ผญา คติสอนใจประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2561:: อ่านผญา 
เชื้อหมากส้มบ่ห่อนหวาน เชื้อแม่มานบ่ห่อนท้องน้อย แปลว่า ธรรมดาว่า ส้ม ย่อมไม่หวาน คนตั้งครรภ์ ท้องย่อมไม่เล็ก หมายถึง ธรรมดา มันเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว จะให้ได้ดังใจเราทุกอย่างนั้น เป็นไปไม่ได้


  ล็อกอินเข้าระบบ  
ชื่อ ::
รหัสผ่าน::
*จำสถานะ
 
  วิถีชีวิตชาวอีสาน  
       ดินแดนอีสาน มีวัฒนธรรม ประเพณี เฉพาะตน มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ที่เรียบง่าย ท่ามกลางความแร้นแค้น ชาวอีสาน มีความเป็นอยู่เช่นไร ใช้ชีวิตอยู่เช่นไร สร้างศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีเช่นไรขึ้นมา

     แต่ละจังหวัด แต่ละสถานที่ อาจมีวิถีชิวิต ความเป็นอยู่ ที่แตกต่าง ตามลักษณะพื้นที่ หรือธรรมชาิติที่มีอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งหมด ล้วนคือวิถีชิวิตแห่งชาวอีสาน

     เชิญทุกๆท่าน ร่วมเขียนบทความ เรื่องสั้น เล่าวิถีชิวิต ความเป็นอยู่แห่งชาวอีสาน ได้แล้วครับ...



หมายเหตุ
1. ข้อความที่โพสต์ทั้งหมด เกิดจากการส่งโดยผู้อยู่ทางบ้าน ทางผู้ดูแลฯ มีหน้าที่คัดกรอง แต่ไม่100%
2. ทางผู้ดูแลฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือ ลบข้อมูล ตามพิจารณาเห็นสมควร

  หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 131 132 133 134 135 136 137 138 139 140 141 142 143 144 145 146 147 148 149 150 151 152 153 154 155 156 157 158 159 160 161 162 163 164 165 166 167 ตอบกระทู้  
  โพสต์โดย  
นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ ) (คลิกอ่านบทความต่อเนื่อง)
 
  ปิ่นลม  
  อ้างอิงจังหวัด : สกลนคร
 
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2,200
ให้สาธุการ : 180
รับสาธุการ : 3,863,230
รวม: 3,863,410 สาธุการ

 


