ผญา คติสอนใจประจำวันที่ 19 มิถุนายน 2561:: อ่านผญา 
เห็นหางยาวพ่วงพ้อย อย่าฟ่าวว่าปลาไหล ห่าเถื่อเป็นแนวงู สิตอดตายบ่ทันฮู้ แปลว่า แค่เห็นเพียงตัวกลมหางยาว อย่าเพิ่งว่าเป็นปลาไหล เพราะหากเป็นงูแล้วไซร้ มันจะขบกัดเอาได้ หมายถึง อย่าทำอะไรด้วยความผลีผลาม พลาดพลั้งไปจะแก้ไขไม่ทันการณ์


  ล็อกอินเข้าระบบ  
ชื่อ ::
รหัสผ่าน::
*จำสถานะ
 
  วิถีชีวิตชาวอีสาน  
       ดินแดนอีสาน มีวัฒนธรรม ประเพณี เฉพาะตน มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ที่เรียบง่าย ท่ามกลางความแร้นแค้น ชาวอีสาน มีความเป็นอยู่เช่นไร ใช้ชีวิตอยู่เช่นไร สร้างศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีเช่นไรขึ้นมา

     แต่ละจังหวัด แต่ละสถานที่ อาจมีวิถีชิวิต ความเป็นอยู่ ที่แตกต่าง ตามลักษณะพื้นที่ หรือธรรมชาิติที่มีอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งหมด ล้วนคือวิถีชิวิตแห่งชาวอีสาน

     เชิญทุกๆท่าน ร่วมเขียนบทความ เรื่องสั้น เล่าวิถีชิวิต ความเป็นอยู่แห่งชาวอีสาน ได้แล้วครับ...



หมายเหตุ
1. ข้อความที่โพสต์ทั้งหมด เกิดจากการส่งโดยผู้อยู่ทางบ้าน ทางผู้ดูแลฯ มีหน้าที่คัดกรอง แต่ไม่100%
2. ทางผู้ดูแลฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือ ลบข้อมูล ตามพิจารณาเห็นสมควร

  หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 131 132 133 134 135 136 137 138 139 140 141 142 143 144 145 146 147 148 149 150 151 152 153 154 155 156 157 158 159 160 161 162 163 164 165 166 167 ตอบกระทู้  
  โพสต์โดย  
นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ ) (คลิกอ่านบทความต่อเนื่อง)
 
  นายฮ้อยทมิฬ    คห.ที่10)  
  ศิษย์พี่

ภูมิลำเนา : ร้อยเอ็ด
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 14 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 94
ให้สาธุการ : 30
รับสาธุการ : 91,620
รวม: 91,650 สาธุการ

 
คุณสาวส่า เมืองยโส:
หว้า..จบแล้วติจ้า
กำลังม่วนเลย
เขียนดี ๆ เขียนเรื่องสั้นขายได้เด๊นิ
ถ้าแม่นจบแบบนี้ กะเป็นจบที่หักมุมแต่สร้างความพอใจให้กับผู้อ่านได้ขนาด
ถึงสิบ่ได้บอกว่าเลือกอ้ายเซียงน้อย
แต่กะบ่ได้แต่งกับบ่าวรถจก


อีสะเพิ่งว่าสิจบแหมหละคับ สาวส่า ผมก่ำลังจอบฟังอยู่

....อีสะฟ่าวจบง่ายเด้อคับ ก่ำลังเอาใจซ่อยบ่าวเซียงอยู่...

 
 
สาธุการบทความนี้ : 604 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  24 มี.ค. 2553 เวลา 20:15:15  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  ดอกคูนเมืองมหา    คห.ที่11)  
  ยอดฝีมือ

ภูมิลำเนา : มหาสารคาม
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 21 ม.ค. 2553
รวมโพสต์ : 356
ให้สาธุการ : 465
รับสาธุการ : 628,740
รวม: 629,205 สาธุการ

 
กำลังม่วน ต่อจ้าต่ออีก อย่าฟ้าวจบ เจ็บตาเข้ามาอ่านมื้อละน้อย ยังสิจบถิ้มกันอยู่บ่นอ    

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  24 มี.ค. 2553 เวลา 20:43:18  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  ปิ่นลม    คห.ที่12) ตอน แหย่ไข่มดแดง  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2,200
ให้สาธุการ : 180
รับสาธุการ : 3,846,710
รวม: 3,846,890 สาธุการ

 


