ผญา คติสอนใจประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2561:: อ่านผญา 
คันว่าความเฮาเว้าขมในอย่าได้จ่ม ลางเทื่อขมขี้เพี้ยภายหน้าหากสิดี แปลว่า คำพูดจาที่ขมหู ไม่ถูกใจ อย่าได้บ่น บางครั้ง คำพูดขมๆนี่แหละ ทำให้เจริญได้ หมายถึง คำสอน คำแนะนำ ตักเตือน ควรใส่ใจ นำไปปฏิบัติ


  ล็อกอินเข้าระบบ  
ชื่อ ::
รหัสผ่าน::
*จำสถานะ
 
  ของแซบอีสาน  
       อีสานบ้านเฮา ความจริงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยของกินมากมาย กินได้แทบทุกอย่าง นับแต่ของที่อยู่ในดิน ไปจนถึงของที่อยู่บนฟ้า วิธีหาอาหารก็แตกต่างกันไป วิธีการปรุงอาหารแต่ละอย่าง แต่ละท้องถิ่นก็แตกต่างกันไป แต่อาหารทุกอย่าง ของกินทุกชนิด ล้วนแต่อร่อย ถูกปากของคนอีสานขนานแท้

     เมื่อของกินแต่ละอย่าง แต่ละท้องถิ่น ล้วนแต่แซบๆ จึงขอเชิญพี่น้องทั้งหลาย ช่วยกันบันทึกของกินอีสานทั้งหลายไว้ เป็นข้อมูล เป็นประวัติ ให้คนทั้งหลาย ได้ทราบโดยทั่วกัน

     เชิญพ่อครัว แม่ครัว และนักชิมทั้งหลาย บรรเลงฝีมือ ได้แล้วครับ...



หมายเหตุ
1. ข้อความที่โพสต์ทั้งหมด เกิดจากการส่งโดยผู้อยู่ทางบ้าน ทางผู้ดูแลฯ มีหน้าที่คัดกรอง แต่ไม่100%
2. ทางผู้ดูแลฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือ ลบข้อมูล ตามพิจารณาเห็นสมควร

  หน้า: 1 ตอบกระทู้  
  โพสต์โดย   ของแซบรายการที่112 : กลอย  
  ดุกอุย  
  อ้างอิงจังหวัด : เพชรบูรณ์
 
  ศิษย์ใหม่ไร้วรยุทธ์

ภูมิลำเนา : เพชรบูรณ์
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 22 มิ.ย. 2555
รวมโพสต์ : 6
ให้สาธุการ : 0
รับสาธุการ : 4,270
รวม: 4,270 สาธุการ

 




กลอย  มีตำนานเล่าขานกันมาว่า กลอย เป็นอาหารที่มีคุณค่าและประโยชน์สามารถนำมาทานแทนข้าวได้ ในสมัยสงครามโลกที่ผู้คนได้อพยพไปซ่อนตัวกันอยู่ในป่านอกจากข้าวแห้งที่เตรียมไปแล้วยังมี กลอย" เป็นอาหารที่สามารถหาได้ภายในป่านำมาต้มมาหุงกินแทนข้าวได้