ภาพจาก กูเกิล
ตอน ลมห่าว ว่าว,สะนู

เดือนธันวา...หน้าหนาว ลมหัวท่งพัดเป็น ส่าวๆ  ต้นไผ่บ้าน เบียดเสียดกันคือคนสีซอ
ตอเฟืองแห้งติงไหว..ไหว.. ผืนท่งนาที่เคยเขียวขจี บัดนี้ สีเหลืองปนน้ำตาลฉาบทาไปทั่ว
ยามลมหนาวพัดมาแรง ๆ ผืนดินทรายขาวขุ่น ฟุ้งขึ้นเป็นฝุ่นผงสีขาวลอยข้ามท่ง.........
ยิ่งทัศนาเห็นเป็นภูตพรายล่องลอย..ตามทิศทางลม.........................
ข้าวขึ้นเล้าแล้ว ไม่มีคนนอนนา..มีแต่ฝูงวัวควายเลาะเล็มหญ้า ตามท่งนากระจัดกระจายกัน
หนาวปีนี้มาเร็วกว่าปกติ แหงนหน้าขึ้นฟ้า มองไปทางไหนเห็นแต่สีฟ้าจางๆ  ไม่มีก้อนเมฆ
ป่าจิก ป่าฮัง ก็ผลัดใบหมดแล้ว  เหลือไว้แต่ต้นกับกิ่งก้านดารดาษ
อีสานยามแล้ง บ่ต่างจากดินแดนต้องคำสาป ในเทพนิยายแอฟริกา  มีแต่ตอฟางแห้ง
ต้นไม้แห้ง กองฟางแห้ง  กับลมหนาวโบกพัด ไม่ขาดสาย เสียงนกหนูฮ้อง ก็จางหายจากสาระบบ
มีแต่เสียงไก่ผู้คอก ขันเรียกหากัน
เซียงน้อย บ่าวส่ำใหญ่ ประจำหมู่บ้านกำลังสอย หมากตูม อยู่โพนกลางท่ง
กะว่าสิเอาไปต้มเอายางตูม ไปทากระดาษติดว่าว ที่เขาทำกงว่าว ( โครงว่าว ) ไว้  ส่วนหางว่าวนั้น
เซียงน้อย ไปขอผ้าคลุม ( จีวร ) เก่าจากครูบา อยู่วัด  มันเป็นสูตรสำเร็จ ได้มาแล้ว เซียงกะฉีกเป็นเส้น
เพื่อตระเตรียมเป็นหางว่าว ต้องผ้าคลุมถ่อนั้น ว่าวมันจังขึ้นดี  ส่วนกระดาษว่าวนั้น ก็เอาถุงปูนเก่า
ต้องเจาะจง ปูนตราเสือเท่านั้น  ส่วนตราอินทรี ลองเอามาทำกระดาษว่าวแล้ว บ่ดี ขาดไว
มีว่าวก็ต้องมี สะนู  ใบสะนู ต้องทำจากใบตาลเท่านั้น เฮ็ดจาก ใบหมากขาม บ่ได้
ต้องมีด้าย มี ขี้สูต  เหลาใบตาลให้บาง เวลาขึ้นรูปใส่คันสะนูแล้ว เสียงต้องใสกังวาน
เซียงน้อยเจนจัด เรื่องการทำว่าว ถือว่าขั้นเทพ   แต่เรื่องความรักเซียงน้อย คุยสาวบ่เก่ง
เห็นหน้าผู้สาว ครั้งใด สั่นปานเห็นเสือ เหงื่อออกเต็มฝ่ามือ ก็เลยต้องอยู่เป็นโสด เป็นผู้บ่าวส่ำใหญ่
“ บักเซียง มึงกะไปหาจีบสาวนำเขาแนถ่อน จักหน่อย สิค้างโคก เกเด่ เด้อ ”
ผู้เฒ่าผู้แก่หลายคน บอกเซียงน้อยแบบนั้น  แต่เจอหน้าผู้สาวยามใด โรคเก่าก็กำเริบ
มีคนเดียวที่เซียงน้อย เห็นหน้า เขาใกล้แล้ว ไม่สั่นถอย คือ จันเพ็ญ สาวรุ่นน้องหล่า
เฮ็ดนาติดกัน  รู้จักมาตั้งแต่น้อย เคยขุดกลอยขุดมัน นำกัน  สมัยไปใต้เขียด อยู่ฮ่อง( ร่องน้ำขนาดย่อม) ทางโสกฮัง เคยคุยกันประสาหนุ่มสาว   เซียงน้อยตะเกียงมอด ตกฮ่อง ตกหลุมรักสาวจันเพ็ญพร้อม...
มีคนบอกว่า  การตกหลุมฮัก เฮาบ่มีวันฮู้จะของดอก   ฮู้ว่าฮักเขา กะต่อเมื่ออยู่ก้นหลุมแล้ว

ย้านแม่น คือความเขาว่าอยู่   เซียงน้อยฮู้ใจเจ้าของ ว่ารักจันเพ็ญ ก็ต่อเมื่อ มีไอ้หนุ่มรถจ๊ก
( รถแมคโคร )  มาขอสาวจันเพ็ญ   ชีวิตฮ่างๆ ของเซียงน้อย แทบสิสิ้นความหมาย เมื่อรู้ข่าว
คิดจะเป็นขอตอนพ่อขายข้าวแล้ว พอจะได้เงินแต่ง แต่กะสายไปแล้ว มีคนมาขอ
“จันเพ็ญหล่า มีผู่บ่าวสิมาขอเจ้าติ”
“ อืมม...อ้ายว่าจั่งได๋ ละ “
“ อ้ายเว้าบ่ ออก จักสิบอกเจ้าแนวใด๋ ”
“ เจ้าตัดสินใจยัง”
“ บ่ทันตัดสินใจ  มื้ออื่นเพิ่นสิมาขอแล้ว”
“ อ้ายจักสิ ทัดทาน จันเพ็ญแนวใด๋  ฟังเสียง สะนูอ้ายเอาเด้อมื้อแลง”

..............................................................................................
สายลมเย็นพัดผ่านหน้าต่างห้องนอนจันเพ็ญ  ลมหนาวพัดกระโชกเป็นห้วง ความหนาวเย็นแทรกซึมดั่งทะลุเข้าทุก อณูขุมขน  ใบพร้าวแกว่งตามแรงลม เงาแสงจันทร์ผ่านช่องหน้าต่างห้องนอน พอเห็นสลัว แสงดาวระยับอยู่นอกหน้าต่างบานน้อย   เสียงสะนูว่าว แว่วตามลม
บางห้วงดังกังวานใสเรื่อยๆ  บางคราวกระโชกโฮกฮากตามแรงลมบน  บางครั้งดังแผ่เบาต้องเงี่ยหูฟัง
แต่ บ่เคยหยุดส่งเสียง แม้แต่วินาทีเดียว     เสียงสะนูเซียงน้อย ยังหวานคือเก่า  
ภาพความหลัง พรั่งพรูในวาบความคิด  ...............................................