ภาพจาก www.oknation.com
คุณดอกคูนเมืองมหา:
กำลังม่วน ต่อจ้าต่ออีก อย่าฟ้าวจบ เจ็บตาเข้ามาอ่านมื้อละน้อย ยังสิจบถิ้มกันอยู่บ่นอ    


  ขอบคุณ สุคนที่ติดตามเด้อ ขะน้อย
ยังคิดบ่ออก แมะ  สิมาเรื่อยๆ และครับ แต่ มื้อนี้เอา บทนี้ไปอ่านเด้อ
ต่อเนื่องกัน หั่นละ
ยายสอง แม่จันเพ็ญ ตระเตรียมกระต่ากับไม้ส่าว ( ลำไม้ไผ่ยาวๆ ) ตั้งแต่เช้า ห่อเอาปลาแดกใส่ใบตอง
มัดด้วยตอกไม้ไผ่ พร้อมกระติบข้าวเหนียว  มื้อนี่ แกตั้งใจจะออกไปเยี่ยมเบิ่งนา กับไปหาแหย่ไข่มดแดง
จันแรมอ้อนขอไปด้วย  “ ข่อยไปนำอีแม่ ข่อยอยากไปโคก”  มือจันแรมรั้งแขนแม่มองตาปริบๆ
“ บ่ต้องไปกับแม่ดอก แดดมันฮ้อน นาโคกมันไกล” ผู้เป็นแม่ห้ามปราม
“ บ่ ข่อยสิไปหากิน หมากส้มขี้ม้อน” จันแรมยังรบเร้า จนแม่ใจอ่อน พาจันแรมไปนาโคก ด้วยกัน
ยายสอง พายเอากระต่ากับกระติบข้าว  ขึ้นรถจักรยานตรา “ แข่ ” ( ตราจระเข้ )   ที่เฒ่าค้ำผู้เป็นพ่อซื้อไว้
หลายปีแล้ว ตั้งแต่ครา ขายงัวเกวียนได้เงิน  แกแนบเอาไม้ส่าวติดท้ายรถไปนำ จันแรมซ้อนท้าย พร้อมกับ
ช่วยแม่จับลำไม้ไผ่แนบลำตัวไปด้วย  จักรยานซื้อมานานแล้ว จนเก่า “ แกนหล่อน” บังโคลนหน้าหลังไม่มี
เบาะนั่งก็ไม่มีฟองน้ำรอง เหลือแต่เหล็กกับสปริง ติดอาน   เวลาถีบขึ้นโนน ( ที่ลาดชัน ) เสียงดัง แอ๊ด อ๊าด
เนื่องจาก “โซ่ยานโต่งเหล่ง”
“ เดี่ยวจอดขอ “ น้ำมันขี้โล่ ”  ร้านเจ็กอู๋ ทาโซ่เกิ่น เนาะ เสียงมันดังแฮงโพด ”
ผู้เป็นแม่พึมพำ จันแรมไม่ได้ตอบเพราะมันแต่ขยับเขยื้อนก้น เนื่องจากเบาะท้ายเป็นเหล็กล้วน เวลานั่งทำให้เจ็บก้น จึงต้องขยับบ่อย ๆ  
“ เป็นหยัง ไทบ้านคือเอิ้น ตาอู๋ ว่า เจ็กอู๋ อีแม่  โตกะดำแมบๆ  บ่คือเจ็กเลย”
“ โอย เลาบ่ได้มีเชื้อ จีน เชื้อเจ๊กหยังดอก เลาเป็นผู้เดียวที่เปิด ฮ้านขายของในหมู่บ้าน ขายเบิ๊ดสุอย่าง
ซ่อมรถพร้อม ค้าขายปานเจ๊กในเมือง ไทบ้านกะเลยตั้งฉายาเลาว่า เจ็กอู๋ ”  แม่สาธยายให้ลูกสาวเข้าใจ
“ ข่อยสงสัยมาโดนแล้ว เจ๊กอีหยัง มาดำปานตอไฟไหม้ แถะ “  จันแรมพร่ำ ทำตาโตเมื่อรู้ความจริง
แม่ถีบรถจนใกล้ถึงสี่แยกกลางหมู่บ้าน  ร้านตาอู๋ อยู่ใกล้ ๆ สี่แยก  เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวติดดิน
ตรงกลางบ้านมีตู้ไม้ชั้นวางของ ขนาดใหญ่ วางสินค้าหลากชนิด มีตั้งแต่ ขนมของขบเคี้ยวไปจนถึง ของใช้
ของใช้จำเป็นในครัวเรือน  เปรียบดังห้างสรรพสินค้าประจำหมู่บ้าน ด้านข้างบ้านแกต่อเป็นเพิง มุงหญ้าค้า เพื่อเป็นอู่ซ่อมรถ จักรยาน , จักยานยนต์ มีซากรถ ซากเหล็กวางเกะกะไปทั่ว



