มิตรไมตรีเลิศล้ำ วัฒนธรรมอลังการ สร้างตำนานทรงคุณค่า อีสานจุฬาฯร่วมใจอนุรักษ์  
 
 
   
  ล็อกอินเข้าระบบ  
ชื่อ ::
รหัสผ่าน::
*จำสถานะ
 
  ของแซบอีสาน  
       อีสานบ้านเฮา ความจริงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยของกินมากมาย กินได้แทบทุกอย่าง นับแต่ของที่อยู่ในดิน ไปจนถึงของที่อยู่บนฟ้า วิธีหาอาหารก็แตกต่างกันไป วิธีการปรุงอาหารแต่ละอย่าง แต่ละท้องถิ่นก็แตกต่างกันไป แต่อาหารทุกอย่าง ของกินทุกชนิด ล้วนแต่อร่อย ถูกปากของคนอีสานขนานแท้

     เมื่อของกินแต่ละอย่าง แต่ละท้องถิ่น ล้วนแต่แซบๆ จึงขอเชิญพี่น้องทั้งหลาย ช่วยกันบันทึกของกินอีสานทั้งหลายไว้ เป็นข้อมูล เป็นประวัติ ให้คนทั้งหลาย ได้ทราบโดยทั่วกัน

     เชิญพ่อครัว แม่ครัว และนักชิมทั้งหลาย บรรเลงฝีมือ ได้แล้วครับ...



หมายเหตุ
1. ข้อความที่โพสต์ทั้งหมด เกิดจากการส่งโดยผู้อยู่ทางบ้าน ทางผู้ดูแลฯ มีหน้าที่คัดกรอง แต่ไม่100%
2. ทางผู้ดูแลฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือ ลบข้อมูล ตามพิจารณาเห็นสมควร

  หน้า: 1 2 3 4 ตอบกระทู้  
  โพสต์โดย   ของแซบรายการที่27 : ข้าวเม่า  
  มังกรเดียวดาย  
  อ้างอิงจังหวัด : ขอนแก่น
 
  เซียน

ภูมิลำเนา : ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 03 มี.ค. 2550
รวมโพสต์ : 2,716
ให้สาธุการ : 5,840
รับสาธุการ : 485,940
รวม: 491,780 สาธุการ

 
     เมื่อทำนาเสร็จแล้ว ผ่านเวลาสักระยะหนึ่ง จนลมเหนือล่อง เข้าทำนองออกพรรษา ลมว่าวพัดมา ได้เวลา คั่วข้าวเม่า ซึ่งโดยมาก ก็ประมาณช่วง เดือนตุลา ถึง พฤศจิกา ขึ้นอยู่กับว่า เริ่มดำนาเร็วหรือช้า นั่นเอง หรือขึ้นอยู่กับ ข้าวที่แก่พอทำข้าวเม่า นั่นแหละ

     ข้าวเม่า นับเป็นของกินอีกอย่างหนึ่ง ที่เด็กๆ กินได้ ผู้ใหญ่กินดี กินเปล่าๆ โดยไม่ใส่อะไร (แต่ต้องใส่ปากนะ) ก็อร่อย นำมาทำเป็นขนม ทำข้าวเม่าคลุก ก็แซบ เช่นกัน

     ข้าวเม่า คือข้าว ที่ถูกตำ หรือทุบ จนเม็ดข้าวแบน ซึ่ง ทำจากข้าวเหนียวที่ไม่อ่อนเกินไป ไม่แก่เกินไป แถวบ้าน มักเรียกว่า ข้าวกำลังพอเป็นข้าวเม่า

     ข้าวเม่า หรือข้าวที่กำลังพอเป็นข้าวเม่า คือข้าววัยแรกรุ่น ที่เลยระยะน้ำนมแล้ว ข้างในเปลือกข้าวเริ่มแข็งตัวเป็นเม็ด มีสีขาว และห่อหุ้มด้วยเยื่อบางๆ สีเขียว ซึ่งเยื่อสีเขียวนี่แหละ เมื่อข้าวแก่ จะกลายเป็นสีน้ำตาล และกลายเป็นรำ (แต่ไม่เป็นฟ้อน) อันเป็นแหล่งรวมของวิตามินหลายชนิด