กลอยจัดเป็นพืชล้มลุกมีหัวชนิดหนึ่ง ซึ่งนิยมบริโภคมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในประเทศไทยมักจะขึ้นตามป่าเบญจพรรณที่ค่อนข้างโปร่ง หัวกลอยฝังอยู่ใต้ดินตื้น ๆ หัวใหญ่ ๆ โตได้เท่ากับไหกระเทียม กลอยมีอาหารจำพวกแป้ง ( Starch ) อยู่มาก คนในชนบทหรือชาวป่าจึงขุดหัวกลอยมาต้มกิน หรือในบางทีก็จะหุงรวมกับข้าว ส่วนคนเมืองนิยมทำเป็นอาหารได้หลายรูปแบบเช่น กินกลอยคลุกน้ำตาลกับมะพร้าว หรือนึ่งปนกับข้าวเหนียวมูล ทำเป็นข้าวเหนียวกลอยหน้าสังขยาหรือโรยน้ำตาลป่นปนกับงาก็อร่อย หรือจะหั่นกลอยเป็นชิ้นบาง ๆ นำไปชุบแป้งทอดกินแบบกล้วยแขกอาบน้ำตาลหรือจะทำเป็นกลอยบด กลอยแผ่น ข้าวเกรียบกลอย และบัวลอยกลอยก็น่าอร่อย ทั้งนี้ในประเทศไทยมีกลอยประมาณ 32 ชนิด พบมากในภาคเหนือ ช่วงฤดูฝนจนถึงฤดูหนาว ในต่างประเทศสามารถพบกลอยได้ทั่วในเขตป่าฝน ในเขตร้อน ตั้งแต่ประเทศอินเดียไปจนถึงเทือกเขาหิมาลัย


หัวกลอย ก่อนนำมากินจะต้องล้างสารพิษออกให้หมด โดยฝานหัวกลอยเป็นชิ้นบางๆ นำมาแช่ในน้ำเกลือแล้วถ่ายน้ำทิ้งหลายๆ ครั้ง หรือแช่ในน้ำไหลเพื่อให้น้ำชะล้างสารพิษออกให้หมด เพราะ dioscorine เป็นแอลคาลอยด์ที่ละลายได้ดีในน้ำ ชาวป่าบางเผ่านำน้ำที่คั้นจากหัวกลอยมาผสมกับยางของต้นน่อง (Antiaris toxicaria Lesch.) อาบลูกดอกเพื่อใช้ยิงสัตว์  


ชาวบ้านจะแบ่งง่ายๆตามลักษณะของลำต้นและตามสีในเนื้อหัวกลอยกล่าวคือกลอยข้าวเจ้าจะมีลักษณะของ เถาและก้านใบสีเขียวส่วนกลอยข้าวเหนียวมีเถาสีน้ำตาลอมดำ ลักษณะใบของกลอยทั้งสองชนิดมี3 แฉกคล้ายใบถั่ว เส้นใบถี่ส่วนเถาจะมีหนามแหลมตลอดเถาดอกออกเป็นช่อมีดอกย่อยดอกเล็กๆสีขาวจำนวนมากหัวกลอยจะฝังในดิน ตื้นๆ มีหลายหัวติดกันเป็นกลุ่ม เท่าที่พบมีตั้งแต่3หัวถึง14หัวใน1กอขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของหัวกลอยวัด ได้ตั้งแต่2.5ซมถึง25ซม.


มีชื่อพื้นเมืองต่างๆเช่นกลอยมันกลอยกลอยข้าวเหนียวกลอยหัวเหนียวก๋อยนกกอยหัวกลอยและกลอยนก เป็นต้น เมื่อนำหัวกลอยมาปลอกเปลือกและหันเป็นแว่นบางๆ จะพบว่ากลอยข้าวเจ้าจะมีเนื้อสีขาวนวลและเนื้อหยาบกว่ากลอยข้าวเหนียวซึ่ง มีสีเหลืองอ่อมถึงเหลืองเข้ม(สีทอง)เนื้อเหนียวและรสชาดดีกว่ากลอยข้าวเจ้า ซึ่งมีเนื้อร่วยซุย ฉะนั้นชาวบ้านหรือเกษตรกรจึงนิยม รับประทานกลอยข้าวเหนียวมากกว่ากลอยข้าวเจ้า