สายป่านในมือถือไว้    ลมใหญ่มาผ่อนกู้
ลมอ่อนสู้ จังค่อยจา      ตึงหลายล้น มันสิขาดคามือ
ถือที่ใจ บ่แม่นนำเชือก   เลือกเอาถ่อนนางนาทจันเพ็ญ
เจ้าสิเห็นหัวใจ               เนื้อในหรือเปลือก

 
 
สาธุการบทความนี้ : 506 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  21 มี.ค. 2553 เวลา 02:26:16  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  ป้าหน่อย    คห.ที่1)  
  เซียน

ภูมิลำเนา : อุบลราชธานี
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 05 ธ.ค. 2552
รวมโพสต์ : 2,168
ให้สาธุการ : 3,410
รับสาธุการ : 3,606,470
รวม: 3,609,880 สาธุการ

 
ดีหลาย มีต่ออีกบ่อฮึ กำลังม่วน

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  21 มี.ค. 2553 เวลา 17:19:19  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  ปิ่นลม    คห.ที่2)  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2,200
ให้สาธุการ : 180
รับสาธุการ : 3,863,230
รวม: 3,863,410 สาธุการ

 
คุณป้าหน่อย:
ดีหลาย มีต่ออีกบ่อฮึ กำลังม่วน



มีครับป้า  กำลังคึด   มันเขียนยาก  
แต่ กะสิเอามาลงเรื่อยๆ ละครับ
ขอบคุณที่ติดตามเด้อ ครับ
ไผมีหยังดี ๆ กะเอามาลงซ่อยกันแน

 
 
สาธุการบทความนี้ : 434 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  22 มี.ค. 2553 เวลา 09:17:14  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  ปิ่นลม    คห.ที่3)  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2,200
ให้สาธุการ : 180
รับสาธุการ : 3,863,230
รวม: 3,863,410 สาธุการ

 