     ข้าวเม่าแบบชาวบ้านๆ ภาคอีสาน เนื่องจาก ไม่ค่อยมีน้ำตาล หรือ น้ำอ้อย จึงนิยมกินแบบธรรมดาสุดๆ คือกินเปล่าๆเลย ตำเสร็จ ก็กินเลย แต่ครอบครัวที่มีน้ำอ้อย น้ำตาล ก็อาจคลุกน้ำตาล + มะพร้าว

 
 
สาธุการบทความนี้ : 43 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  30 ต.ค. 2549 เวลา 11:30:11  
    homepage  Hi5  offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  มังกรเดียวดาย    คห.ที่1)  
  เซียน

ภูมิลำเนา : ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 03 มี.ค. 2550
รวมโพสต์ : 2,716
ให้สาธุการ : 5,840
รับสาธุการ : 485,940
รวม: 491,780 สาธุการ

 
วิธีทำข้าวเม่าแบบดั้งเดิม

1. การเตรียมข้าวเม่า

     ขั้นตอนการเตรียมข้าวเม่านี้ แต่ละครอบครัว จะเตรียมกันเอง ของใครของมัน โดย ขนสัมภาระอุปกรณ์สำหรับเตรียมรวมถึงสำหรับคั่วไปนาด้วย (แต่บางคน อาจจะ นำกลับมาทำที่บ้าน ก็มี) ซึ่งอุปกรณ์ที่จำเป็นในการเตรียมนี้ ก็คือ ช้อน และภาชนะสำหรับใส่เมล็ดข้าว เช่นตะกร้าหรือกระด้ง เป็นต้น

  • ตรวจดูในนาว่า แปลงไหนข้าวพอดีทำข้าวเม่า ก็ลงไปดูทีละรวง และหักทีละรวง โดยหักตรงข้อต่อของรวงกับปล้อง จนได้ปริมาณเพียงพอ ซึ่งขั้นตอนนี้ ดั้งเดิม ที่ไม่นิยมใช้เคียว ก็เนื่องจาก ข้าวในกอเดียวกัน อาจจะแก่ไม่เท่ากัน หากใช้เคียวรวบเกี่ยวทั้งกอ ก็จะเสียรวงข้าวไปเปล่าๆ จึงนิยมเลือกหักทีละรวง

  • เมื่อได้ปริมาณเพียงพอแล้ว นำมาที่กระท่อม หรือใต้ร่มไม้ที่จะคั่วข้าวเม่า จากนั้น ก็แยกเมล็ดข้าวออกจากรวง โดยใช้ช้อนขูดเอาเฉพาะเมล็ดข้าวออก ทีละรวง ๆ อีกเหมือนกัน



2. การคั่วข้าวเม่า

     ขั้นตอนนี้ คือการทำให้ข้าวสุก นั่นเอง ข้าวที่กำลังเป็นข้าวเม่า เนื่องจากภายในเมล็ดยังมีส่วนที่เป็นน้ำอยู่ จึงสามารถทำให้สุกโดยการคั่วได้ โดยเมล็ดข้าวไม่แตกเหมือนข้าวตอกแตก ซึ่งอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการคั่วข้าวเม่า ก็คือ หม้อดิน(หรืออาจจะใช้กระทะแทนก็ได้) ไม้พายสำหรับคน และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ เตาไฟ

  • ค้างหม้อดิน บนไฟอ่อนๆ (หากไฟแรงไป จะทำให้ไหม้ก่อนสุก)

  • นำเมล็ดข้าวเม่า ซึ่งขูดเตรียมไว้แล้ว ใส่ลงในหม้อดิน พอประมาณ  หรือสัก ¼ ของหม้อดิน หากใส่มากเกินไปเดี๋ยวจะสุกไม่ทั่วถึง หรือ สุกบ้าง ไม่สุกบ้าง ไหม้บ้าง

  • ใช้ไม้พายคนไปมา เพื่อให้ข้าวสุกทั่วถึง คั่วพอสุก และเทพักไว้ในกระด้ง หรือตะกร้า แล้วคั่วหม้อต่อไป จนเสร็จ

