ผญา คติสอนใจประจำวันที่ 1 สิงหาคม 2557:: อ่านผญา 
ดงหลวงนี้พึ่งคณาเนื้อแก่น นกหากชมชื่นด้วยลำไม้ฮ่มงาม แปลว่า ป่าดงกว้าง พึ่งพาอาศัยหมู่สัตว์ หมู่สัตว์พึ่งพาอาศัยแมกไม้ในป่าดง หมายถึง หมู่คณะ สังคม ต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน จึงจะอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข

การฟ้อนรำพื้นบ้านอีสาน  

ฟ้อนหางนกยูง (ฟ้อนรำพื้นบ้านอีสาน---อีสานจุฬาฯ)
การฟ้อนรำ..จังหวัดนครพนม

  หน้าก่อน หน้าถัดไป
ฟ้อนหางนกยูง

ฟ้อนหางนกยูง

          นาฏศิลป์ของจังหวัดนครพนมได้มีการแสดงการฟ้อนรำที่เรียกได้ว่าเป็น   นาฏศิลป์พื้นเมืองเอกลักษณ์นครพนมอยู่หลายอย่าง   ซึ่งเป็นการแสดงดั้งเดิมสืบทอดกันมาและที่คิดขึ้นใหม่ผสมผสานกลมกลืนกันไป   รวมทั้งการได้สืบค้นการแสดงที่หายไปแล้วได้คิดท่าฟ้อนรำขึ้นใหม่ตามแนวทางที่ได้สืบคนก็มี ซึ่งการแสดงชุดหนึ่งที่เป็นการแสดงนาฏศิลป์ของนครพนมที่มีความสวยงาม คือ การฟ้อนหางนกยูง

ประวัติการแสดง

ในปี พ.ศ. 2530 สมัยที่   นายอุทัย   นาคปรีชา   ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (พ.ศ. 2527-2531) ได้ฟื้นฟูการฟ้อนรำบูชาพระธาตุพนมร่วมกับงานเทศกาลออกพรรษาและไหลเรือไฟ
ฟ้อนหางนกยูงเป็นการแสดงชุดหนึ่งที่ทางจังหวัดกำหนดให้เป็นการฟ้อนรำบูชาพระธาตุพนม ซึ่งนำโดยอำเภอเมือง   จังหวัดนครพนม และได้ปฏิบัติติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน
                      
   การฟ้อนหางนกยูงนี้ ในอุรังคนิทานมีกล่าวไว้ในบทพระธาตุทำปาฏิหาริย์ หลังจากพระอินทร์ได้อัญเชิญพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประดิษฐานในอุโมงค์ ภายในพระเจดีย์เป็นที่อนุโมทนาสาธุแก่เหล่าเทวดา   ครั้งนั้นพระอุรังคธาตุเสด็จออกมาทำปาฏิหาริย์ เทวดาทั้งหลายมีความชื่นชมยินดียิ่งนัก   ในเวลานี้เองที่เป็นที่มาของตำนานของการ ฟ้อนหางนกยูงและฟ้อนรำบูชาพระธาตุพนมประจำปี ความว่า

                         ...เทวดาทั้งหลายมีความชื่นชมยินดียิ่งนัก จึงส่งเสียงสาธุขึ้นอึงมี่ตลอดทั่วบริเวณ
วิทยาธรคนธรรพ์ทั้งหลายประโคมด้วยดุริยะดนตรี    
วัสสวลาหกเทวบุตรพาเอาบริวารนำเอาหางนกยูง เข้าไปฟ้อนถวายบูชาเทวดาทั้งหลาย
ลางหมู่ขับ ลางหมู่ดีด สี ตี เป่า นางเทวดา   ทั้งหลายถือหางนกยูง ฟ้อนและขับร้องถวายบูชา...