ภาพจาก www.showwallpaper.com
คุณป้าหน่อย:
ดีหลาย มีต่ออีกบ่อฮึ กำลังม่วน


มีต่อครับ คอนตินิวเลย  แม่ป้า


ไก่ขันกก นานแล้ว  อากาศเย็นโรยรินทั่ว ยอดหญ้าแห้วหมูอยู่ลานหน้าบ้านมีน้ำค้างเกาะประปราย
แม่ลุกนึ่งข้าว แต่เช้า กลิ่นควันไฟจากเตาฟืนลอยเข้าจมูก แม้สิเอาผ้าห่มขี้งา คลุมหัวกลิ่นยังโชย
จันเพ็ญ ลุกมาช่วยแม่นึ่งข้าวเหนียวแต่ เช้า  พ่อใหญ่ค้ำ กำลังลงไปหาจับไก่อยู่เล้ามาต้มไว้ถ่า
มื้อนี้ ทางเฒ่ากระต่า สิส่งล่ามมาทาบทามขอ จันเพ็ญ ต้องเตรียมอาหารการกินไว้ต้อนรับแขกคน
“ บักหำน้อยลุกแมะ  ไปตามอาวสอน ลุงใส มาเฮือนแต่เซ้าเด้อ เพิ่นสิมาขอเอื้อยจันเพ็ญ
ให้เลามาแต่เซ้าแน”  จันแรม ลูกสาวคนรอง ปลุกน้องชาย ให้ไปตามญาติที่สนิทกัน มาชุมนุมแต่เช้า
   ลมหนาวยังคงโชยมา บางคราก็พัดสังกะสี ดังสั่นแต๊ก ๆ   ฟ้าเริ่มสางแล้ว หมอกโรยตัวตอนเช้า
ขาวหม่นปกคลุมทิวไม้  บางบ้านก็ตื่นมาปัดกวาดลานบ้าน สุมใบไม้ที่ร่วงหล่นเป็นกองเพื่อสุมไปไล่หนาว
เสียงสะนูว่าว เงียบลงก่อนฟ้าสางหน่อยเดียว ก่อนวิถีไทบ้านสิเริ่มขึ้นในตอนเช้าตรู่
ญาติฝ่ายจันเพ็ญ มารวมตัวกันหลายคนแล้วแต่ว่ายังบ่ได้ขึ้นมาบนบ้าน ต่างพากันผิงไฟอยู่ลานหน้าบ้าน
โสกันเรื่อง บ่าวรถจ๊ก ผู้สิมาขอจันเพ็ญ
“ ข่อยว่า มันสิดีบ้อ ลุงใส อีจันเพ็ญมันหาก็สิเป็นสาวปีเดียว สิให้มันเอาผัวแล้ว
แถมมันต้องออกเฮือน ไปอยู่นำเขา ลงนาปีนี้สิมีไผซ่อยเจ้าเฮ็ดนา “
อาวสอน ผู้เป็นน้องพ่อใหญ่ค้ำ เปรยขึ้นก่อนแสดงความคิดเห็น
“ กูว่าเอาโลด หน้าใด๋มันกะต้องเอาผัว อีกอย่างฐานะเขากะดีเด้อ บ่แม่นหยังดอก กูสิได้ให้
รถจ๊ก บักต้าง บักว่าที่หลานเขยไปจ๊กสระให้ ฟรี ๆ”
แม่ใหญ่หล่า ผู้เป็นเจ้าโครตฝ่ายแม่จันเพ็ญ เอ่ยเสียงดังฟังชัด  น้ำเสียงเห็นได้ว่าส่งเสริม
“ โอย..สิมา โสเหล่ กันหยัง อันนั้นมันกะแล้วแต่ พ่อแต่แม่เขา อีกอย่างมันกะแล้วแต่อีจันเพ็ญ ”
ลุงคำมาตัดบท พลางเอามือ อังไฟ เพื่อรับไออุ่นไล่ความหนาวเย็น
แสงสีทอง สาดส่องฟ้าด้านทิศบูรพา  เสียงนกจิบนกจาบ ออกมากินน้ำหวานของดอกงิ้วหน้าบ้าน ที่กำลัง
บานสะพรั่ง  แสงแดดอ่อนตอนเช้าสาดต้องหยดน้ำค้าง  พร่างพรายดังเกล็ดเพชร
ญาติฝั่งจันเพ็ญมารวมตัวกันหลานคน บางคนก็ขึ้นไปบนเฮือน นั่งจัดแจง คำหมาก กอกยา
เตรียมรับแขก  อาวสอนเข้าครัวฆ่าไก้เฮ็ดแนวกิน  ส่วนลุงใสหัวล้าน เตรียม กับไฟจ้าด ( ไม้ขีด)
ตราพระยานาค ไว้แจกคนที่มาเป็นสักขีพยาน   ขณะที่ลุงคำกำลังซดเหล้าขาว ที่พ่อใหญ่ค้ำเอามาตั้งไว้
เผื่อใครอยากถอนตอนเช้า
“ เอื้อยจันเพ็ญ เจ้าสิเอาอ้ายต้างรถจ๊ก อีหลีติ”  จันแรมน้องสาวถาม ขณะซอยผักบั่ว ( ต้นหอม)
  “ จั๊กแหล่ว เอื้อยกะบ่ฮู้ แล้วแต่ อีพ่อ” จันเพ็ญตอบ ก้มหน้าก้มตาตำน้ำพริก
“ เอ้า..กินดองแล้ว อีพ่อเป็นคนนอนนำติ ”  จันแรมค่อนขอด  
“ เป็นข่อย ข่อยสิเอาอ้ายเซียงน้อยเด้อ  เลาขยันขันแข็ง บ่ค่อยปากค่อยเว้า”  จันแรมว่าเหน็บใจดำ
จันเพ็ญเงียบ บ่ต่อปากต่อคำ  แต่ฟังเสียงตำน้ำพริกระส่ำ คือกันดังจังหวะหัวใจเต้น  เมื่อคืนจันเพ็ญนอน
บ่ค่อยหลับ นอนฟังเสียงสะนูอ้ายเซียงน้อยอยู่ค่อนคืน  คิดแล้วคิดอีก
หนักใจแหล๋ว  สาวจันเพ็ญสาวส่า
           บ่าวมาหาทาบต้อง  คือมาข้องขัดใจ
          ใจหนึ่งนั้นคิดต่างประวิงหา
           เสียงสะนูแว่วมา เบิดคืนซอดแจ้ง
          บ่อยากแถลงแล่ว แนวสิขัดใจพ่อ
          บัดหาพ้อมื้อหน้า จั่งสิเว้าสู่ฟังเด้อ.............................