  • นำกลับบ้าน เพื่อตำ



3. การตำข้าวเม่า

     ขั้นตอนนี้ คือการนำเปลือกข้าวออกจากเนื้อเมล็ดนั่นเอง เมื่อนำเปลือกออกแล้ว ก็จะเหลือเนื้อในสีเขียว น่ารับประทาน ซึ่งอุปกรณ์ที่จำเป็น ก็คือ ครก สาก ไม้คน กระด้ง

      ครก นิยมใช้ครกมองหรือครกกระเดื่อง ซึ่งในหนึ่งหมู่บ้าน อาจจะมีครกกระเดื่องไม่กี่ตัว ดังนั้น แต่ละครัวเรือน ก็จะมารอคิวตำข้าวเม่า และช่วยๆ กันเหยียบครกกระเดื่อง หากหมู่บ้านไหน มีครกกระเดื่องน้อย รายสุดท้าย อาจเสร็จสองสามทุ่ม นู่นแหละ

  • นำข้าวเม่าที่คั่วแล้ว ใส่ลงในครก พอประมาณ ด้านหางครก มีคนเหยียบตำไปเรื่อยๆ ด้านหัวหรือตัวครก มีคนคอยใช้ไม้หรือมือคนพลิกข้าวอยู่เรื่อยๆ

  • ตำไปพอประมาณ ก็ตักข้าวออกจากครก ใส่กระด้ง นำไปฝัดเอากากหรือเปลือกข้าวออก แล้วใส่ลงในครกอีก

  • ตำอีก และนำออกไปฝัดอีก ทำซ้ำ ๆ สองขั้นตอนนี้ จนเปลือกออกหมด เป็นอันเสร็จหนึ่งครก

  • ใส่ข้าวเม่าที่คั่วแล้วลงไปใหม่ และทำเหมือนเดิม จนเสร็จ


*** หากเป็นครกแบบดั้งเดิม ซึ่งไม่ใช่ครกมอง หรือครกกระเดื่อง ก็จะแยกกันตำที่เรือนใครเรือนมัน

ข้าวเม่าที่ตำเสร็จใหม่ๆ นี้ หอมกรุ่น อ่อนนุ่ม เคี้ยวหนึบหนับ มันอร่อยดียิ่งนัก

หมายเหตุ : หากเลือกข้าวที่แก่ไม่พอ หรืออ่อนเกินไป จะทำให้ข้าวเม่า มีขี้แมว ปนอยู่
( คนแก่มักจะหลอกเด็กว่า เอ็ง เฝ้าครกยังไง ให้แมวมาขี้ใส่ข้าวเม่าได้)

ขี้แมว หมายถึง ข้าวเม่าที่ติดกันเป็นก้อน ซึ่งแน่นอน ก็ต้องมีกากติดอยู่ด้วย เกิดจากข้าวที่อ่อนเกินไปยังไม่แข็งตัวเป็นเม็ดดี ทำให้เหนียวหนืดและติดกันเป็นก้อน โดยข้าวเม่าที่ติดกันเป็นก้อนนี้ ก็มีขนาดก้อนเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง

(บรรยากาศการตำข้าวเม่า ตอนกลางคืน ท่ามกลางเดือนหงาย ทั้งเด็ก วัยรุ่น หนุ่มสาว คนเฒ่าคนแก่ ต่างมารวมกันที่ครกกระเดื่อง ขณะที่รอคิว ก็ช่วยคนอื่นตำไปด้วย ช่วยชิมด้วย บางทีก็หยอกล้อสนุกสนาน เมื่อพบ ข้าวเม่าขี้แมว)
                                          

 
 
สาธุการบทความนี้ : 47 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  30 ต.ค. 2549 เวลา 11:39:36  
    homepage  Hi5  offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  มังกรเดียวดาย    คห.ที่2)  
  เซียน

ภูมิลำเนา : ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 03 มี.ค. 2550
รวมโพสต์ : 2,716
ให้สาธุการ : 5,840
รับสาธุการ : 485,940
รวม: 491,780 สาธุการ