“ อู๋  ป้าขอ น้ำมันขี้โล่ ทาโซ่รถจักกะยาน แนเด้อ.. ! “  ยายสอง ตะโกนขอ
“ หาเอาโลดแม่ป้า  ในซุ้ม หม่องซ่อมรถพู่นละ ในกะบะน้ำมันเครื่องเก่าพู้น”  ตาอู๋ เอิ้นตอบมา
“ บักอู๋ กูว่าสิมาหามึง ให้มึงพากูไปซื้อรถมอร์ไซต์รุ่นๆ ใหม่ มาขี่ มึงว่ารุ่นได๋ดี “ ลุงคำเจ้าเก่า
เดินเข้าร้านมาก็โพลงถามเสียงดัง  “ เอาราคาถ่อได๋ละลุง เจ้ามีเงินถ่อได๋” ตาอู๋มองหน้าลุงคำพร้อมยิงคำถาม
“ โอย เงินขายข้าวได้ กะ ประมาณ คันละ สองพัน มีอยู่ติ รุ่นไหม่ ๆ “
“ มี ฮอนด้าอิง  เอาบ่ “  ตาอู๋ตอบอมยิ้ม
“ เอ้า รุ่นใหม่ติ กูคือบ่เคยได้ยิน แหม...”  ลุงคำทำตาฉงน   “ รุ่นไหม่ราคาถูก เบิ่งบ่หละ “
“ มาๆ จัดให้ผู้เฒ่าชมพอมีแฮงดูบักหล่า “ น้ำเสียงลุงคำลิงโลดดีใจ
“ พู้น ! อยู่ต้นหมากขามข้างเฮือนพู้น “ ตาอู๋ชี้บอกที่ตั้ง
ลุงคำชำเลืองมาตาม เห็นรถจักรยานยนต์สีแดง ฮ่างๆ แกนหล่อน ไฟหน้าบ่มี  จอดพิงต้นมะขาม
“ ห่าคน  ฮ้างปานนี้ตี้ .รุ่นใหม่มึง หุย..ย ! “ ลุงคำสบถ
“ นี่ละ ฮอนด้าอิง  มันบ่มีขาตั้ง เวลาจอดต้องอิงต้นไม้ไว้  สนบ่ลุง “ ว่าแล้วก็หัวเราะร่วนถูกถูกใจ
“ โอย..บักเจ๊กดำ  บักเซียงเหมี่ยง “ ลุงคำหัวเราะ แล้วก็ตะโกนไล่หลัง
....................................................................................................

 
 
สาธุการบทความนี้ : 447 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  25 มี.ค. 2553 เวลา 16:09:38  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  ป้าหน่อย    คห.ที่13)  
  เซียน

ภูมิลำเนา : อุบลราชธานี
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 05 ธ.ค. 2552
รวมโพสต์ : 2,168
ให้สาธุการ : 3,410
รับสาธุการ : 3,595,330
รวม: 3,598,740 สาธุการ

 
555 เอิ๊ก ฮอนด้าอิง พะนะ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  25 มี.ค. 2553 เวลา 21:10:50  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  นายฮ้อยทมิฬ    คห.ที่14)  
  ศิษย์พี่

ภูมิลำเนา : ร้อยเอ็ด
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 14 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 94
ให้สาธุการ : 30
รับสาธุการ : 91,620
รวม: 91,650 สาธุการ

 
โฮ้.... บ่าวปิ่นลม เนื้อหาของเรื่องที่แต่งนี้ อ่านเบิ่งแล้ว เฮ็ดให้เกิดภาพจินตนาการนึกถึงบรรยากาศสังคมท้องถิ่นอีสานบ้านเฮาอย่างชัดเจน มีคุณค่าแท้ๆ นอกจากนี้ยังสอดแทรกแง่คิด คติ และค่านิยมของคนอีสานในการอยู่ร่วมกันอย่างสุขสงบ อบอุ่น คับ...

อ่านแล้วอบอุ่นอีหลีคับ โดยเฉพาะเนื้อเรื่องตอนที่ จันทร์แรมขอไปโคกนำแม่ อันนี้เป็นภาพของพ่อแม่ชาวอีสานเฮา ว่าเพิ่นเอ็นดูฮักแพงลูกหลานส่ำได๋...