                         ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าฟ้อนหางนกยูง เป็นศิลปะการฟ้อนรำของจังหวัดนครพนม เป็นลีลาฟ้อนรำอีกแบบหนึ่งที่เป็นการเลียนแบบจากท่านกยูงรำแพนเป็นส่วนมาก  การฟ้อนหางนำยูงนี้มีผู้นำมาถ่ายทอดและฟ้อนรำเองตามคำบอกเล่าว่า

                   "เมื่อประมาณ 100 ปีเศษ  โดยมีคุณตาพัน เหมหงษ์ ซึ่งเป็นชาวจังหวัดนครพนมโดยกำเนิด ท่านเป็นบุตรของอุปฮาดคนหนึ่งในสมัยโบราณ    เมื่อครั้งที่คุณตาท่านมีชีวิตอยู่ ท่านมีชีวิตโลดโผนเป็นนักสู้รบมาก่อน ท่านสนใจการฟันดาบ เพลงดาบ กระบี่กระบอง และมวย ท่านจึงกลายเป็นครูดาบ กระบี่กระบอง และมวย เป็นผู้มีฝีมือเยี่ยมยุทธ์คนหนึ่ง
                         และเวลาว่าง ๆท่านก็ชอบออกล่าสัตว์ หมูป่า และนกต่าง ๆ จากนั้นก็สะสมของป่าเอาไว้ เช่น หางนกยูง   แล้วนำมามัดเป็นกำ ๆ แล้วคิดประดิษฐ์ท่าฟ้อนรำขึ้น ซึ่งมีลีลาคล้ายกับการฟ้อนดาบแล้วก็นำไปถ่ายทอดให้ลูกหลานต่อไป"
                        
                         การฟ้อนหางนกยูงนี้ในสมัยก่อนนิยมฟ้อนเดี่ยวบนหัวเรือแข่ง   เมื่อมีงานประจำปีงานออกพรรษาความเชื่อว่าก่อนทีจะนำเรือเข้าแข่งจะนำเรือขึ้นไปถวายสักการะเจ้าพ่อหลักเมืองเพื่อเป็นการบอกกล่าวว่าจะนำเรือเข้าแข่งขัน   และจะต้องฟ้อนหางนกยูงเพื่อถวายต่อหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองด้วย   การฟ้อนหางนกยูงนี้จะฟ้อนเฉพาะเรือแข่งที่สำคัญและมีขื่อเสียงโด่งดังเท่านั้น
                         ศิลปะการฟ้อนหางนกยูงนี้   มีลีลาอ่อนช้อย สวยงาม   ถ้าขาดความอ่อนช้อยแล้วก็ขาดความสวยงามไป   การฟ้อนหางนกยูงหาคนฟ้อนสวยได้ยาก ด้วยเหตุนี้การฟ้อนหางนกยูงจึงหยุดชะงัก

                         ต่อมาเมื่อ  พ.ศ. 2491 นางเกษมสุข สุวรรณธรรมา   ซึ่งรับราชการอยู่ที่โรงเรียนอุเทนวิทยาคาร   อำเภอท่าอุเทน   จังหวัดนครพนม ได้ย้ายไปรับราชการที่โรงเรียนบ้านหนองจันทน์   ตำบลท่าค้อ   อำเภอเมืองนครพนม   ซึ่งมีนายทวี   สุริรมย์ เป็นหลานของคุณตาพัน   เหมหงษ์   ซึ่งได้รับการถ่ายทอดการฟ้อนหางนกยูงนี้ไว้   นางเกษมสุข สุวรรณธรรมา   จึงได้โอกาสและขอถ่ายทอดฟ้อนหางนกยูงนี้ไว้ตั้งแต่นั้นมา