 
วิธีทำข้าวเม่าแบบสมัยใหม่

     ขั้นตอนการเตรียมและการคั่วข้าวเม่า ก็ไม่ต่างจากแบบดั้งเดิม แต่หากทำในปริมาณมาก บางคน ก็ใช้เคียว เกี่ยวเอาเลย ก็มี

     ส่วนที่แตกต่างจากแบบดั้งเดิมก็คือ เปลี่ยนจากตำ เป็นสี... เมื่อไม่นานมานี้ มีโรงสีสำหรับสีข้าว และครกกระเดื่อง เริ่มหมดความสำคัญลง จึงกลายเป็นวิธีทำข้าวเม่าแบบใหม่ ที่เสร็จเร็วกว่า ใช้ครกกระเดื่อง  โดย เมื่อคั่วข้าวเม่าเสร็จแล้ว ก็นำไปฝากทางโรงสีข้าว ให้สีให้ เข้าโรงสีแป๊บเดียว ก็ได้ข้าวเม่าแล้ว

    แต่ข้าวเม่าที่ได้จากการสี จะคุณภาพด้อยกว่าจากการตำ คือ
  • โรงสี อาจจะขัดเอาส่วนที่เป็นสีเขียวออกมากเกินไป ทำให้เหลือ วิตามินน้อยลง

  • ข้าวเม่าที่ได้ จะอ่อนนุ่ม สู้ที่ตำเอาไม่ได้ (ดังนั้น ปัจจุบัน บางรายที่ทำขาย อาจใช้เทคนิค สี แล้วนำมาตำด้วยครกกระเดื่องติดมอเตอร์ ทีหลัง... แต่ข้าพเจ้า เห็นว่า เป็นเพียงเทคนิคทางการโฆษณาค้าขาย เพราะมันก็ยังแข็งอยู่ดี)

  • บางที อาจมีหินก้อนเล็กๆ ปนมาด้วย (ขึ้นอยู่กับคุณภาพของโรงสี)


***แม้จะเป็นโรงสี ใช้เครื่องจักรกล แต่แมวก็ไม่กลัว แมวก็ยังกล้าเข้าไปขี้ใส่ได้เหมือนเดิม (เกี่ยวกันไหมเนี่ย)
              

 
 
สาธุการบทความนี้ : 51 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  30 ต.ค. 2549 เวลา 11:45:34  
    homepage  Hi5  offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  มังกรเดียวดาย    คห.ที่3)  
  เซียน

ภูมิลำเนา : ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 03 มี.ค. 2550
รวมโพสต์ : 2,716
ให้สาธุการ : 5,840
รับสาธุการ : 485,940
รวม: 491,780 สาธุการ

 

ข้าวเม่า ที่ทำเสร็จแล้ว


เชิญหยุมกินได้เลยคร้าบ...ระวังขี้แมวเอาเองเด้อ
              

 
 
สาธุการบทความนี้ : 41 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  30 ต.ค. 2549 เวลา 11:51:51  
    homepage  Hi5  offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  มังกรเดียวดาย    คห.ที่4)  
  เซียน

ภูมิลำเนา : ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 03 มี.ค. 2550
รวมโพสต์ : 2,716
ให้สาธุการ : 5,840
รับสาธุการ : 485,940
รวม: 491,780 สาธุการ

 
ข้าวเม่าคลุก

     เมื่อได้ข้าวเม่าธรรมดาแล้ว บางคน แม้เป็นคนธรรมดา แต่ไม่ชอบกินแบบธรรมดา ชอบกินแบบหวานๆ ก็อาจจะทำเป็นข้าวเม่าคลุก โดย ขูดมะพร้าวเป็นเส้นฝอย โรยน้ำตาลทราย ผสมน้ำแช่ดอกไม้ลงไป คนคลุกเคล้าให้เข้ากัน ก็จะได้ข้าวเม่าคลุก ถูกใจเด็กๆ เช่นกัน


ข้าวเม่าคลุก
              

 
 
สาธุการบทความนี้ : 42 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  30 ต.ค. 2549 เวลา 11:55:31  
    homepage  Hi5  offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  มังกรเดียวดาย    คห.ที่5)  
  เซียน