เป็นนิทานที่ ให้ความอบอุ่นอีหลีคับ...    

อยากฮู้เด้คับ ว่าผู้บ่าวของสาวจันทร์แรม ผู้น้องนี้ สิเป็นบุคลิกจั่งได๋
         ......แต่งให้ฮอดพุ้นหละเด้อคับ บ่าวปิ่น......
                    ///แฟนพันธ์แท้เด้คับหนิ///

 
 
สาธุการบทความนี้ : 453 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  26 มี.ค. 2553 เวลา 10:31:48  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  ปิ่นลม    คห.ที่15)  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2,200
ให้สาธุการ : 180
รับสาธุการ : 3,846,710
รวม: 3,846,890 สาธุการ

 
คุณนายฮ้อยทมิฬ:
โฮ้.... บ่าวปิ่นลม เนื้อหาของเรื่องที่แต่งนี้ อ่านเบิ่งแล้ว เฮ็ดให้เกิดภาพจินตนาการนึกถึงบรรยากาศสังคมท้องถิ่นอีสานบ้านเฮาอย่างชัดเจน มีคุณค่าแท้ๆ นอกจากนี้ยังสอดแทรกแง่คิด คติ และค่านิยมของคนอีสานในการอยู่ร่วมกันอย่างสุขสงบ อบอุ่น คับ...

อ่านแล้วอบอุ่นอีหลีคับ โดยเฉพาะเนื้อเรื่องตอนที่ จันทร์แรมขอไปโคกนำแม่ อันนี้เป็นภาพของพ่อแม่ชาวอีสานเฮา ว่าเพิ่นเอ็นดูฮักแพงลูกหลานส่ำได๋...

เป็นนิทานที่ ให้ความอบอุ่นอีหลีคับ...    

อยากฮู้เด้คับ ว่าผู้บ่าวของสาวจันทร์แรม ผู้น้องนี้ สิเป็นบุคลิกจั่งได๋
         ......แต่งให้ฮอดพุ้นหละเด้อคับ บ่าวปิ่น......
                    ///แฟนพันธ์แท้เด้คับหนิ///


โอยย. อ้ายนายฮ้อย ฯ  ซ่างมาชม แบบนี้น้อครับ  มีแฮงเด้.... ขอบคุณหลายๆ เด้อ ครับ
ไอ้มดแดง v3 กะสิสู้ต่อไป เพื่อชาวเวปบอร์ดละครับ   เมื้อได๋ บ่ยุ่งเวียก กะสิเขียนให้อ่าน
ม่วนๆ กัน ครับ พออบ่ให้ บอร์ดมัน โซ...555

 
 
สาธุการบทความนี้ : 594 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  26 มี.ค. 2553 เวลา 11:44:27  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  ปิ่นลม    คห.ที่16)  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2,200
ให้สาธุการ : 180
รับสาธุการ : 3,846,710
รวม: 3,846,890 สาธุการ

 