 
 
สาธุการบทความนี้ : 446 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  22 มี.ค. 2553 เวลา 13:58:03  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  นายฮ้อยทมิฬ    คห.ที่4)  
  ศิษย์พี่

ภูมิลำเนา : ร้อยเอ็ด
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 14 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 94
ให้สาธุการ : 30
รับสาธุการ : 91,960
รวม: 91,990 สาธุการ

 
บ๊ะ....ถืกใจผู้ข้าคักๆ

เว้าไปอีกเบิ่งดู้คับ  สิเป็นคือลุ้นไว้ในใจบ่อ

ผมมักเซียมวยรองตั้วคับ     

         /// สู้เด้อเฮา เซียงน้อย ///

 
 
สาธุการบทความนี้ : 420 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  22 มี.ค. 2553 เวลา 20:29:30  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  อีเกียแดง {แห่งรัตติกาล}    คห.ที่5)  
  อนุเซียนผู้อมตะ

ภูมิลำเนา : บุรีรัมย์ @ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 07 เม.ย. 2552
รวมโพสต์ : 5,431
ให้สาธุการ : 4,145
รับสาธุการ : 8,890,870
รวม: 8,895,015 สาธุการ

 
ต่อเรื่อยๆเด้อครับ ติมตามอ่านอยู่

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  22 มี.ค. 2553 เวลา 22:06:19  
    MySite  offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  ป้าหน่อย    คห.ที่6)  
  เซียน

ภูมิลำเนา : อุบลราชธานี
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 05 ธ.ค. 2552
รวมโพสต์ : 2,168
ให้สาธุการ : 3,410
รับสาธุการ : 3,606,470
รวม: 3,609,880 สาธุการ

 
บ๊า มาคึดฮอดตะกี้ ตะก่อน นอนฟังสะนูว่าว แท้น้อ........

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  22 มี.ค. 2553 เวลา 22:08:14  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  ปิ่นลม    คห.ที่7)  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2,200
ให้สาธุการ : 180
รับสาธุการ : 3,863,230
รวม: 3,863,410 สาธุการ

 
คุณนายฮ้อยทมิฬ:
บ๊ะ....ถืกใจผู้ข้าคักๆ

เว้าไปอีกเบิ่งดู้คับ  สิเป็นคือลุ้นไว้ในใจบ่อ

ผมมักเซียมวยรองตั้วคับ     

         /// สู้เด้อเฮา เซียงน้อย ///


คอนตินิว ขะรับ พ่อตู้

หกโมงเซ้า..เสียงพระเพิ่น ถั่งโปง เสียงโปงที่ทำจากไม้ยางใหญ่ เจาะเป็นรูด้านล่าง เป็นเสียงความถี่ต่ำ
เสียงทุ้ม เวลาแขวนไว้ใกล้ๆพื้นดิน ( ไม่นิยมแขวนโปงไว้สูง เนื่องจากมันจะดังกังวานไม่ไกล ) เพราะเวลา
ตีโปง เสียงโปง จะเดินทางเลี่ยดิน ทำให้ได้ยินไปไกลหลายกิโล  
   “ ปุ้ง ..ปุ้ง.ปุ้ง  ปุ๊งๆๆ ! ”  เสียงดังห่าง แล้วค่อยๆ ถี่เข้า เป็นจังหวะสัญญาณบอกว่า พระท่านจะออกบิณฑบาตแล้ว   ทั้งคนเฒ่าคนแก่ หนุ่มสาว เด็กน้อย ก็ทยอยกันถือ กระติ๊บข้าวเหนียว เดินมารอคอยตามทาง
ที่หลวงพ่อจะ เดินผ่าน  แม่ใหญ่มูล เฮือนใกล้วัด จูงแขนเอาหลานน้อย อายุสามขวบ ออกมายืนรอ
อยู่หน้าประตูโขง ( ซุ้มประตูวัด )  พระเณร จัดแจงเตรียมบริขาร เสร็จแล้ว  กำลังทยอยกันเข้าแถวตามอาวุโส หลวงพ่อนำหน้า  ตามด้วยครูบาสาย   ยาคูปุ้ม และเณรน้อยสามองค์
แสงอาทิตย์ตอนเช้า แผ่ฉัตรรังสี อาบทา ทุกหลังคาเฮือนในหมู่บ้านห้วยแฝก  แสงแดดอ่อนๆ
ลอดคบคาไม้ กระทบผ้าไตรจีวรสีเหลืองอร่าม มองดูงามตาเย็นใจ   หลวงพ่อทอดเท้าลงเหยียบหญ้า
ที่ประพรมด้วยน้ำค้าง ทำให้รู้สึกเย็นระเยือกจากฝ่าเท้าสู่หัวใจ เท้าเปลือยเปล่าสัมผัสถึงธรรมชาติ ของ
ผืนดิน ผืนทรายและยอดหญ้า  ขี้หินแห่ ที่ตากน้ำค้างตลอดคืน ทั้งแข็งและเย็น เมื่อใดที่เหยียบย่าง
เหมือนดั่งบอกเล่า ความทรมานของหิน ผ่านฝ่าเท้า  
หลวงพ่อหลับตาภาวนาจิต ก่อนออกนอกประตูโขง เหมือนจะตั้งจิต ให้ซึมซับธรรมชาติ ให้เป็นหนึ่ง
กับสิ่งเป็นไปรอบตัว กำหนดจิตรับรู้สรรพสัตว์  และความทุกข์ทรมานของสัตว์โลก ก่อนก้าวเท้าออก
บิณฑบาต  แม่ใหญ่มูลได้ใส่บาตร เป็นคนแรก แกถอดรองเท้า นั่งหยองๆ ยกกระติบข้าวขึ้นเหนือหัว
“ ข้าวของขะเจ้า ขาวดั่งดอกบัว ยกขึ้นใส่หัว ถวายแด่พระสงฆ์   จิตใจจำนง  ตรงต่อพระนิพพาน
ในอนาคตกาล  เบื้องหน้านู้น เทอญ “
สิ้นคำอธิฐาน ตามโบราณเพิ่นกล่าวไว้ แม่ใหญ่มูล ก็ เปิดติ๊บข้าว จกข้าวใส่บาตร ใบหน้าอิ่มเอิบด้วยสุข
“ หลวงพ่อ มื้อคืน ฟังเสียงสะนูบักเซียงน้อย คือมาจ้อจั้นแถะ ลมบนปั่นป่วน บ้านเฮาสิเกิดเรื่องบ่ดี บ้อ”
แม่ใหญ่มูลถามหลวงพ่อหลังจากใส่บาตรแล้ว  