                         ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2493   จึงได้นำไปฝึกสอนให้แก่นักเรียนในโรงเรียน เมื่อ พ.ศ. 2495 ซึ่งนางเกษมสุข สุวรรณธรรมา    คิดประดิษฐ์ท่าฟ้อนเพิ่มเติมขึ้นอีกหลายท่า
                         ดนตรีที่ใช้ประกอบท่าฟ้อน ในสมัยก่อนนั้น เป็นการฟ้อนเข้าจังหวะกลองยาว  ฉิ่ง ฉาบ ฆ้อง เท่านั้น
   ต่อมาเมื่อได้คิดประดิษฐ์ท่ารำเพิ่มเติมขึ้นแล้ว   ก็ได้ใช้ระนาด กลอง ฉิ่ง ฉาบ เป็นจังหวะประกอบการฟ้อน
                         ท่าฟ้อน  ฟ้อนหางนกยูงมีท่าฟ้อนต่าง ๆ ดังนี้
                         ท่าที่   1 ท่านกยูงร่อนออก
                         ท่าที่ 2   ท่ายูงรำแพน
                         ท่าที่ 3   ท่ารำแพนปักหลัก
                         ท่าที่ 4   ไหวัครู
                         ท่าที่ 5   ยูงพิสมัย
                         ท่าที่ 6   ยูงฟ้อนหาง
                         ท่าที่ 7   ปักหลักลอดซุ้ม
                         ท่าที่ 8   ยูงร่ายไม้
                         ท่าที่ 9   ยูงกระสันคู่
                         ท่าที่ 10 ยูงรำแพนซุ้ม
                         ท่าที่ 11   ยูงปัดรังควาน
                         ท่าที่ 12   ยูงเหิรฟ้า

 
                        คำอธิบายประกอบท่าฟ้อนรำ

                         ท่าที่   1   ท่าออก ทำหางนกยูงทั้งสองข้างตั้งวงซ้ายระดับไหล่   วิ่งซอยเท้าขึ้นข้างหน้าเวที แล้วซอยเท้าถอยลงมาแล้ววิ่งขึ้น หางนกยูงโบกไปมาตามจังหวะ   พับหางทั้งสองไปทางซ้ายแล้วก้างเท้าขวาไปข้าง ๆ แล้วหมุนลากไปรอบตัวทางขวาแล้วเปลี่ยนเป็นหมุนจากขวาไปซ้ายสลับกัน (ทำ   2   รอบ)

                       ท่าที่ 2 ยูงรำแพน ท่าเตรียมยืนเท้าชิด วางหางนกยูงขนานกันยื่นไปข้างหน้ารอบแรกก้าวเท้าซ้ายเท้าขวาไขว้ไปข้างหน้า โบกหางทั้งสองขึ้นเหนือศีรษะแล้วตวัดหางไปทางด้านหลังแล้งตวัดเข้ามา   แขนซ้ายอยู่ระดับหน้าอก   รอบสองยกไหล่ทั้งสองพร้อมกับกระตุกข้อถอดแพนแยกหางนกยูงออกซ้ายขวา

                         ท่าที่ 3 รำแพนปักหลัก   ท่าเตรียมยืนอยู่ในลักษณะเดิมเหมือนท่าที่ 2 รอบแรกเหยียดแขนทั้งสองในท่าตั้งวงซ้าย   แขนซ้ายหวาย แขนขวาคว่ำอยู่รำดับไหล่   แขนเหยียดตึงแล้วลากหางนกยูงผ่านหน้าจากซ้ายขวายุบยืดตามจังหวะ   พับหางทั้งสองไปทางขวา (ลากหางต้องเอี้ยวตัวไป)   รอบสองบากหางทั้งสองผ่านหน้าจากขวามาซ้ายตามจังหวะทำเหมือนรอบแรก