หลังจากเอาน้ำมันเครื่องทาโซ่รถจักรยานแกนหล่อนแล้ว ยายสองก็บ่ายหน้าตามทาง เพื่อไปนาโคก
ทางไปนาเป็นถนนลูกรัง ภาษาไทบ้าน เรียกว่า ทางขี้หินแห่  เส้นถนนสีแดงตัดผ่านหมู่บ้าน พาดผ่าน
ข้ามห้วยไผ่ท้ายบ้าน ทอทอดเป็นเส้นสีแดง บ้างก็คดเคี้ยวไปตามภูมิประเทศ  รอบข้างเป็นทุ่งนากว้าง
สลับกับ ต้นไม้ถิ่น เช่นต้น กระบก ต้นขี้เหล็ก  ต้นคูน ต้นเชือก ต้นฮัง  
จันแรมชอบดูทิวทัศน์ข้างทาง ท้องทุ่งกว้างใหญ่ สุดลูกตา  สีเหลืองซีด ๆ  คันนาสลับเป็นลายตาหมากรุก ต้นไม้ใหญ่ยืน ตระหง่าน ตัดเส้นขอบฟ้า  ฝูงวัว ควายเลาะเล็มหญ้าที่เกิดตามตอฟาง ที่พอมีความชุ่มชื่นในหน้าแล้ง แลเห็น เป็นฝูง  เป็นกลุ่ม ๆ เป็นจุด..จุด   ควายบางตัวได้ยินเสียงจักรยาน ผ่านมาใกล้
มันก็เงยหน้าขึ้น เชิดหน้าใส่จันแรม  จันแรมเอามือชี้หน้ามัน  ควายตัวนั้นก็แลบลิ้นเลียจมูกที่ชุ่มชื้น
และลื่นของมันเสมือนหยอกล้อ... จันแรมหัวเราะคิก ๆ
ต้นกระบก ยืนเด่นกลางทุ่งฟางแห้ง  มันเป็นต้นไม้ไม่ผลัดใบเหมือนต้นไม้ท้องถิ่นทั่วไป
ในขณะที่ระบบนิเวศน์รอบด้าน แห้งแล้ง เป็นสีเหลือง ไม่ก็สีน้ำตาล  มันยังคงเส้นคงวาเป็นสีเขียวชอุ่ม
เป็นพุ่มไสว โดดเด่น ประดุจเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังของชาวนา  อีกอย่างจันแรมคิดว่า พุ่มของมัน
เป็นระเบียบสวยงาม รูปร่างเป็นต้นสูงทรงพุ่ม  มองดูเหมือนทรงกลม หลายๆ อัน สลับเหลื่อม
บางช่วงของถนนเป็นลูกรังที่ถูกน้ำเซาะเมื่อตอนฤดูฝน ทำให้มีหินลูกรังทับถมกัน เป็นหินแห่ ทำให้รถจักรยานฝืดบ้าง  บางแห่งก็เป็นสะพานไม้เก่า ที่ชาวบ้านทำขึ้นข้ามห้วยเล็ก ๆ  มันเป็นสานที่ทำจากไม้กระดานหนาๆ ตอกลิ่มเหล็กและแผ่นเหล็กแบนๆ ยึดไว้  ความกว้างประมาณ สามวาเศษ สภาพมันทรุดโทรมไปตามกาลเวลา เพราะสร้างขึ้นตั้งแต่สมัย นายกคึกฤทธิ์ คิดลึก ท่านพัฒนาชนบท สมัยนั้นเขาเรียกว่าโครงการ “ เงินผัน”  ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นสะพานไม้นี้แล้ว แม่บอกว่าสร้างสมัยแม่ตั้งท้องอ้ายจันทอง พี่ชายคนโต  จันแรมชะโงกมองไปทางก้นห้วยข้างสะพาน  มีแต่ดินสีแดง แตกระแหง
แม่ปั่นจักรยานชั่วหลายอึดใจ ก็มาถึง ตีนโคก เริ่มเห็นป่าเต็งรังสองข้างทาง ถนนสีแดงทอทอด เข้าไปในโคก
สองข้างข้างเริ่มรก ไม่โล่งโจ้งเหมือนท้องทุ่งที่ผ่านมา
“ ลูกหล่า ลงก่อน แม่เห็นฮังมดแดงแล้ว  ” ยานสองบอกลูกสาว พลางชะลอรถ
“ ฮังมดแดง อยู่ต้นยอ  แม่ .!....เป็นตามี “ ไข่ต่ง” หลายเนาะ ”
จันแรม ลงจากรถ ตาแหงนดูยอดต้นยอ ข้างทาง มือพะว้าพะวนเตรียมกระต่าให้แม่
แม่เอาเชื่อกหูกระต่า พันรอบไม้ส่าว  มือหนึ่งถือพร้าน้อย เอาไว้เคาะไม้ส่าว กันมดแดงไต่มากัด
แก บรรจง ยื่นลำไม้ไผ่ตรงไปยัง ฮังมดแดงขนาดเท่าหัวจันแรม  ทำมุม 45 องศา  ใช้ปลายไม้ค่อยๆ
แยงเข้าไปในรังมด ประคองให้ตรงกับกระต่า
“ หยับไปลูก..มดสิขุใส่”  ยายสองร้องเตือน  จันแรมขยับมายืนด้านข้าง ชะเง้อมอง
ไข่มดแดงสีขาวนวล ไหลเป็นสาย ตกลงมาใส่กระต่าพอดี  ยายสองขยับลำไม้ไผ่ สองสามที เพื่อให้ไข่มดร่วง
ทั้งไข่ทั้งมดแดง ร่วงกราวมาเป็นสาย  บ้างก็ตกลงพื้น  ฝูงมดไต่ พรึบมาตามไม้ส่าว ลงมากัดคน รังควาญ
ยายสายเคาะไม้ส่าว ให้มดตกลงพื้น ก่อนจะมาถึงตัว บางตัวก็กระเด็นมาทางจันแรม
“ อีแม่ .มดกัดข่อย “ จันแรมร้องเสียงหลง
“ เอาออก ตั๊วะลูก...อย่าให้มันเข้าไปในซิ่นเด้อ.. “  ยายสองพูดพลางเขย่าไม้
พอไข่มดหมดแล้ว แกก็ยกเอาไม้ออก มาวางไว้กลางถนน  ไปเคาะมดออกจากกระต่า....
“ ได้หลายเบาะ แม่ “  จันแรมฮ้องถามมือปัดมดแดงพลันวัน
“ หยุบมือหนึ่ง  “  แม่บอกพลางถือเอาไม้ไผ่ มาจูงรถไปต่อ
จันแรมวิ่งมาแย่งแม่จูงรถจักรยาน เพื่อให้แม่ เดินได้สะดวก  ตาแก สอดส่ายตามสุมทุมพุ่มไม้ หารังมด
“ มดอันนี้ มากัดเจ็บแถะ แม่ ทั้งแสบทั้งฮ้อน”   จันแรมบ่นพึมพำ มองแขนที่มีรอยแดงเป็นจ้ำ
“ ของฟรี บ่มีในโลกดอก อีหล่า อยากกินไข่เขา ก็ต้องทนให้เขากัดแนละ “ แม่บอกพลางยิ้ม
  “ แม่นได๋เนาะ ของฟรีผู้ได๋ กะมัก  แต่ว่ามีอันหนึ่ง ข่อยบ่มักแฮงหลาย “ จันแรมจูงรถเดินเข้าไปใกล้แม่
“ อีหยัง ของฟรีที่สูบ่มัก หนะ “ แม่ถามด้วยความสงสัย   “ มีอยู่ติ “
“ มีละแหม ของฟรีแนวข่อยบ่มักหนะ “    
“ อีหยังน้อ..! “    ยายสองสงสัยเต็มอก
“ ฉีดวัคซีน อยู่โรงเรียน ข่อยบ่มัก มันเจ็บ เวลาฉีดวัคซีนยามได๋ ข่อยเข้าแถวอยู่ท้ายหมู่ตลอด ย้าน!  “    
ยายสองหัวเราะเสียงดัง ในความช่างคิดของลูกสาว   และก็สาวเท้าก้าวต่อ  ร่างทั้งสองค่อยๆเลือนหายไป
ตามเส้นสายสีแดงที่ทอดยาว ดั่งไร้ที่สิ้นสุด

