี้ มีส่วนช่วยในการผสมเกสร ดอกพร้าว ดอกหมาก และ ต้นตาล เป็นแมลงตัวใหญ่ที่สวยงาม
ที่ได้ชื่อเรียกว่า อะระหัง  เดาว่า เดิม เรียก “ อะระหัน “ เพราะเอามา
เล่นหมุนเป็นไปพัดให้มันหมุนหรือ “ หัน” ในภาษาอีสาน แต่เนื่องจาก พ้องเสียงกับ
คำว่า”อรหันต์” ซึ่งเป็นนามเรียกของผู้หลุดพ้นจากกิเลส
ในคติทางพุทธศาสนา จึงไม่สมควรที่จะนำมาเล่น จึงเรียก” อะระหัง” แทน

ขอบคุณ ข้อมูลภาพ จาก www.malaeng.com

 
 
สาธุการบทความนี้ : 985 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  29 ก.ย. 2553 เวลา 08:52:07  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  มังกรเดียวดาย    คห.ที่13)  
  มหาเซียน

ภูมิลำเนา : ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 03 มี.ค. 2550
รวมโพสต์ : 3,638
ให้สาธุการ : 8,145
รับสาธุการ : 4,415,960
รวม: 4,424,105 สาธุการ

 
แมงอะระหัง พะนะ.. แมงอันนี้บ่เคยเห็นจักเทื่อ

ฮู้จักตะ แมงคับ (แมลงทับ) กับแมงเหลี่ยม

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  29 ก.ย. 2553 เวลา 10:18:26  
  www    offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  จารย์ใหญ่    คห.ที่14)  
  อนุเซียนผู้อมตะ

ภูมิลำเนา : มุกดาหาร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 13 ก.ย. 2552
รวมโพสต์ : 5,168
ให้สาธุการ : 3,230
รับสาธุการ : 7,047,220
รวม: 7,050,450 สาธุการ