ภูมิลำเนา : ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกชมรมฯ
เข้าร่วม : 03 มี.ค. 2550
รวมโพสต์ : 2,716
ให้สาธุการ : 5,840
รับสาธุการ : 485,940
รวม: 491,780 สาธุการ

 
ข้าวเม่าตลอดปี

     แม้ไม่ใช่ฤดูทำข้าวเม่า แต่ก็สามารถพบข้าวเม่า ได้ตลอดปี โดยเฉพาะตามสถานีขนส่ง หรือคิวรถจังหวัดต่างๆ ทางภาคอีสาน ซึ่งแม้ว่าจะเรียกข้าวเม่าก็จริง แต่ความจริง เป็นข้าวเม่าจำลอง (แต่ไม่ศรีเมือง) เป็นข้าวเม่าเลียนแบบ เพราะไม่ได้ทำจากข้าวที่พอดีข้าวเม่า แต่ทำจากข้าวที่แก่แล้ว ส่วนวิธีทำนั้น ข้าพเจ้าไม่รู้คร้าบ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 51 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  30 ต.ค. 2549 เวลา 11:58:45  
    homepage  Hi5  offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  หลิว เชี่ยงใหม่    คห.ที่6) แซบ  
  ขาจร


 
พอดีมีหมาหลังอานชื่อข้าวเม่าค่ะเลยแวะมาดู

มีรูปด้วยตอนเม่าหนุ่ม

 
 
สาธุการบทความนี้ : 26 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  09 ก.พ. 2550 เวลา 19:29:34  
    ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  จารย์ใหญ่    คห.ที่7)  
  จ้าวยุทธภพ

ภูมิลำเนา : มุกดาหาร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 13 ก.ย. 2552
รวมโพสต์ : 1,286
ให้สาธุการ : 1,055
รับสาธุการ : 28,130
รวม: 29,185 สาธุการ

 
กระทู้เก่าเผิ่นหลายปี เข้ามาพ้อ เห็นแล้วกะคิดอยากหลาย หน้านี้เป็นหน้าข้าวเม่า
ซั้นหรอกวา ไผเมือกะเอามาฝากแหน่เด้อ ฝากไปไห้ผู้อยู่ทางเกาหลีแหน่ล่ะ....

 
 
สาธุการบทความนี้ : 8 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  22 พ.ย. 2552 เวลา 06:18:53  
        offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  รุทธิ์ (อีเกียแดง)    คห.ที่8)  
  จ้าวยุทธภพ

ภูมิลำเนา : บุรีรัมย์ @ขอนแก่น
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 07 เม.ย. 2552
รวมโพสต์ : 1,017
ให้สาธุการ : 1,080
รับสาธุการ : 47,360
รวม: 48,440 สาธุการ

 
ขอบคุณครับ
คิดฮอดผู้อยู่ทางไกล

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  22 พ.ย. 2552 เวลา 06:35:04  
      Hi5  offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  สาวส่า เมืองยโส    คห.ที่9)  
  จอมยุทธน้อยนะ

ภูมิลำเนา : ยโสธร
สมาชิกภาพ : สมาชิกทั่วไป
เข้าร่วม : 01 ก.ย. 2552
รวมโพสต์ : 529
ให้สาธุการ : 45
รับสาธุการ : 18,470
รวม: 18,515 สาธุการ

 
ฮ่วย ๆ อ้ายสองคนนี่ จั่งได๋ ๆ อยู่เด๊ะนิ
คิด ๆๆๆๆ อย่าเฮ็ดให้คิด เหอะๆๆ

 
 
สาธุการบทความนี้ : 0 ครั้ง
ให้สาธุการบทความนี้
 
 
  24 พ.ย. 2552 เวลา 14:58:43  
      Hi5  offline  ติดต่อหลังเวที  ติดต่อโดยเมล์ ตอบอ้างอิง ขึ้นบน ลงล่าง  
 
  ปราร้านอกไห   ตอบเต็มรูปแบบ || Quick Reply  
  หน้า: 1 2 3 4

   

Creative Commons License
ข้าวเม่า --- อาหารอีสาน (ปลาร้านอกไห --- อีสานจุฬาฯ)