เนื่องจากกลอยเป็นพืชแป้งที่มีพิษอย่างแรงเพราะในเนื้อแป้งมีสารไดออสคอรีน(Dioscorine)ฉะนั้นถ้านำมารับประทานโดยไม่ทำลายสารพิษก่อนจะทำให้เกิดอาการเบื่อเมาเพราะสารนี้จะไปทำลายระบบประสาทส่วนกลางทำให้เป็นอัมพาตถ้ารับประทานสดๆ ขนาดเท่าผลมะม่วงอกร่องจะทำให้ตายภายใน6ชั่วโมง วิธีเอาสารพิษ(Dioscorine)ออกจากกลอย ก่อนนำไปบริโภควิธีการทั่วๆไปคือปอกเปลือกหัวกลอยให้สะอาด หั่นเป็นแว่น แต่ละแว่นหนาประมาณ1-1.5ซม.นำหัวกลอยที่ หั่นแล้วใส่ในภาชนะ ใส่ชิ้นกลอยที่หั่นแล้วลงไปในภาชนะหนาประมาณ10ซม. โรยเกลือให้ทั่วหน้า1-2ซม.แล้วใส่ชิ้นกลอยลงไปทำสลับกับเกลือ จนกว่าจะหมดทิ้งไว้ค้างคืนวันรุ่งขึ้นนำกลอยที่หมักออกมาล้างน้ำ ให้สะอาดใส่ชิ้นกลอยที่ล้างแล้วลงไปในถุงผ้าดิบหรือผ้าขาวบาง นำของหนักทับไว้เพื่อไล่น้ำเบื่อเมาของกลอยออกให้หมดหลังจากนั้นนำชิ้นกลอยจากถุงผ้าเทกลับลงไปในภาชนะเดิมใส่น้ำให้ท่วมเนื้อกลอย ทิ้งไว้ค้างคืนรุ่งเช้าจึงนำชิ้นกลอยมาล้างให้สะอาดและทำเช่นเดิม ประมาณ5-7วันจึงจะปลอดภัยจากสารพิษและนำมาบริโภคหรือ ปรุงอาหารได้หรือจะผึ่งแดดให้แห้งเก็บตุนไว้เมื่อจะบริโภคจึงนำ ชิ้นกลอยมาแช่น้ำนำไปนึ่งหรือปรุงอาหารอื่นรับประทานได้


ทั้งหมดนี้ บ่งบอกให้เห็นถึงความรู้และภูมิปัญญาชาวบ้านที่ได้ถ่ายทอดและสืบต่อกันมาอย่างช้านาน ซึ่งกว่าจะพิสูจน์ได้ว่ากรรมวิธีแบบนี้จะสามารถนำมาใช้ประโยชน์และบริโภคได้ต้องผ่านกระบวนการวิเคราะห์วิจัยทดลองมาหลายชั่วอายุคนหรือมีการทดสอบทดลองโดยใช้ชีวิตมากี่สิบคนแล้ว...

ขอบคุณข้อมูลและภาพบางส่วนจากศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทยสวทช. และจากงานประจำปี

 
 
สาธุการบทความนี้ : 293 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  05 ก.ค. 2555 เวลา 15:57:46  
    MySite  offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  ปิ่นลม    คห.ที่1) ...(ย้ายมา)  
  เซียน

ภูมิลำเนา : สกลนคร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 16 มี.ค. 2553
รวมโพสต์ : 2,200
ให้สาธุการ : 180
รับสาธุการ : 3,863,480
รวม: 3,863,660 สาธุการ

 

กินเป็น"หัว" เลยติทิดอุย   ปากสิบ่ "เหวอ..เปิ่งเซิ่ง " ติ
พู้น ยกพาโตกไปทาง "คูบา" เพิ่นโลด  ให้เพิ่น วิจัย

 
 
สาธุการบทความนี้ : 239 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  05 ก.ค. 2555 เวลา 16:22:27  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  อีเกียแดง {แห่งรัตติกาล}    คห.ที่2)  
  อนุเซียนผู้อมตะ

ภูมิลำเนา : บุรีรัมย์ @ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 07 เม.ย. 2552
รวมโพสต์ : 5,431
ให้สาธุการ : 4,145
รับสาธุการ : 8,892,240
รวม: 8,896,385 สาธุการ

 
คุณปิ่นลม:

กินเป็น"หัว" เลยติทิดอุย   ปากสิบ่ "เหวอ..เปิ่งเซิ่ง " ติ
พู้น ยกพาโตกไปทาง "คูบา" เพิ่นโลด  ให้เพิ่น วิจัย



กลอย..ชื่อนี้แซบอีหลีคับ คอนฟืม..