“ โยมมูลเอ้ย..บ่มีหยังดอก  ประสาลมกับว่าวซือ ๆ ยามมันอยากปี้น  มันกะปี้น หยามหงายมัน
กะหงาย ”
หลวงพ่อเอ่ยเท่านั้นก็ผ่านไป  ยายมูลมองตามแถวพระเณรที่ผ่าน ลมหนาวหอบมาแรงวูบหนึ่ง
ผ้าจีวรหลวงพ่อสะบัดตามแรงลม พลิ้วไหว งดงามยิ่ง
...........................................................................
บรรยากาศบนเฮือนจันทร์เพ็ญ ครึกครื้น  เสียงลุงคำ ดังกว่าหมู่ เพราะฤทธิ์เหล้าขาว ต่างโสกันจอแจ
“ จันแรมอีหล่า  จี่ไตไก่ มาให้ลุงแกล้มเหล้า แน”  ลุงคำเอิ้นหาแนวขบเขี้ยว
“ บ่ให้ดอก ข่อยสิเอาไว้จี่กิน”  “ สูกินสิหยังไตไก่ แม่หญาแม่หญิง มันหยาบ มันมึน มันปึก มันหนา”
“ มีปากแต่ซุมหมู่เจ้าละเนาะ ” จันแรมบ่ยอมแพ้ “ บะอีน้อยๆ อันนี่ หลื่นควม บ่คือเอื้อยมันเนาะ”
ลุงคำข่อนขอด แล้วกะหันไปโสเหล่ต่อ
“ ข่อยว่า เขากะฮั่งกะมี ซงสิเลี้ยงอีจันเพ็ญ ได้ซำบายอยู่ดอก  ให้มันเอากันโลด ”  ลุงคำว่าพลางกระดก
เหล้าขาวเข้าปาก
“ โอ้ย.. เพิ่นฮั่ง โตทุกข์ เขาสิเย้ยหยันเอา แล่ว  ยามไปอยู่นำเขา ” อาวสอนคัดค้าน
“ สูคือบ่ถามอีจันเพ็ญมันแน มันฮักกันอยู่ติ ” ป้าลุนสอดแทรกความคิดเห็น
“ อยู่ๆกันไป กะฮักกันเองแหละ  ว่าแต่มันเจริญก้าวหน้าดอก ”  แม่ใหญ่หล่า ส่งเสริม
“ เฮือนใหญ่ก้วง ขวงใจกะเป็นแคบ  ตูบต่อเล้าสุขใจเข้า กะใหญ่หลวงเด้อ”  จารย์มา จ่ายผญาตัดบท
“ แม่น ๆ คนเฮาบ่แม่นข่องใส่ปลาเด้อ ตั้งไว้ม่องใด๋ กะอยู่หั่น ” อาวสอนหัวร่อถูกใจ
“ เอ้าบักค้ำ ในฐานะพ่อมัน มึงสิว่าจั่งใด๋ ตัดสินใจเด้อ ยามล่ามเขามา สิได้ตอบเขา “ แม่ใหญ่หล่า
ชม้ายตา มาทางผู้เป็นพ่อของจันเพ็ญ แต่แกก็ยังนิ่งงัน
“ เอ้าอีสอง แม่อีจันเพ็ญ ว่ามา สูสิเอาแนวใด๋   ” ลุงคำคาดคั้นเอาความกับอีกคน
“ ข่อยกะแล้วแต่ลูกมันดอก..อยากเอากะเอา ยังบ่อยากเอากะซ่าง... ”
“ เอ้า.คันสั้น ไปเอิ้นอีจันเพ็ญมาถาม  มันสิว่าแนวใด๋ ”  แม่ใหญ่สอนโพลงขึ้นเสียงดัง