 
 
สาธุการบทความนี้ : 431 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  26 มี.ค. 2553 เวลา 14:08:05  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  สาวส่า เมืองยโส    คห.ที่18)  
  เจ้ายุทธภพน้อยจ้า
ภูมิลำเนา : ยโสธร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 01 ก.ย. 2552
รวมโพสต์ : 1,784
ให้สาธุการ : 155
รับสาธุการ : 2,342,570
รวม: 2,342,725 สาธุการ

 
สนุกสนานเฮฮา อ่านซะเผลอแอบนั่งอมยิ้ม
จนหัวหน้าเดินมาไม่รู้ตัว เหอะๆๆ เกือบถืกด่า
ดีน่ะ ที่แค่เดินมาแล้ว ถามว่า "นั่งยิ้มอะไร คุณ"
เฮ้อ....

มักม่องว่า "เอาออก ตั๊วะลูก...อย่าให้มันเข้าไปในซิ่นเด้อ.. "
แสดงให้เห็นว่า เด็กน้อยแม่หญิงคนนี้ใส่ซิ่น
เป็นจุดสังเกตว่าเป็นหยังคนเขียนบ่เขียนว่า กางเกงหรือซ่ง
ที่ใส่กันหลายในคุมื้อนี้ เห็นภาพชนบทอีสานสมัยก่อนเลย

สาวส่าเองกะเกิดบ่ทันแล้ว ใส่กางเกงแต่น้อยเท่าใหญ่เป็นเรื่องปกติ
ขนาดแม่สิให้ใส่ซิ่นไปวัด ยังหัวตะมาใส่ตอนใหญ่นี่เอง
ย้อนย้านซิ่นหลุด 55

เขียนให้สมาชิกชมรมอ่านไปเรื่อย ๆ เด้อจ้า
จักหน่อยอาจรวบรวมเป็นเรื่องสั้น พิมพ์ขายได้
ปาน ทองพูน บุญทวี พุ้นได๋