 
 
สาธุการบทความนี้ : 247 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  07 ก.ค. 2555 เวลา 07:28:18  
    MySite  offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  บ่าวภูไท เมิงสกล    คห.ที่3)  
  ศิษย์ใหม่ไร้วรยุทธ์

ภูมิลำเนา : สกลนคร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 22 ก.ย. 2553
รวมโพสต์ : 6
ให้สาธุการ : 10
รับสาธุการ : 5,020
รวม: 5,030 สาธุการ

 
นึ่งเส่อมะอึ เส่อมะพ้าว น้ำตาลโฮยกอยเส่อเดว คักแท้เด้อคับ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  09 ก.ค. 2555 เวลา 21:28:24  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  จารย์เขียว    คห.ที่4)  
  ศิษย์น้อง

ภูมิลำเนา : สกลนคร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 08 ก.ย. 2558
รวมโพสต์ : 30
ให้สาธุการ : 15
รับสาธุการ : 7,100
รวม: 7,115 สาธุการ

 
เพิ่นว่า "กินกลอยแล้วกล้อยเข้าบ่อน" มันแม่นอีหลีเบาะครับพี่น้อง

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  09 ต.ค. 2558 เวลา 13:20:51  
  ภาษาอีสาน ตลาดเซฟวัน อาหารอีสาน www  วัดถ้ำผาแด่น ลาบเนื้อ แกงขี้เหล็ก MySite  offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  อ้ายเซียงเหมี่ยง    คห.ที่5)  
  ศิษย์ใหม่ไร้วรยุทธ์

ภูมิลำเนา : นครราชสีมา
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 22 พ.ค. 2559
รวมโพสต์ : 5
ให้สาธุการ : 0
รับสาธุการ : 1,720
รวม: 1,720 สาธุการ

 
เอามานึ่ง รสชาติจืด ๆ หอม ๆ แซบแบบบอกบ่ถืก

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  26 มิ.ย. 2559 เวลา 18:49:18  
      offline ติดต่อหลังเวที ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง  
 
  ปราร้านอกไห   ตอบเต็มรูปแบบ || Quick Reply  
  หน้า: 1

  Quick Reply  
       
  เรื่อง:   
 
รายละเอียด*: 

ใช้ html ได้ 
(เฉพาะที่กำหนดให้) 

ใช้ bbcode ได้  
ใช้ space bar ได้  
(เฉพาะรายละเอียด) 



โดยคุณ*:
อีเมล์:

คุณต้องสมัครสมาชิก
และล็อกอินเข้าระบบ
จึงจะโพสต์ได้ครับ

   
 
     กฏกติกา มารยาท
 1. ขอความกรุณา ไม่โพสต์ข้อความประกาศโฆษณาขายของ หรือชักนำในเชิงธุรกิจ
 2. ขอความกรุณา ไม่โพสต์ข้อความหรือรูปภาพที่ขัดแย้งต่อศีลธรรมอันดี หรือนำไปสู่การทะเลาะวิวาท
 3. ขอความกรุณาไม่โพสต์ข้อความหรือรูปภาพที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงบุคคลอื่น หรือหมิ่นสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
 4. การคัดลอกบทความของบุคคลอื่นมาโพสต์ กรุณาอ้างอิงที่มา เพื่อเป็นการให้เกีียรติ และเคารพในภูมิปัญญาของเจ้าของบทความ

 
       
   

Creative Commons License
กลอย --- อาหารอีสาน (ปลาร้านอกไห --- อีสานจุฬาฯ)