“ อีจันเพ็ญ มาพี้  มาเบิ่งดู้ มึงสิเอาบักต้าง อยู่บ่ ” ลุงคำเรียกจันเพ็ญเสียงดัง
จันเพ็ญสะดุ้งเฮือก เนื่องจากอัดอัดใจ ไม่อยากบอก การตัดสินใจของตัวเอง และหลีกเลี่ยงคำตอบ
เพราะในหนึ่ง สงสารพ่อ พ่อคงอยากให้แต่งงานกับอ้ายต้างรถจ๊ก  ในหนึ่งสารสารอ้ายเซียงน้อย
เลาสิอยู่จั่งใด๋ เลาสิทรมานใจ ย้านเลาเสียผู้เสียคน
“ ข่อยบ่มัก ข่อยบ่เอา อ้ายต้างรถจ๊ก... แข่วเเจิง ! ”   เสียงตอบกลับมาเสียงดัง
“ อีห่า ! จันแรม  ซุมกูบ่ได้ถามมึง  บ่อต้องมาตอบแทนเอื้อยมึง ไปไสกะไปเด้อ ห่วย ”
ลุงคำคู่กัด โพลงขึ้นเสียงแข็งปนอยากหัวเราะ หลานสาว
จันเพ็ญ ค่อยๆ คลานเข้ามากลางวง สีหน้าเจื่อนๆ     เสียงจอแจต่างเงียบงัน เมื่อทุกคนตั้งใจฟังคำตอบ   คำตอบที่ชี้ชะตาชีวิตของจันเพ็ญ  แม้มีคนทั้งเห็นด้วย และคัดค้าน หากแต่ทุกคนก็ให้สิทธิ์
ในการพิพากษา เป็นของจันเพ็ญ  ทุกอย่างนิ่งเงียบ..จนได้ยินเสียงหัวใจเต้น  จันแรมลุ้นตัวโก่งอยู่ด้านนอก
ลุงคำตาจ้องเป๋งไปยังร่างหลานสาวผู้กำลังเลือกเส้นทาง ทุกอย่างช่างอัดอัด และเงียบงัน  อากาศตอนเช้าที่
แสนหนาวเย็น แต่กลับร้อนรุ่มสำหรับสาวน้อย หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ภาวะบีบค้นเกาะกุมทุกอณูอากาศ
เงียบ..และกดดันช่างเป็นภาวะที่สุดจะทน..........................................................
ในภาวะที่เงียบ.. เสียงหมาเห่าดังแว่วๆมาจากทางเลี้ยวเข้าบ้าน..นั่นยิ่งกดดันจันเพ็ญ นั้นเป็นสัญญาณว่า
ล่ามหรือทูตที่มาทาบทามจากบ้านโน้นเดินทางจะถึงแล้ว.....................................................................
“  อีพ้อ....อีพ่อ!.........”   เสียงตะโกนของ บุญจัน ลูกชายคนสุดท้องในบ้านดังมาจากหน้าบ้านทำลาย
ความเงียบ ทำให้ทุกคนชะเง้อมองมาทางลานหน้าบ้าน ความสนใจหลุดลอยจากร่างสาวน้อยกลางวง
พุ่งตรงไปยังเจ้าของเสียงตะโกน
“ เป็นหยัง !  มีอีหยัง บักหล่า ”
“ รถ..รถจ๊ก ปี้น...  รถจกปิ้น ! ”