ลป. ตรวจ proof ใหม่นำแน่เด้อจ้า
ฮู้สึกว่าอาจสิผิดอยู่หลายม่อง คนอ่านสิได้บ่งงเนาะ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 567 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  26 มี.ค. 2553 เวลา 17:01:21  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  นายฮ้อยทมิฬ    คห.ที่19)  
  ศิษย์พี่

ภูมิลำเนา : ร้อยเอ็ด
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 14 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 94
ให้สาธุการ : 30
รับสาธุการ : 91,620
รวม: 91,650 สาธุการ

 
สนุกแท้ๆคับ...บ่าวปิ่นเอ้ย ให้เจ้าอยู่แดงมีฮีเด้อ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  26 มี.ค. 2553 เวลา 19:13:48  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  ปิ่นลม    คห.ที่20)  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2,200
ให้สาธุการ : 180
รับสาธุการ : 3,846,710
รวม: 3,846,890 สาธุการ

 


บรรยากาศอบอ้าว เปลวแดด ระยิบระยับเป็นไอ ยึดครองท้องทุ่ง  เมฆรูปทั่ง ก่อตัวสลับม้วนวน
ลอยเด่นอยู่ขอบฟ้าทางทิศใต้  นานๆจะมีลมร้อนหอบม้วนเอาใบไม้แห้ง ปลิวโปรย บางครั้งคราก็มีลมแรง
กระโชกโบกพัด ผ่านชายป่า ต้นเต็งรัง ต้นจิก และไม้ถิ่นผลัดใบ สลัดใบแห้งทิ้ง ตามแรงลม ดังเปล่งเสียงกราวสาธุการ แซ่ซ้อง

แม่กับจันแรมพากันเลาะหาแหย่ไข่มดแดง ตามโคก จนมาฮอดเถียงนา
เถียงนามุงด้วยไพหญ้าแฝก หลังคาสีน้ำตาล ตั้งอยู่ชายป่า มองออกไปทางนอก จะเห็นทุ่งกว้าง
ฝาเถียงนามุงด้วย ฝาขัดแตะใบตองกุงสีซีด  เสาทำจากไม้ฮังปลอกเปลือก หกเสา มองด้านหน้ามีกระเทิบ
งุ้มลงมากันฝน มันไม่กว้างขวางเท่าใดนัก แต่ก็พออยู่คุ้มฟ้าฝนได้ประมาณ 4-5 คน  
เสียงไก่แม่ขาว เรียกหาลูกฝูงไก่ประมาณ ยี่สิบตัว ที่พ่อค้ำทิ้งไว้ ไม่ได้เอาเข้าไปในหมู่บ้านด้วย เพราะกลัว
โรคห่า เมื่อเห็นเจ้าของเดินเข้ามาบริเวณเถียงนา ต่างพากันส่งเสียงจ๊อกแจ๊ก กรูกันเข้ามารุมล้อม
ยายสองวางกระต่าไข่มดแดงกับไม้ส่าวลง จกข้าวข้าวสาร ที่เตรียมมาหว่านให้อาหารไก่
จันแรมไป”ล่อน้ำ” บาดาลแบบโยก กรอกน้ำลงไปในท่อด้านหน้าของหัวโยกก่อน แล้วก็โยก สองสามที
น้ำก็ไหลตามแรงโยก  พ่อใหญ่ค้ำเลาเสียเงินไปหลาย ในการจ้างเขามาสักน้ำบาดาลให้ เพิ่นว่าสักน้ำบาดาลยาก
หม่องนี้มันเป็นโคก เป็นที่สูงแหล่งน้ำใต้ดินอยู่ลึก ต้องสักลงไปเป็นร้อยเมตร  ต้อง “นาวาน” ( ลงแขก )กัน
พ่อใหญ่ค้ำหมดเหล้าขาวไปหลาย “เท” ( เท หนึ่ง นับได้ 24 ขวด )  ไม่รวมไก่รุ่นๆ อีก ครึ่งเล้า
จันแรมโยกน้ำใส่กระติก  ไปเทใส่กระบะน้ำไก่ ที่ทำด้วยยางรถยนต์เก่า ๆ  อยู่ใต้ถุนเถียงนา
แม่ขึ้นไปสำรวจ บนเถียงนา  โปสเตอร์หาเสียงผู้แทนเก่าๆ ยังเหน็บอยู่ไพหญ้าหลังคาเถียง
ก้อนเส้า อยู่คิงไฟเถียงนาหม่อนมอง กระทอใส่เกลือ ยังตั้งอยู่ข้างคิงไฟ  ถัดมาเป็นกระปุกปลาแดกที่เอา
ขวดโอวัลติลฝาแดงเก่า ยังตั้งบนหิ้งไม้ไผ่ข้างๆกระทอเกลือ