                         ท่าที่ 4   ท่าไหว้ครู   ท่าเตรียมเหมือนท่าที่   3   ถือหางนกเหยียดแขนไปซ้ายเหมือนเดิม ลากหางผ่านหน้าตามจังหวะ เริ่มย่อเข่าทีละน้อยบากหางผ่านหน้าจากซ้ายไปขวาและจากขวาไปซ้าย 4   จังหวะ เข่าซ้ายถึงพื้นแล้ววางขนานไปข้างหน้ากระตุกข้อแตะพื้นพอดี
                         รอบสอง ในท่านั่งคุกเข่าซ้ายเหยียดขาขวาไปข้างหลัง โบกหางทั้งสองขึ้นตวัดอกเหวี่ยงข้างแล้วชักเข้ามากอด   กระตุกข้อยักไหลถอดหางทั้งสองออกเหมือนเดิม   (ทำท่านั่ง   3 รอบ)

                         ท่าที่   5 ยูงพิสมัย ท่าเตรียมอยู่ในท่าคุกเข่าเหมือนท่าที่   4   เหยียดแขนตั้งวงซ้ายพับหางไปข้างหลัง   ลากจากซ้ายไปขวาเอียงขาทิ้งหางไปขวาแล้วลากหางผ่านหน้า ตัวพร้อมกับยักไหบ่ทิ้งหางซ้าย   แล้วลากหางผ่านหน้าพร้อมกับโน้มตัวไปข้างหน้าตามจังหวะ
                         รอบสอง   ทำเหมือนเดิม

                         ท่าที่   6   ยุงฟ้อนหาง   ท่าเตรียม วางหางนกยูงขนานไปข้างหน้า กระตุกข้อแล้วยื่นขึ้นพร้อมกับหางนกยูงขึ้นข้างบนตวัดเหวี่ยงหางนกยูงลงทั้งสองข้าง ชักเข้ามากอดในระดับอก   กระตุกข้อยกไหล่ ให้หางนกยูงโบกหางขึ้นบน   ท่านี้ทำเหมือนท่าที่ 2 แต่จะต้องโบกหางนกยูงขึ้นแล้วหมุนตัวไปทาวซ้ายกระทุ้งเท้าซ้าย
                         รอบสอง   ก็โบกขึ้นทางขวามือ   กระทุ้งขวา ทำดังสลับกันไป

                         ท่าที่   7 ปักหลักลอดซุ้ม     ท่าเตรียม   ก้าวเท้าซ้ายขวาไว้เหมือนท่าที่   6 โบกหางนกยูงทั้งสองข้างขึ้นบนตวัดหางนกยูงทั้งสองเหวี่ยงลงข้างมากอดระดับอก แขนซ้ายทับแทนขวา ยกไหล่   ถอดหาง   วาดหางซ้าย   เหวี่ยงไปทางซ้าย   หมุนตัวไปทางซ้าย   ก้มศีรษะลอดแบนขา   ชักหางขวาลากผ่านศีรษะแล้วชักหางซ้ายตามลงข้างขวาทั้งข้างขวา
                         รอบสอง   ทำเหมือนเดิม

ฟ้อนหางนกยูง


                         ท่าที่ 8 ยูงร่ายไม้           ท่าเตรียม วางหางนกยูงขนานไปข้าวหน้า   เท้าขวายืน   เท้าซ้ายกระทุ้งหลัง
                         รอบแรก   โบกหางนกยูงขึ้นเหนือศีรษะ ตวัดหางลงข้าง ชักเข้ามากอดแขนซ้ายทับขวาแล้วเหวี่ยงหางนกยูงขึ้น   (กระทุ้งเท้าขวา   ซ้าย   ขวา เหวี่ยงหางจากข้างบนเหวี่ยงลงมาข้างแล้วกระทุ้งเท้าซ้าย)
                         รอบสองทำเหมือนเดิม

                         ท่าที่   9 ยูงกรันคู่        ท่าเตรียม   เหมือนท่าแรก
                         รอบแรก   โบกหางนกยูงขึ้นเหนือศีรษะเหวี่ยงหางซ้าย ลงมากอดที่เอวขวา   ชักแขนขวาเจ้ามากอด   แล้วลากหางนกยูงซ้ายขั้นปาดปลายหางนกยูงขวา   แล้วชักแขนซ้ายและขวาออกจากกันให้แขนซ้ายตั้งสูงกว่าแขนขวา
                         รอบสอง  ทำเหมือนเดิม