“ อีหยังเก๊าะ..!  รถจ๊กปิ้น!.. ?????? ”
เด็กน้อยวิ่งมาหยุดตรงหน้าบันไดทางขึ้นบ้าน หอบฮัก ๆ   หายใจหายคอไม่ทัน
“ แล้วมึงมาบอกกูหยัง เกี่ยวหยังกัน”
“ พ่อใหญ่กระต่าย พ่ออ้ายต้างเลาให้มาบอกว่า รถจ๊กอ้ายต้างปี้น อยู่ห้วยแฝก ให้ยกเลิกเพิ่นพา อ้ายต้างไปโรงบาล  ยกเลิกการขอสาวก่อน ”  เด็กน้อยบอกด้วยเสียงปนหอบ
“ ห่าคนเอ้ย..!  สิได้เมีย ผัดปิ้นเพา ซ้ำน้อ.. บักต้างรถจ๊ก ” แม่ใหญ่หล่า พึมพำเอามือคลำอก
จันเพ็ญถอนหายใจเฮือกเหมือนยก ภูเขาออกจากอก
“ รถจ๊ก...ปี้น...! ” ลุงคำพึมพำในลำคอ....
.............................................................................
เสียงสะนูว่าว ดังกังวาน อีกครัง  ตอนตะวันกำลังชิงพลบ  เซียงน้อย ละสายป่านจากมือเบาๆ เมื่อว่าวติดลม
.....ตื่อ ตื่อ ตื้อ เตื่อ เตือ เตื๊อ.....  เสียงกังวานแว่วจากเบื้องสูง แผ่ขยายได้ยินไกลหลายกิโล
ว่าวขนาดใหญ่ สองวา มองเห็นเล็กๆ แค่จุดเท่าเล็บมือ  หางว่าวทำจากจีวรพระ พลิ้วไหวอย่างมีชีวิตชีวา
ลมหนาวพัดเอื่อยๆ ล่ำลาตะวัน  ตอฟางแห้งสะบัดแปะ ๆ ตามกระแสลมพา
  เซียงน้อยตั้งใจว่า ลงหน้าปีหน้า จะปลูก ถั่วกับ แตง เสริมจากการทำนาตามฤดู เพื่อเก็บเงิน
หวังสิบ่ให้จันเพ็ญ ถูกกดดันอีกต่อไป    
“ อ้ายเซียงข่อยถ่าฟังเสียง ว่าวสะนูเด้อ มื้อแลง”  ตอนเดินผ่านกันเมื่อพลบค่ำ จันเพ็ญยิ้มให้
รอยยิ้มนั้น แทรกซึมเข้าหัวใจเซียงน้อย.ประทับรอย หลับหรือตื่น จะมีภาพนั้นตรึงตรา.............
แหงนหน้าขึ้นฟ้า กะเห็นหน้าจันเพ็ญ ยิ้มละไม......................................................

 
 
สาธุการบทความนี้ : 445 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  23 มี.ค. 2553 เวลา 12:13:32  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  นายฮ้อยทมิฬ    คห.ที่8)  
  ศิษย์พี่

ภูมิลำเนา : ร้อยเอ็ด
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 14 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 94
ให้สาธุการ : 30
รับสาธุการ : 91,960
รวม: 91,990 สาธุการ

 
สะออนนำเด้...........ข้าน้อย  



 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  24 มี.ค. 2553 เวลา 10:08:15  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  สาวส่า เมืองยโส    คห.ที่9)  
  เจ้ายุทธภพน้อยจ้า
ภูมิลำเนา : ยโสธร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 01 ก.ย. 2552
รวมโพสต์ : 1,784
ให้สาธุการ : 155
รับสาธุการ : 2,347,300
รวม: 2,347,455 สาธุการ

 
หว้า..จบแล้วติจ้า
กำลังม่วนเลย
เขียนดี ๆ เขียนเรื่องสั้นขายได้เด๊นิ
ถ้าแม่นจบแบบนี้ กะเป็นจบที่หักมุม
แต่สร้างความพอใจให้กับผู้อ่านได้ขนาด
ถึงสิบ่ได้บอกว่าเลือกอ้ายเซียงน้อย
แต่กะบ่ได้แต่งกับบ่าวรถจก

 
 
สาธุการบทความนี้ : 382 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  24 มี.ค. 2553 เวลา 14:13:37  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  ปราร้านอกไห   ตอบเต็มรูปแบบ || Quick Reply  
  หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 131 132 133 134 135 136 137 138 139 140 141 142 143 144 145 146 147 148 149 150 151 152 153 154 155 156 157 158 159 160 161 162 163 164 165 166 167

   

Creative Commons License
นิยายชีวิตอีสาน เรื่อง โสกฮัง - ตาดไฮ ( โดย บ่าวปิ่นลม พรหมจรรย์ ) --- วิถีชีวิตชาวอีสาน (ปลาร้านอกไห --- อีสานจุฬาฯ)