เหลือบมองไปทางขื่อบนเถียงนา ยังมีข้อความที่เขียนด้วย ขี้ถ่านไฟ  ว่า “ เถียงนาน้อยคอยรัก..”  เป็นข้อความ
ที่ บุญทัน ลูกชายคนโต ของแม่ใหญ่สอนเขียนไว้  มันเลือนรางเต็มที  บุญทันเขียนสมัยโน้น ตั้งแต่ยังไม่ได้ไปขายแรงงานที่ประเทศซาอุ ฯ   เดี่ยวนี้กะ 2 ปี แล้วผ่าน ยังบ่ได้ส่งข่าวมา ส่งมาแต่เงิน มาให้ พ่อใหญ่ค้ำใช้หนี้
แม่ใหญ่สองมองเห็นอักษร ที่ลูกชายเขียนไว้ สะท้อนใจวาบ คิดถึงลูกชาย ป่านนี้จะอยู่ยังไงสิทุกข์ยากปานใด  น้ำตาแกซึม แต่ก็อดกลั้นไว้ ยามใดที่มันจะปริ่มล้นออก แกก็กลืนมันลงคอ.....
ความทุกข์ยากตรากตรำ ปรากฏบนริ้วร้อยบนใบหน้า แต่ก็ไม่เคยแสดงออกทางแววตา และท่าทางมีแต่เพียงความหวังที่ยังเจิดจ้าในแววตา  ให้ลูกกลับมาบ้านโดยสวัสดี
“ นางเอ้ย ไปโยกน้ำใส่คุ (ถัง)  มาให้แม่ล้างไข่มดแดง แน หล่า ” ยายสองบอกลูกสาว
จันแรมลุกลี้ลุกลนไป ตักน้ำมาให้แม่   ยายสองแดงไข่มดแดงลงน้ำในถัง  ฉีกเอาเศษผ้าเก่า ๆ เป็นริ้ว
ลงกวนในถังน้ำ  ตัวมดแดงที่ติดมากับไข่ เกาะติดเศษผ้าขึ้นมา แกก็เอามันออกจากเศษผ้า มาใส่ถ้วยไว้
ทำอย่างนั้นซ้ำ ๆ จนในถังน้ำเหลือแต่ไข่มด ขาวนวล
จันแรมชะโงกหน้าดูในถังน้ำ เห็นไข่ขาวๆ เล็กบ้างใหญ่บ้างลอยอยู่ก้นถัง ส่วนตัวมดแดง
แม่แยกใส่ถ้วยไว้  “ คือบ่ถิ่ม( ทิ้ง) มดแดงละแม่ คือบ่เอาแต่ไข่มัน “  จันแรมถาม
“ ตัวมันกะกินได้ เอาไปคั่วใส่เกลือ ให้แห้งๆ  กินกับเหมี่ยงได้ “  จันแรมพยักหน้า
แม่เคยสอนบ่อย ๆ ทุกสิ่งอย่างในธรรมชาติ ล้วนทรงประโยชน์  แม้เล็กน้อยก็ ไม่ควรปล่อยทิ้ง
เมื่อแยกไข่ กับตัวมด ออกจากกันแล้ว  ก็เอาใบตองกุงห่อ ไข่กับมด แยกกันคนละห่อ  ที่เหลือพอประมาณ
แกก็แยกห่อไปตองเอาไปฝาก ยายมีเฮือนใกล้กัน
“ เป็นหยัง คือเอาไปฝากคนอื่นนำ แม่ เฮาหามายาก กะด้อ “ จันแรมถาม
“ นางเอ้ย จื่อไว้เด้อ.คนเฮา.มีความสุขล้นฟ้า กะบ่มีประโยชน์ ดอก คันบ่ฮู้จักแบ่งปัน “
จันแรมพยักหน้ารับคำ...ยิ้มแห้งๆ ให้แม่


 
 
สาธุการบทความนี้ : 421 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  29 มี.ค. 2553 เวลา 12:10:56  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  ปราร้านอกไห   ตอบเต็มรูปแบบ || Quick Reply  
  หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 131 132 133 134 135 136 137 138 139 140 141 142 143 144 145 146 147 148 149 150 151 152 153 154 155 156 157 158 159 160 161 162 163 164 165 166 167

   

Creative Commons License
นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ ) --- วิถีชีวิตชาวอีสาน (ปลาร้านอกไห --- อีสานจุฬาฯ)