                         ท่าที่   10 ยูงรำแพนซุ้ม           ท่าเตรียม   วางหางนกยูงขนานไปข้างหน้า
                         รอบแรก   วาดหางนกยูงเอียงมาทับทางซ้าย   แขนซ้ายเหยียดตึงบิดตัวไปทางซ้ายแขนขวางอเหยียดตรงหน้า ชักหางหมุนรอบตัวจากซ้ายไปขวา   ถัดเท้าขวาไปตามจังหวะ   6 จังหวะ
                         รอบสอง   ทำเหมือนรอบแรก   แต่เหยียดหางบิดตัวทางขวาแล้วหมุนรอบตัวจากขวาไปซ้าย   ถัดเท้าขวา   6   จังหวะ

                         ท่าที่   11 ยูงรำแพนซุ้ม      ท่าเตรียม วางหางนกยูงแตะขนานไปข้างหน้าระดับเอว
                         รอยแรก   ยกหางนกยูงกระตุกตั้งขึ้นอยู่ในระดับเดิม   ส่ายหางโบกหางนกยูงไปทางซ้ายไขว้เข้ามาไขว้กันแล้วชักหางนกยูงส่ายเข้าออกพร้อมกัน ซอยเท้า   ยกไหล่   ตามจังหวะ (จะไปหน้าหรือหลังก็ได้ใช้เมื่อแปรแถว)

                         ท่าที่   12 ท่ายูงเหิรฟ้า         ท่าเตรียมพับหางนกยูงทั้งสองเหวี่ยงไปทางซ้ายระดับไหล่เท้าชิดกันแล้วซอยเท้าวิ่งจากซ้ายไปขวาหรือสลับจากขวาไปซ้าย

                         หมายเหตุ   ท่าฟ้อนหางนกยูงทุกท่า   จะต้องเล่นข้อมือ ยักไหล่   โยกตัวเอียงซ้ายขวา   บิดตัวซ้าย   ขวา ทำเข่ายุบยืด   เหมือนท่าฟ้อนอื่น ๆ จึงจะอ่อนช้อยและสวยงาม

                         การฟ้อนหางนกยูง   เครื่องดนตรีที่ใช้มี   แคน   พิณ   โปงลาง   โหวด   ฉาบ   กลอง   ฉิ่ง


ฟ้อนหางนกยูง

การแต่งกาย  

       แต่งกายแบบพื้นเมืองอีสาน   คือ เสื้อ ผ้าเหลืองอ่อนคอกลม หรือ คอจีน แขนกระบอก นุ่งผ้าซิ่นสีเขียวสดเป็นผ้าฝ้ายหรือผ้าไหมมัดหมี่ หรือผ้าพื้นสีเขียวต่อตีนซิ่น (เวลาสวมเก็บชายเสื้อเข้าในผ้าถุง แล้วใช้ผ้าคาดทับ)  
ผ้าสไบใช้ผ้าไหมหรือผ้าฝ้ายลายใดก็ได้ห่มเฉียงบ่า ผมเกล้ามวยทัดดอกไม้   สวมเครื่องประดับเงิน เช่น ต่างหู สร้อย  และกำไลแขน


.......................

อ้างอิง: http://www.sawasdeenakhonphanom.com/knowledge.php?name=knowledge&file=readknowledge&id=99
เรียบเรียงใหม่โดย นายอดิศักดิ์ สาศิริ (อ้ายโอ๊ต)


ขอขอบคุณอ้ายโอ๊ต (อดิศักดิ์ สาศิริ) เอื้อเฟื้อข้อมูลและภาพวาด
  หน้าก่อน หน้าถัดไป
 
Creative Commons License

ชมรมอีสานจุฬาฯ... การฟ้อนรำพื้นบ้านอีสาน